21 มีนาคม 2564

ยา tolvaptan กับการรักษา ADPKD

 ยา tolvaptan เป็นยาที่ลดผลของฮอร์โมน Vasopressin (ADH) ที่ตัวรับฮอร์โมนที่ท่อไตส่งผลให้ ไตมีการดูดกลับน้ำลดลง ใช้ในการรักษาภาวะน้ำในหลอดเลือดเกินเช่น โรคหัวใจล้มเหลว หรือใช้ในการรักษาผลจากฮอร์โมน ADH มากเกินไปจนโซเดียมในเลือดต่ำ (SIADH) 


นอกจากนี้ยา tolvaptan ยังมีการศึกษาเพื่อนำมาใช้ในโรคซีสต์ที่ไตชนิด polycystic kidney disease ชนิดที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม (Autosomal Dominant Polycystic Kidney Disease : ADPKD) ได้อีกด้วย โรคนี้พบไม่บ่อย แต่สามารถวินิจฉัยได้ง่ายจากการพบซีสต์มากมายที่ไตจากการทำอัลตร้าซาวนด์หรือซีที ความสำคัญคือ
  • ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ทำให้สามารถทำนายคนในเครือญาติ และตรวจหายีนได้
  • อาจมีซีสต์ที่อื่น เช่น กะเปาะเลือดแดงในสมอง หลอดเลือดแดงหรือลิ้นหัวใจโป่งออก นั่นคือต้องตรวจหาความเสียหายอื่น
  • ทำให้ไตเสื่อมเรื้อรังได้ ต้องเข้ารับการรักษาชลอความเสื่อมของไต

มีการใช้ยาตัวนี้เพื่อมาชะลอความเสื่อมของไตอยู่บ้าง ในการศึกษาเพื่อศึกษาผลของยาในการลดปริมาตรของไต (total kidney volume) ในผู้ป่วยที่การทำงานของไตยังดีอยู่ ชื่อว่าการศึกษา TEMPO 3:4 พบว่าการให้ยาสามารถชะลอการเพิ่มขนาดของไตลงได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับยาหลอก (ขนาดของไตที่เพิ่มสัมพันธ์กับการทำงานของไตที่แย่ลงในโรคนี้)

และมีการศึกษาผลของยาในการชะลอความเสื่อมของไต ในผู้ป่วย ADPKD ที่มีไตเสื่อมระยะ 3-4-5 แล้ว พบว่าการให้ยาช่วยชลอการลดลงของ GFR (GFR ยิ่งน้อย การทำงานของไตยิ่งแย่)ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับยาหลอก ชื่อการศึกษา REPRAISE 

เชื่อว่ายา Tolvaptan มีผลต่อการส่งสัญญาณภายในเซลล์ผ่าน cyclic AMP จึงชลอโรคได้ ทำให้มีที่ใช้ยาพอสมควรในผู้ป่วยที่เป็น ADPKD โดยการใช้ยาจะให้ยาสองเวลาต่างขนาดกัน เช่น 45 มิลลิกรัมเช้าและ 15 มิลลิกรัมตอนเย็น หรือสัดส่วน 60/30 หรือ 90/30 ขึ้นกับการปรับยาในแต่ละคน โดยต้องระวังผลข้างเคียงสำคัญคือค่าการทำงานของตับสูงขึ้น จากการศึกษา REPRAISE ก็พบการทำงานของตับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ลดลงหลังหยุดยา และต้องติดตามระดับโซเดียมในเลือดไม่ให้สูงเกิน ระวังอาการขาดน้ำจากปัสสาวะออกมากด้วย 

ในแนวทางการรักษาของจีนระบุ "อาจจะ" ใช้ยาตัวนี้เพื่อลดการเพิ่มขนาดของไตในผู้ป่วยที่ยังไตเสื่อมไม่มากนัก ในแนวทางของอเมริกาและยุโรป ก็แนะนำเป็นตัวเลือกได้ แต่ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าด้วย 

ก็เรียกว่าเป็นข้อมูลสนุก ๆ เพราะโรคนี้พบไม่บ่อยมากนัก การรักษายังมีน้อย และที่สำคัญคือยานี้ราตาสูงพอสมควร การกินยาระยะยาวจะมีค่าใข้จ่ายเยอะทีเดียวครับ (เม็ดละหลายร้อยบาท) 



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม