แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ทั่วไป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ทั่วไป แสดงบทความทั้งหมด

31 กรกฎาคม 2568

เรื่อง (เศร้า) เล่า จากคลินิก : ทุกข์ในใจ

 เรื่อง (เศร้า) เล่า จากคลินิก : ทุกข์ในใจ

สุภาพสตรีท่านหนึ่งโทรมาขอนัดหมายเพื่อปรึกษาโรค แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นโรคใดและรักษาอยู่ที่ไหน ทางคลินิกก็บรรจุในตารางนัดเรียบร้อย การรับปรึกษาเป็นบริการที่ผมทำเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้น จนเมื่อถึงวันนัด สุภาพสตรีท่านนั้นมาคนเดียว เธออายุประมาณ 50 ปี แต่ใบหน้าและรูปร่างท่าทางไม่ได้สูงวัยตามอายุ ลักษณะโดยรวมไม่เหมือนผู้ป่วย (ผมมักจะสังเกตทุกอย่างของผู้ป่วยมาประกอบการรักษา)
ไม่มีไข้ ความดันโลหิตปกติ ชีพจรและความอิ่มตัวออกซิเจนปกติ ไม่แพ้ยา ไม่ใช้ยา เมื่อเชื้อเชิญเข้ามาในห้องตรวจ เธอจึงเล่าปัญหาสำคัญที่ต้องการมาปรึกษา เธอไม่ได้มาปรึกษาเรื่องตัวเองแต่มาปรึกษาเรื่องสามีของเธอ สามีของเธอเป็นคนไข้ของผมเอง !!
ผมเคยรักษาสามีของเธอในไอซียูเนื่องจากช็อกติดเชื้อ ตอนนั้นต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ตอนนั้นใส่สายสวนหลอดเลือดแดงวัดความดันเลยทีเดียว ตอนนี้สามีเธอกลับมาใช้ชีวิตปรกติ และมีบางอย่างที่ผิดปรกติ
เธอเล่าว่าหลังจากสามีของเธอหายดี เหมือนกับเขากลายเป็นคนใหม่ ใช้ชีวิตโลดโผนขึ้น ไม่ค่อยยับยั้งชั่งใจ เมื่อสอบถามก็บอกว่า ชีวิตมันไม่แน่นอน เขาผ่านการตายมาแล้วหนึ่งครั้ง ชีวิตที่เหลือถือว่าคือกำไร อย่าห้ามเขานักเลย
ผมจึงบอกเขาว่าผู้ป่วยวิกฤตหลายคนของผมก็คิดแบบนี้ เมื่อเขาหายดี ถ้าเขาจะใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการบ้าง ก็ไม่น่าผิดอะไร แต่สุภาพสตรีท่านนั้นบอกว่า “มันโลดโผนไปหมดทุกอย่างค่ะ แม้กระทั่งเรื่องผู้หญิง เขาไปมีอะไรกับผู้หญิงอื่นทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนไม่เคยทำเลยค่ะ” เธอถามว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้เป็นผลแทรกซ้อนของการรักษาหรือไม่
“ไม่นะครับ เขาไม่ได้มีความผิดปกติของสมองหรือระบบฮอร์โมน รวมทั้งยาที่ใช้ก็ไม่มีตัวไหนทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไป” ผมตอบอย่างใจเย็น และมองเห็นความเศร้าหมองในแววตาของเธอ เธอบอกว่าเธอกลุ้มใจมาก เดิมทีเธอกับสามีก็ไม่ได้มีกิจกรรมทางเพศกันเท่าไร เพราะอายุมากขึ้น หน้าที่และความต้องการที่ลดลงตามวัย แต่การที่แอบหนีไปมีกิจกรรมแบบนี้ เมื่ออีกฝ่ายรู้ความจริง มันทุกข์ทรมานและกลุ้มใจมาก
สามีเธอก็ไม่ได้แข็งแรงนัก มีโรคประจำตัวเช่นกัน เธอบอกว่าเธอกลัวว่าเขาจะใช้ยาเพิ่มพลังทางเพศเพื่อให้มีกิจกรรมกับสุภาพสตรีท่านอื่นนั้น และอาจเกิดอันตราย รวมทั้งการติดโรคทางเพศสัมพันธ์
“ใจมันก็กลุ้มนะคะ แต่ว่าก็คงอยู่ต่อไป เราผ่านทุกข์ยากมาด้วยกันจนลูกก็โตแล้ว เลยมาปรึกษาคุณหมอ” เธอเล่า
นอกจากเธอจะถามว่าเป็นผลจากการป่วยหรือการรักษาหรือไม่ เธอยังอยากให้ผมช่วยบอกเตือนสามีเธอด้วย ผมยังติดตามนัดสามีเธออยู่ทุก 6 เดือน จริง ๆ แล้วสามีเธอรักษากับคุณหมอท่านอื่น แต่จะมาตรวจเลือดและฟังผลกับผม ก่อนที่จะนำผลเลือดไปที่สถานพยาบาลเดิม เนื่องจากสะดวก ใกล้บ้านและไม่รอนาน เธอบอกว่าสามีของเธอจะเชื่อฟังผม
“ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ” ผมรู้ดีว่าคงยากที่จะไปเตือน และยังไม่มีมูลเหตุใด ๆ จะยกเรื่องนี้มาพูดกับสามีเธอ แต่คงอาศัยความสัมพันธ์ที่เคยรักษากันมา เตือนให้รักษาสุขภาพและลดความเสี่ยงการเกิดโรคต่าง ๆ โดยรวม เพราะเราเองก็ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง และยังเป็นการให้การเพียงฝ่ายเดียวด้วย
ผมแนะนำให้เธอลองคุยกับสามี และปรึกษานักจิตวิทยา หากมีปัญหาข้อแนะนำที่อยู่ในวิถีที่ผมพอจะช่วยได้ ก็จะช่วยให้
ผมคิดว่าเธอน่าจะสบายใจขึ้นเล็กน้อยจากการที่ได้ระบายความรู้สึก แม้จะต้องกลับไปจัดการอารมณ์และความคิดด้วยสติ ผมรู้สึกว่าเรื่องน่าจะจบได้ด้วยดี เพราะสุภาพสตรีท่านนี้ สงบ ควบคุมอารมณ์ได้ดี ผมก็ไม่รู้ว่าจะช่วยคุณสามีได้แค่ไหน แต่วันนี้น่าจะช่วยคุณภรรยาได้ระดับหนึ่ง สุดสัปดาห์นี้สามีเธอจะมาตรวจเลือด บางทีผมอาจแฝงคำแนะนำสุขภาพอะไรได้บ้างเกี่ยวกับการไม่ทำอะไรเกินกำลังตัวเอง
โลกนี้มีเรื่องราวมากมายให้เรียนรู้ ศึกษาและนำมาเป็นข้อคิด สำหรับคุณหมอทั้งหลาย คนไข้ทุกคนคือตำรา ในทุกเรื่องทุกตอนของชีวิต อย่ามองเพียงโรค ให้มองไปลึกถึงความเป็นมนุษย์ แล้วเราจะพัฒนาความคิดเราได้ ตกผลึกและเห็นอกเห็นใจคนอื่นได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุดครับ

12 เมษายน 2568

เติมพลังเล่นสงกรานต์ จากลุงหมอ

 เติมพลังเล่นสงกรานต์ จากลุงหมอ

เที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์ ต้องระวังอากาศร้อน ขาดน้ำ ขาดเกลือแร่ ลุงหมอมีเทคนิคมาฝาก เคยใช้เองสมัยหนุ่ม ๆ ขี่มอไซค์ลุยทั่วประเทศ
1.น้ำสะอาดสำคัญมาก ผมแนะนำน้ำชุบชีวิต ใช้น้ำดื่มสะอาด ผสมน้ำผลไม้ที่ชอบจะแบบกล่องหรือคั้นเองก็ได้ สัดส่วนเจือจาง 3:1 แบบนี้ทำได้หลายขวด ใช้จิบบ่อย ๆ ได้น้ำ ได้พลังงาน เกลือแร่บางส่วน สดชื่นได้เร็วครับ
2.อาหารให้พลังงานด่วน ผมใช้ช็อกโกแลตเม็ด ผลไม้อบแห้งหั่นชิ้นเล็ก ถั่วอบเอามาทุบให้ชิ้นเล็ก ทั้งหมดต้องเล็กที่จะกรอกใส่ขวดน้ำพลาสติกเล็ก 350-500 ซีซี เพื่อเวลากินก็จะแค่เปิดฝา เขย่า ๆ กรอกปากหนึ่งคำ ได้พลังงานสูงและเร็ว ปิดฝาก็กันน้ำได้ ขวดเล็กขวดเดียวเอาอยู่
3.ผ้าขนหนูเล็กสารพัดประโยชน์ จะเช็ดหน้า ซับน้ำ ปิดจมูก มีประโยชน์มาก ต้องมี ว่าจะโชว์ของตัวเอง มันก็เป็นลายลิเวอร์พูล กองเชียร์บางทีมคงเขม่น
4.ยาหม่องตลับเล็ก สูดดมชื่นใจ ช่วยกระตุ้นความรู้สึกสดชื่นได้
อีกเทคนิคที่ใช้คือ เก็บเงิน บัตร ไม่ให้เปียก ดูโบราณ แต่โคตรดี คือ เอาเงิน บัตร ใส่ถุงแกงพลาสติก พับปากถุงลง มัดด้วยยาง แล้วเอาใส่ประเป๋ากางเกง เอายางมัดกระเป๋าในกางเกงอีกที (เหมือนเด็ก ๆ สมัยก่อน) แน่นหนา ไม่เปียก ไม่หาย ล้วงยาก ใครมาล้วงรับรองเจองูอนาคอนด้าฉกตายเลย
และ..อย่าเล่นจนเกินตัวครับ พักบ้าง ถ้าเมาก็หยุด เสี่ยงมากก็หยุด พักกินข้าวกินปลาบ้าง น้อง ๆ ผู้หญิงต้องระวังตัว มีคนฉวยโอกาสเยอะ
รักนะ จุ๊บ ๆ

07 มีนาคม 2568

เล่าประสบการณ์การพูดคุยกับเจ้าหน้าที่สถานพยาบาล “ล้างพิษ” แห่งหนึ่ง

 เล่าประสบการณ์การพูดคุยกับเจ้าหน้าที่สถานพยาบาล “ล้างพิษ” แห่งหนึ่ง

ผมเห็นข้อความขึ้นมาในสื่อสังคมออนไลน์แพลตฟอร์มหนึ่ง เขียนถึงโปรแกรมการทำล้างพิษปอด และได้ส่วนลดพิเศษในช่วงนี้ จาก 6xxx เหลือ 4xxx
ผมอยากรู้ว่าเขาทำอย่างไร จึงลองส่งข้อความไปสอบถามว่า สนใจ และทำอย่างไร
มีข้อความตอบกลับมาว่าเป็นการให้น้ำเกลือเวลาประมาณ 100 นาทีเท่านั้น ซึ่งผมก็เกิดข้อสงสัยว่าจะล้างพิษอย่างไร ไม่มีการใช้แก๊สหรือเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจเลย จึงส่งข้อความไปถามว่า ให้น้ำเกลือเพียงอย่างเดียวหรือใช้ยาอื่นด้วยไหม
คราวนี้ทางเจ้าหน้าที่ขอโทรมาแทน ไม่เกินหนึ่งนาที โทรศัพท์ดังขึ้น
เขาสอบถามว่าผมจะล้างพิษปอดด้วยกรณีใด ผมแจ้งกลับว่า ญาติผู้ใหญ่ของผมสูบบุหรี่มากและอยู่ในพื้นที่ฝุ่นพีเอ็มหนาแน่น เขาจึงแจ้งสูตรการรักษามา ผมสรุปดังนี้นะครับ
ให้วิตามิน เกลือแร่ กรดอะมิโน และ acetylcysteine โดยผสมรวมกันในขวดน้ำเกลือขนาด 100 ซีซี หยดให้ใน 60-90 นาที
โดยให้หนึ่งถึงสองครั้งต่อสัปดาห์ ถ้าปอดมีพิษเยอะก็อาจจะให้ 4-5 ครั้ง และถ้าพิษน้อยลงก็ให้ลดลง
ราคาต่อครั้งคือ 4xxx สามารถซื้อชุดการรักษาในช่วงลดราคาเอาไว้ล่วงหน้าได้
หลังจากวางสาย โดยผมแจ้งว่าขอปรึกษาตัวญาติผู้ใหญ่ก่อน เขาก็ส่งสถานที่ วันเวลาเปิดทำการ และช่องทางติดต่อ มาทางข้อความ
..
..
ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกัน ว่ามีวิธีการล้างพิษปอดแบบนี้ เปิดโลกทัศน์มากเลยครับ

27 มกราคม 2568

27 มกราคม : International Holocaust Remembrance Day

 27 มกราคม : International Holocaust Remembrance Day

วันนี้เป็นวันระลึกถึงการทลายค่ายกักกันเอาชวิตช์-เบียคานาว ที่ประเทศโปแลนด์ โดยกองทัพโซเวียต ในปี 1945
โลกได้เห็นความทารุณโหดร้ายของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การลดทอนความเป็นมนุษย์ ความคิดเห็นต่างแล้วประหัตประหารกัน
ผมรู้จักการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ครั้งแรกจากหนังเรื่อง killing field เป็นการสังหารหมู่ชาวกัมพูชาของเขมรแดง หลังจากนั้นก็ตามศึกษา การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในยูโกสลาเวีย การสังหารหมู่ในรวันดา
แต่ก็ยังมีความรู้สึกว่ามันยังไม่อธิบาย พฤติกรรมด้านมืดของใจคน มันยังเต็มไปด้วยการเมือง อำนาจ อิทธิพล โดยมีประชาชนเป็นเหยื่อ
แต่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในสงครามโลกครั้งที่สองมันต่างออกไป มันคือการทำงานอย่างเป็นระบบ ปลูกฝัง ตอกย้ำ ชวนเชื่อ ทำให้เห็น ว่าเราจะเกลียดและชิงชังอีกกลุ่มคน และมองเขาไม่ใช่คน ทำให้มีกระแสการเกลียดชังจนถึงขีดสุด ขุดเอาด้านมืดที่สุดของมนุษย์มาทำลายกัน
สำหรับผม นี่คือ สิ่งที่เลวร้ายที่สุดในอารยธรรมของคน
จริง ๆ แล้วอ่านหลายเล่ม ไม่ต่ำกว่า 20 เล่ม ทั้งไทยและอังกฤษ ดูและฟังบทวิเคราะห์เยอะมาก ไปยืนในสถานที่จริงมาเกือบหมด
ห้าเล่มนี้อยู่บนโต๊ะ ยังไม่ได้เก็บหรือขาย เป็นห้าเล่มที่จบในสองปีที่ผ่านมา (ปีที่แล้วไปอินที่ฮิโรชิมา อีกด้วย)
การศึกษาด้านมืดของใจคน มันทำให้ผมยังมองเห็นด้านที่ดีของใจคน และเข้าใจ ให้อภัย ผู้คนมากขึ้นด้วยครับ



19 ธันวาคม 2567

เพิ่ม และ ลด

 เพิ่ม และ ลด

ง่าย ๆ เอาไปใช้ได้เลย
👇👇 ลด👇👇
ลดเกลือ .. ลดซ้อส ลดเครื่องปรุง
ลดน้ำตาล .. ลดเครื่องดื่มใส่น้ำตาล ลดขนม
ลดยูริก .. ลดเหล้า ลดเครื่องในสัตว์
ลดน้ำหนัก .. ลดปริมาณอาหารทุกชนิด
ลดไขมัน .. ลดปริมาณไขมันทุกชนิด ลดไขมันอิ่มตัว
ลดการติดเชื้อ .. ล้างมือ รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน
👍👍 เพิ่ม 👍👍
เพิ่มความทนทาน .. ออกกำลังกายแบบต้านน้ำหนัก
เพิ่มสมรรถนะกาย .. ออกกำลังกายแอโรบิก
เพิ่มเส้นใยอาหาร .. กินข้าวกล้อง ถั่วเมล็ดแข็ง
เพิ่มคุณภาพการนอน .. งดไถมือถือก่อนนอน
เพิ่มแคลเซียม .. กินไข่ ดื่มนม
เพิ่มสมาธิและสมรรถนะสมอง .. ทำงานอดิเรกที่จริงจังขึ้น
สั้น ๆ และทำได้จริง เห็นผลเร็ว

05 ธันวาคม 2567

เรื่องเล่าจากคลินิก … medical literacy

 เรื่องเล่าจากคลินิก … medical literacy

90% ของผู้ป่วยที่ผมรักษาที่โรงพยาบาลคือ การรับปรึกษา นั่นคือเราจะต้องตอบปัญหาของการปรึกษาให้ได้ก่อน แล้วจึงตามด้วยการดูแลคนไข้แบบองค์รวม
แต่การดูแลในคลินิกส่วนตัว เหมือนผมได้กลับไปเป็นนักศึกษาแพทย์ปีสี่อีกครั้ง คือ ได้เป็นคนแรกที่เจอปัญหา แก้ไขและติดตาม ปรับแต่งจนสมบูรณ์ ซักประวัติตรวจร่างกายละเอียด
ที่ชอบที่สุดคือ การได้อธิบายและเล่าการรักษาการใช้ชีวิต แบบคุยไปจิบน้ำไป ด้วยภาษาชาวบ้านคุยกัน วาดรูปอธิบาย ใช้ความรู้ประสบการณ์ทั้งหมดที่มี ที่ทำเพจ ที่รักษา มารักษาคนไข้
ล่าสุด มีสุภาพบุรุษอายุ 47 ปี มาเริ่มปรึกษาเพราะว่า เขาไปตรวจโรคทั่วไป ไปฉีดวัคซีน พบว่าความดันโลหิต 140-145/90-95 มาตลอด และเขามาถามผมว่า
“หมอครับ ผมเป็นโรคความดันโลหิตสูงไหม”
ผมถามเขาว่า มีเวลามากไหม จะได้อธิบายให้เข้าใจไปด้วยกัน ถามให้เต็มที่ เมื่อเขาเข้าใจและสิ้นข้อสงสัย จะได้รักษาและปฏิบัติตัวด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่หมอสั่ง ไม่ใช่เพราะยา
ผมอธิบายไปเรื่อย ความดันโลหิตสูงคือเท่าไร ควรวัดตอนไหน มีเกณฑ์อะไรในการรักษา วาดรูปง่าย ๆ ประกอบ คุณสุภาพบุรุษและภรรยาร่วมกันคุยและถามตอบ ต่อไปด้วยยามีกี่แบบ แล้วคุณสุภาพบุรุษคนนี้มีประโยชน์และโทษจากยาใด เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนแล้วให้ผู้ป่วยได้ตัดสินใจร่วมกัน
เป็นการรักษาที่มีความสุขมาก คนไข้ได้คำตอบที่ต้องการ ได้การรักษาตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ ได้ความเข้าใจและพร้อมเผชิญหน้าโรคภัยอย่างไม่มีอวิชชา ได้เกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ พอมีความสุขในการฟัง ส่วนตัวผมเองนั้น มีความสุขมากกับการรักษาแบบนี้ แม้จะทำได้เพียง 2-3 คนต่อวัน แต่นี่คือความสุขใจของการรักษาอย่างยิ่ง
ฝากถึงคนไข้ทุกคน การจะรักษาโรคใดให้ประสบความสำเร็จ สิ่งสำคัญอันดับหนึ่งคือ สัมมาทิฐิ ที่จะได้จากการถาม การคิดตาม การยอมรับ และการโต้แย้งด้วยเหตุผล ดังนั้น ถามหมอไปเถอะครับ ถามจนสิ้นสงสัยก่อนที่จะทำการรักษาใด ๆ เพราะสุดท้ายคือตัวเรานี่เองที่ต้องอยู่กับโรคภัยและอันตรายจากการรักษา
ฝากถึงคุณหมอ การยอมรับให้ผู้ป่วยมาเป็นผู้ร่วมตัดสินใจ เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากผู้ป่วยไม่เข้าใจไม่เชื่อมั่น ก็ยากจะปฏิบัติไปในทางเดียวกันได้ ต้องลดอคติ ต้องลดอัตตาของตัวเอง มีใจกรุณาเป็นที่ตั้ง เพราะสุดท้ายหากผู้ป่วยพ้นทุกข์ (ซึ่งไม่จำเป็นต้องหายจากโรคเสมอไป) ความสุขจะตกแก่ตัวท่านเอง
"ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์ และ เกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งวิชาชีพไว้ให้บริสุทธิ์"

02 ธันวาคม 2567

รางวัล Lasker-Debekey 2024

 รางวัล Lasker-Debekey 2024

ทีมคุณหมอและนักวิจัย
Joel Habener คุณหมอจากโรงพยาบาล แมสซาซูแซตส์
Svetlana Mojsov นักวิจัยจากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์
Lotte Bjerre Knudsen นักพัฒนาจากโนโวนอร์ดิสค์
ผู้พัฒนายาเบาหวานมาใช้ลดน้ำหนัก (และประโยชน์อื่นสารพัด) Glucagon-Liked Peptides 1 receptor agonist (GLP1a) ยาเบาหวานที่จะไปกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน โดยขึ้นกับระดับน้ำตาลในเลือด น้ำตาลสูงกระตุ้นมากและรุนแรง น้ำตาลต่ำก็ไม่กระตุ้น
นับจากวันที่ค้นพบสาร exedine จากน้ำลายของกิ้งก่ากีล่า ลองไปอ่านย้อนหลังได้ที่นี่
พัฒนามาเป็นยาฉีดวันละครั้งแบบคงตัว พัฒนาต่อไปเป็นยาฉีดสัปดาห์ละครัง และพัฒนาต่อไปเป็นยากิน (ปกติยาที่เป็นโปรตีนจะกินไม่ได้ เพราะถูกกรดและน้ำย่อยทำลาย)
•เป็นยาเบาหวานที่ลดน้ำตาลได้ดี โดยที่ไม่ทำให้เกิดน้ำตาลต่ำ
•ได้รับการรับรองว่าเป็นยาเบาหวานที่ลดอันตรายจากโรคหัวใจและโรคสมอง
•ได้รับการรับรองเป็นยาลดน้ำหนัก (ยาในบางขนาดเท่านั้น)
มีการศึกษาและมีแนวโน้มหรือมีข้อมูลสนับสนุน อาจจะได้รับรองในอนาคต
•ลดการเกิดผลแทรกซ้อนทางไตจากเบาหวาน
•ลดอาการจากโรคทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับ
•ผลการศึกษาในทางที่ดี ในโรคข้อเสื่อม โรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ โรคหัวใจล้มเหลว
เรื่องการลดน้ำหนัก มีเรื่องถกเถียงว่า มันไม่ได้เป็นเป้าหมายของการพัฒนายา และหลายที่นำไปใช้ลดน้ำหนักเป็นหลัก จนยาขาดตลาดและขาดซัพพลาย
แต่ทางทีมที่ได้รางวัลก็ยังเห็นว่าการลดน้ำหนักเป็นประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ เพราะโรคอ้วนกำลังเพิ่มขึ้น เป็นบ่อเกิดของโรคหลายโรค หากสามารถป้องกันและตัดไฟแต่ต้นลมได้ ช่วยผู้ป่วยได้เร็วกว่า ลดการเกิดโรคแทรกที่รักษายากกว่า
ใครตามงานวิจัยและเปเปอร์ใหม่ในปีสองปีนี้ จะเห็นว่ายา GLP-1a ทำการศึกษาในโรคต่าง ๆ มากขึ้น หรือโรคเดิมที่รับรองแล้วแต่ขยายผลปลีกย่อยในเรื่องต่าง ๆ
เป็นยาแห่งปีของจริง และนักพัฒนาก็ควรได้รับการยกย่องเช่นกัน

16 พฤศจิกายน 2567

การเดินทางของไทรอยด์

 การเดินทางของไทรอยด์

หลายวันก่อนมีคำถามเข้ามาว่า ผู้ป่วยตรวจพบก้อนใต้คาง ปรากฏว่าเป็นก้อนต่อมไทรอยด์ เท่าที่เขาทราบ ไทรอยด์น่าน่าจะอยู่ตรงกระเดือก ตกลงว่าเป็นก้อนอะไรกันแน่
เพื่อที่จะตอบคำถามนี้ ผมขอพาท่านผู้อ่านย้อนอดีต (แสดงว่าอ่านกันยาว ๆ แน่นอน) ไปในสมัยที่เรายังมีอายุประมาณ 4 สัปดาห์ และยังอยู่ในนิวาสถานมดลูกอันแสนอบอุ่น ...ไปกันครับ
ตัวอ่อนของมนุษย์และสัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งหลาย เริ่มต้นชีวิตในช่วงแรกคล้ายกัน หลังจากนั้นจึงวิวัฒนาการไปเป็นสายพันธุ์ต่าง ๆ สำหรับมนุษย์ เมื่อมีการปฏิสนธิจนได้เซลล์ต้นกำเนิดและแบ่งตัว ข้อมูลจากรหัสพันธุกรรมจะกำหนดการสร้างโปรตีนและแปรสภาพเซลล์ไปเป็นอวัยวะต่าง ๆ
เรามาเริ่มต้นที่สัปดาห์ที่สี่ของชีวิต
ตอนนั้นเรามีลักษณะหัวโต ๆ ร่างกายเป็นแท่งกลมยาวไปจรดหาง มีถุงกลางท้องเป็นถุงไข่แดงและสายเชื่อมต่อกับรก ที่เรารู้จักกันชื่อสายสะดือ พื้นที่ตรงใต้ต่อหัวโต ๆ ของตัวอ่อน จะมีกลุ่มเนื้อเยื่อที่หนาตัวขึ้นทางด้านหน้าลำตัว เป็นที่ราบสูงขึ้นมา เรียกพื้นที่นี้ว่า pharyngeal arch เดิมทีเรียกว่า brachial arch แต่มาใช้คำนี้เพราะคำว่า brachial มันไม่เฉพาะเจาะจงกับมนุษย์เท่านั้น ใช้ pharyngeal เพื่อบอกว่านี้คือมนุษย์ ส่วน brachia มีความหมายเหมือน gill คือเหงือกปลา จะว่าไปก็พัฒนาการมาจากแหล่งเดียวกันนี้แหละ
พื้นที่ราบสูง pharyngeal arch จะเริ่มแบ่งตัวเป็นแท่งยาว นั่นคือมีแท่งนูนขึ้นและรอยแยกที่เว้าตัวลง เราเรียกว่า bar และ cleft แบ่งเจ้า arch เดิมออกเป็น 6 arch ซึ่งแต่ละ arch จะพัฒนาการไปเป็นอวัยวะต่าง ๆ บนใบหน้าและลำคอ โดยการเจริญโค้งเข้าหากันตรงกลาง เราก็จะเห็นว่าใบหน้าที่สมบูรณ์จะสมมาตรซ้ายขวา ถ้าเกิดการแบ่งที่ไม่ดี จะเกิดความผิดปกติได้ เช่น arch ที่หนึ่งซึ่งเจริญไปเป็นกระดูกกรามบน เกิดไม่มาติดกัน จะเกิดเป็นปากแหว่งเพดานโหว่
Arch จะเจริญไปเป็นส่วนต่าง ๆ คือ คอ ลิ้น กล้ามเนื้อของคอหอย กล้ามเนื้อของลิ้น กล้ามเนื้อและกระดูกของกล่องเสียง โดยขณะที่กำลังพัฒนาไปเป็นอวัยวะต่าง ๆ จะมีเซลล์ประสาทจากแถวกระดูกสันหลัง เคลื่อนที่มาเพื่อช่วยควบคุมการทำงานและการรับสัญญาณประสาทของอวัยวะเหล่านี้ด้วย เซลล์ประสาทสั่งการต่าง ๆจะมารวมกันที่ก้านสมอง ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังเพดานปากและหลังจมูก เพราะพัฒนามาพร้อมกัน เลยอยู่ชิดติดกัน
และยังอธิบายด้วยว่าอวัยวะต่าง ๆ เหล่านี้จึงถูกควบคุมและรับสัมผัสด้วยเส้นประสาทสมองนั่นเอง เช่น กล้ามเนื้อบนใบหน้าที่พัฒนาการมาจาก arch ที่สอง จะมีกลุ่มเส้นประสาทมาควบคุมเหมือนกัน คือเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 เส้นประจำ arch ที่ 2 ไม่ว่ากล้ามเนื้อจะเคลื่อนที่ไปที่ใด เส้นประสาทสมองคู่ที่เจ็ดก็จะยืดยาวตามไปควบคุม หรือกล้ามเนื้อเล็ก ๆ ในหู ที่ชื่อ stapedius มีต้นกำเนิดจาก arch ที่สองเช่นกัน แม้กล้ามเนื้อจะอยู่ในหูก็ควบคุมด้วยเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 เช่นกัน ผู้ป่วยหน้าเบี้ยวจากเส้นประสาทสมองคู่ที่เจ็ดอักเสบ ในบางรายถึงมีเสียงดังในหู
เราพอเข้าใจการจัดเรียงอวัยวะของใบหน้าและลำคอแล้วนะครับ
เรามาที่รอยต่อ arch ที่ 1 และ 2 ตรงพื้นที่กลางตัว พื้นที่ส่วนริมจะกลายไปเป็นกระดูกกรามและลำคอ พื้นที่ตรงกลางจะมีรอยนูนขึ้นเรียกว่า Tuberculum impar และ Copula ตามลำดับ จำชื่อสองอันนี้ไว้ เดี๋ยวจะมาต่อภายหลัง พื้นที่ระหว่างกลางของรอยนูนจะเกิดการพัฒนาการกลุ่มเซลล์เล็ก ๆ ที่จะเจริญไปเป็นเซลล์ต่อมไทรอยด์ แถมตรงพื้นที่นั้นจะเป็นหลุมเป็นโพรงชื่อว่า foramen caecum เอาล่ะ มาถึงไคลแม็กซ์แล้ว
กลุ่มเซลล์บริเวณ Tuberculum impar และพื้นที่รอบ ๆ มีการเจริญเติบโตที่เร็วและขยายใหญ่มาก กลายไปเป็นลิ้นส่วนหน้า กินพื้นที่ 2/3 ของลิ้นทั้งหมด ส่วนพื้นที่ Copula และเซลล์รอบ ๆ จะพัฒนาไปเป็นลิ้นส่วนหลัง จะสังเกตว่ามาจาก arch ต่างกัน เมื่อโตขึ้นเราจึงเห็นพื้นผิวต่างกันจนแยกได้ ตรงรอยแยก sulcus ระหว่าง arch ที่หนึ่งและสอง เราก็ยังเห็นเป็นเส้นขอบเขตของลิ้นทั้งสองส่วนนั่นเอง มีชื่อว่า ternimal sulcus หรือชื่อละตินว่า sulcus terminalis
แถมประสาทรับสัมผัสเจ็บปวดร้อนเย็น (ไม่ใช่รับรสนะ) ก็มาจากเส้นประสาทสมองประจำ arch คือเส้นที่ 5 และ 7 ตามลำดับ พื้นที่ต่างกันของลิ้นจึงรับสัมผัสจากเส้นประสาทสมองต่างกันตามที่มาต้นกำเนิดของพื้นที่นั่นเอง เซลล์ลิ้นมันโตเร็วและขยายขนาดและเบียดกลุ่มเซลล์ไทรอยด์ต้องเคลื่อนที่หนี หนีไปไหน หนีลงล่าง
และเนื่องจากกลุ่มเซลล์มันอยู่ตรงกลางตัวพอดี แนวทางการเคลื่อนจึงเคลื่อนตามแนวกลางตัวจาก foramen caecum ลงไปจนถึงขอบของ arch ที่สองที่ถูกโคนลิ้นเบียดลงไป ลงไปอยู่ที่พื้นที่บริเวณกระดูกไฮออยด์และกระดูกอ่อนไทรอยด์ (กระเดือก) และจับจองครอบครองปรปักษ์ ใช้เวลาเคลื่อนที่ลงมาประมาณ 3 สัปดาห์ จากจุดกำเนิดมาจุดปัจจุบัน
เส้นทางที่ไทรอยด์เคลื่อนที่ลงมา เรียกว่า thyroglossal duct คำว่า thyro ก็คือไทรอยด์ glossal,glossus คือ ลิ้น หมายถึงทางหลวงเชื่อมไทรอยด์และลิ้นนั่นเอง ซึ่งต่อไปทางหลวงนี้จะปิดตัวเองและสลายตัวไป
นั่นจึงเป็นคำตอบว่า อาจพบเนื้อเยื่อไทรอยด์หลงเหลือตามจุดต่าง ๆ ที่เคลื่อนที่ลงมาได้ โดยการตรวจนั้นหากให้แลบลิ้น คือการเคลื่อนที่ของลิ้นไปข้างหน้า เราก็จะเห็นก้อนไทรอยด์ที่หลงเหลือนี้ขยับขึ้นตามไปด้วย เพราะมันยึดต่อถึงกันในอดีต หรือหาก thyroglossal duct นี้ไม่สลายไป อาจเกิดเป็นซีสต์ในแนวกลางคอ ตามการเคลื่อนที่ของมัน เรียกว่า thyroglossal duct cyst ได้ด้วย
เมื่อเนื้อเยื่อเริ่มต้นของไทรอยด์มาถึงตำแหน่งปัจจุบันในช่วงสัปดาห์ที่เจ็ดแห่งชีวิต ก็เจริญออกทางด้านข้างเป็นกลีบซ้ายและขวา เพราะมีพื้นที่ในการเจริญมากกว่าตรงกลาง และรับเลือดมาเลี้ยงมากกว่า ทำให้กลีบซ้ายและขวาของไทรอยด์ไม่ได้สมมาตรกันดังเช่นอวัยวะกลางทั้งหลาย เพราะไม่ได้เกิดจากเจริญเข้าหากันตรงกลาง
ตำแหน่งตรงกลางของไทรอยด์ จึงแคบและบางเรียกว่าส่วน isthmus ที่แปลว่าตีบแคบ ช่องแคบ และบางครั้งบางคนอาจจะเห็นเนื้อเยื่อไทรอยด์ต่อไปด้านบนตรงกลาง ตามแนวการเคลื่อนที่ของไทรอยด์ครั้งยังเยาว์วัย เห็นเป็นต่อมรูปสามเหลี่ยมตรงกลางที่เรียกว่า pyramidal lobe ร่องรอยการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของไทรอยด์ครั้งเมื่อกาลก่อน
น่าจะพอได้คำตอบนะครับ หรือว่า ได้คำตอบนานแล้วเฟร้ย มาอธิบายอะไรเป็นคุ้งเป็นแคว ถามแค่ประโยคเดียวเอง ฮ่า ๆ ก็นี่แหละ ลุงหมอกงยู จาก อายุรศาสตร์ ง่ายนิดเดียว
May be an image of x-ray and text
See insights and ads
Boost
All reactions:
ร้านวีบุ๊ค and 82 others

31 มีนาคม 2567

สื่อสารความเข้าใจทางสุขภาพ (Health Literacy)

 หลังจากหยุดพักไปสามสัปดาห์ ผมไปฝึกอบรมและเรียนรู้ การทำสื่อ การสื่อสาร อัลกอริธึมของสื่อออนไลน์ และเรียนปรัชญาอีกเล็กน้อย

และเฝ้าดูช่องทางสื่อสารความเข้าใจทางสุขภาพ (Health Literacy) แบบต่าง ๆ ในหลายช่องทาง ก็ได้ข้อเสนอแนะ มาแนะนำคอนเท้นต์ครีเอเตอร์ด้านสุขภาพครับ (ผมว่าก็น่าจะเรียกตัวเองว่า 'มีประสบการณ์' ได้นะ)
1. อย่าทำคนเดียว ..คุณทำคนเดียว ถือว่ายาก เพราะการสื่อสารจะต้องมีมุมมองคนให้และคนรับที่หลากหลาย การมีทีมจะทำให้ความคิดและไอเดียกว้าง ไม่ซ้ำ ไม่ตัน ไม่น่าเบื่อ และที่สำคัญทำให้สนุกขึ้น
2. เลือกความถนัดหลัก แต่ต้องมีความถนัดหลากหลาย ... ใครถนัดพูด ใครถนัดทำวิดีโอ ให้ใช้สื่อที่ตัวเองถนัดที่สุดเป็นหลัก เป็นจุดเด่นของคุณ แต่ในเวลาเดียวกันคุณต้อง 'พอเป็น' ใส่สื่อแบบอื่นด้วย เพราะเรื่องราวหรือการนำเสนอบางอย่างก็เหมาะกับสื่อไม่เหมือนกัน อ้อ..การมีทีมจะช่วยจุดนี้ด้วย
3. ต้องทันข่าวสารปัจจุบัน .. โลกยุคนี้ข้อมูลเร็วมาก ถ้าเราสามารถเลือกหัวข้อสุขภาพอันเป็นที่กล่าวขวัญจะทำให้คุณค่าของเนื้อหามากขึ้นจากตัวคูณความสนใจ หรือหยิบเอาเรื่องราวพาดหัวข่าวมาผสมกับเรื่องของเราได้ จะยิ่งเพิ่มความสนใจ สำหรับสื่อออนไลน์จะเพิ่มยอดผู้ชมมากขึ้น
4. ให้หารายได้หรือช่องทางสนับสนุนในสื่อตัวเอง เพื่อนำรายได้นั้นมาพัฒนาต่อยอดสื่อของคุณให้ก้าวหน้าขึ้น เช่น มีอุปกรณ์แสงเสียง มีทุนไปหาข้อมูล มีเงินไปจ้างอาร์ต มันจะทำให้การทำงานสื่อของคุณมีความหมาย ได้พัฒนาทักษะและตัวงาน ตัวคุณจะได้รู้สึกมีคุณค่าและสนุกกับงานด้วย และต้องระบุชัดเจนว่าเนื้อหาใดคือการโฆษณาร่วมด้วย
5.มีช่องทาง (platform) หลักของคุณ ให้ทุกคนรู้ว่าจะติดตามคุณได้ทางใด โดยแนะนำเป็นช่องทางเว็บ แล้วนำข่าวสารหรือคอนเท้นต์จากช่องทางหลัก ไปเผยแพร่ในช่องทางรองอื่น ๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงข้อมูล ให้คิดว่ายังมีคนอีกมากที่ต้องการข้อมูลของเรา แต่เขาอยู่คนละช่อง
6. มีความชัดเจนในวัตถุประสงค์ รูปแบบ เนื้อหา จะนำเสนอข่าวสาร จะวิเคราะห์เนื้อหา จะเขียนเล่าเรื่อง ก็เน้นแนวทางนั้น หรือใครจะลงลึกในสาระ ใครจะโปรยแนวทางให้ไปอ่านต่อ ก็ทำตามที่ตัวเองตั้งเป้า มีทีมมีช่องทางได้มาก แต่อย่าสับสนในเป้าหมาย
7. ต้องมีความรับผิดชอบ .. อันนี้สำคัญ เนื้อหาบางอย่างน่าตื่นเต้นน่าสนใจ แต่ว่ายังไม่มีความแน่นอน หรือไม่ปลอดภัย จะต้องสร้างงานอย่างระวัง มีคำเตือนที่ชัดเจน เนื่องจากหัวข้อสุขภาพจะส่งผลต่อชีวิต ต้องคิดถึงผลที่จะตามมา และยิ่งมีผู้ติดตามมากจะต้องยิ่งคิดว่าอาจมีคนเข้าใจเนื้อหาผิดและเอาไปใช้ผิดได้
8. การปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งสำคัญมาก สิ่งที่บ่งชี้ตัวบุคคลชัด ๆ ไม่ควรปรากฏเลย ถึงแม้จะได้รับอนุญาตก็ตาม โดยเฉพาะภาพถ่าย หรือหลายสิ่งที่สามารถสืบค้น (footprints) ไปถึงแหล่งที่มาอันเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องปกปิด ก็ต้องระวังในการเผยแพร่ และพึงระลึกว่ามีความผิดในทางกฎหมายด้วย
9. ควรมีความถี่การเผยแพร่ผลงานที่สม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องลงเสนอผลงานบ่อยทุกวัน แต่ควรเป็นความถี่ใกล้เคียงกันสม่ำเสมอ เพื่อผู้ติดตามจะได้ทราบกำหนดคร่าว ๆ รวมทั้งตัวคุณเองจะมีวินัยในการนำเสนอผลงานที่ดี
10. เรียนรู้การจัดการความขัดแย้ง ความเห็นต่าง มีคนเห็นต่างในความคิดเสมอ ทุกคนมีโอกาสผิดและนั่นรวมตัวคุณด้วย เราอาจจะผิดพลาดได้ ให้รับฟังความเห็นต่างและชี้แจง ภายใต้ขอบเขตที่ไม่ทำให้เกิดความเสียหายลุกลาม ผู้จัดการสื่อมีหน้าที่พึงควบคุมความขัดแย้งด้วย (เป็นจำเลยร่วมหรือโจทก์ร่วมด้วย) ดังนั้น รับฟัง แนะนำ ยอมรับแก้ไข ตักเตือน ควบคุม เป็นสิ่งที่ต้องทำ
11. แสดงความรับผิดชอบหากข้อผิดพลาดนั้นเกิดจากตัวคุณ ทั้งผิดพลาดทางตรง เช่น ให้ข้อมูลพลาด หรือ พาดพิงบุคคลที่สาม หรือผิดพลาดทางอ้อม เช่น เกิดความขัดแย้งลุกลาม .. การขอโทษ ยอมรับ ปรับปรุง และแก้ไขในทางแจ้ง ทำให้คุณพัฒนาตัวเอง และเป็นที่ยอมรับของผู้ติดตาม
12. ศึกษาข้อกฎหมาย กติกา ของการใช้สื่อสาธารณะ ลิขสิทธิ์ ความเป็นส่วนตัว ละเมิด หรือมีที่ปรึกษากฎหมายในกรณีไม่มั่นใจ การมีเจตนาดีในการเผยแพร่สื่อสุขภาพเป็นสิ่งที่ดี ถ้าสิ่งนี้ไม่ส่งผลเสียทางกฎหมายกับตัวคุณหรือผู้อื่น หากเกิดปัญหา มันจะรบกวนชีวิตจิตใจอย่างมาก
อีกหลายวิธีที่เรียนมาจะเป็นวิธีมุ่งเน้นการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์และเป้าหมายทางธุรกิจ แต่มันไม่ใช่เป้าหมายของผมที่จะมาแนะนำคอนเท้นต์ครีเอเตอร์ทางสุขภาพในแบบเฉพาะทางมุ่งเป้าแบบนั้น
ตัวอย่างที่ไม่ดี คือตัวผมเอง ไม่ได้มีความเป็นมืออาชีพใด ๆ นึกจะทำอะไร จะเขียนอะไรก็ทำตามใจตัวเอง ใครอยากอ่านก็มา ใครไม่ชอบก็แยกกันเดิน (เอ๊ะ..คุ้น ๆ นะ)
เพราะไม่ได้อยากเป็นคอนเท้นต์ครีเอเตอร์ อยากแค่เป็นเพื่อนกับพวกคุณ.. แค่นั้น

18 มกราคม 2567

เครื่องฟอกอากาศห้อยคอ

 วงสนทนา : ลุงหมอสังเกตมีเครื่องฟอกอากาศห้อย60% ไปถามก็ว่า กันฝุ่นพีเอ็มสองจุดห้า กันโควิด มันช่วยได้ "จริงหรือ"

ลุงหมอผู้แอบดู : คำตอบคือ อย่าไปคาดหวังอะไรมาก เขาทำการศึกษาทดลองจริงนะ แต่ว่าทำในพื้นที่และปริมาตรระบบปิด ปริมาตรโดยมากไม่เกิน 1 ลูกบาศคอกัน ก์เมตร
มันก็ลดได้ตามที่เขาทดลอง ไม่ว่าจะเฮปาฟิลเตอร์ จะแบบประจุไฟฟ้า แต่อย่าลืมว่าพอเอามาใช้จริง มันเป็นระบบเปิดแบบโล่งโถง ปริมาตรนับไม่ได้ มันย่อมอ้างอิงผลแบบนั้นไม่ได้
อีกอย่างคือ ถึงแม้เราจะย่อส่วนตัวเราให้ไปอยู่ในพื้นที่ทดลองขนาดหนึ่งลูกบาศก์เมตร มีฟิลเตอร์คล้องคออันเท่าเดิมนี่แหละ อากาศมีฝุ่นน้อยลงจริงดังว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมี "สุขภาพที่ดีและปลอดภัย" เพราะผลจากฝุ่น จากโควิด มันต่างกันในแต่ละบุคคลอีกด้วยครับ
จะใส่อุปกรณ์เหล่านี้ก็ได้ แต่ยังต้อง ล้างมือ ล้างเจลแอลกอฮอล์ ถ้าป่วยหรือสงสัยติดเชื้อก็สวมหน้ากากและหลีกผู้คน หลบพื้นที่ฝุ่นมาก และช่วยกันลดฝุ่นในบรรยากาศคนละเล็กคนละน้อย
อย่าคิดว่านี่คือ เครื่องกรองมหาอุตม์ ใส่แล้วเป็นอมตะ หรือ ฝุ่นกับโควิดจะทำร้ายเราไม่ได้นะครับ

15 กันยายน 2566

เอเลี่ยน พิสูจน์ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ดีเอ็นเอของคน

 ความเห็นส่วนตัวนะ .. เชื่อหรือไม่ ก็ใช้วิจารณญาณของท่าน

เมื่อวานมีข่าวเจอเอเลี่ยน พิสูจน์ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ดีเอ็นเอของคน น่าจะเป็นมนุษย์ต่างดาว ส่วนตัวผมว่าหลักฐานยังไม่น่าซื้อ
1. ถ้าเห็นรูปร่างแบบนี้จริง แสดงว่าคุณเอเลี่ยน ต้องมีบรรพบุรุษเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังแน่แท้ โครงสร้างที่จะยืนหรือเดินสี่ขาแบบนั้นได้ ต้องมีกระดูกสันหลัง มีความเป็นไปได้ว่าคือมนุษย์เรานี่แหละ
2. โครงสร้างกระโหลกและใบหน้า น่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ประเภทไพรเมต ซึ่งก็คือคนหรือลิง ที่ในหน้าแบน มีการจัดลูกตาไปด้านหน้า จมูกสั้น แสดงว่าคุณเอเลี่ยนเป็นไพรเมต ..เอาจริง ๆ ผมมองอย่างไรก็คน
3. โครงสร้างกระดูกเชิงกรานแบบนั้น แสดงว่าเดินสองขา กระดูกขาใหญ่กว่าแขนเพื่อรับน้ำหนักและต้านแรงโน้มถ่วง ก็แสดงว่าดาวของเขา ต้องมีแรงดึงดูด แรง G พอกันกับโลกเรา ถึงทำให้รูปร่างแบบนี้ ถ้าโลกเขามีแรงดึงดูดต่างไป สรีรวิทยาและกายวิภาคไม่น่าจะเหมือนคนขนาดนี้
4. ดูโครงสร้างอื่น ๆ มันก็คนชัด ๆ นี่แหละ ถ้ามาจากสิ่งแวดล้อมอื่น ที่มียาวนานมากว่าร้อยล้านพันล้านปี น่าจะเห็นรูปร่างที่ไม่คุ้นชิน ขนาดไดโนเสาร์ครองโลกเรามานาน พอสภาพแวดล้อมเปลี่ยน ยังตายและมีสิ่งที่วิวัฒนาการมาแทน นั่นคือการวิวัฒนาการของคุณมะนาวต่างดุ้ด ต้องเป็นไทม์ไลน์เข้ากับคนพอดีอีก..ก็อยู่บนโลกนี่หล่ะ ไม่ได้มาจากต่างดาวหรอก
5. นักฟิสิกส์คิดหารังสีเอ็กซ์ตั้งหลายปี และใช้เวลาตั้งนานกว่าจะถ่ายภาพแหวนบนมือกระดูกของเบอร์ธา เมียของคุณเรินเกิ้น คนคิดค้นรังสีเอ็กซ์ แต่นี่มาใช้รังสีที่มนุษย์คิด ถ่ายภาพสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ได้ด้วย อืม..ไม่ซื้ออย่างแรง
6. ถ้ามาจากโลกอื่นจริง คิดว่ากายวิภาค สรีรวิทยา ชีวเคมี ไม่มีทางเหมือนสิ่งมีชีวิตบนโลกเลย เพราะองค์ประกอบกายภาพจะเป็นตัวกำหนดโครงสร้างที่เหมาะสม และส่งถ่ายกลายพันธุ์ทางยีน ถ้าแบบนั้นมนุษย์ต่างดาวคนนั้น ต้องอยู่บนโลกเพราะรูปร่างเหมือนมนุษย์โลกเลย บอกว่าหุ่นโลหะเหลว T1000 มาจากต่างดาว หรือตัว venom มาจากต่างดาว อันนี้ยังน่าเชื่อกว่า
7. รัฐบาลออกมาทำการพิสูจน์เองเลยนะ น่าจะเชื่อได้ ... 555 คุณไม่เคยเห็นรัฐบาลพูดไม่จริงหรือชวนเชื่อหรือ ผมว่าผมเคยเห็นนะ บ่อยด้วย
จะเป็นมัมมี่เด็ก ศพคนหรือสัตว์ที่แปรรูปตามธรรมชาติ หรือสิ่งมีชีวิตบนโลกที่สูญพันธุ์ไป ก็ได้ แต่พอมาบอกว่าไม่ใช่สิ่งมีชีวิตบนโลก..ผมเลยสรุปว่า ทำขึ้นมาอย่างแน่นอนครับ คนทำดูหนังเรื่อง ET จนติดตาอีกต่างหาก และแม้จะมีจริงมาจริง ชาวนาเม็ก ชาวไซย่า ก็อยู่บนโลกอย่างสงบได้ แถมยังมีเมียเป็นมนุษย์โลกอีกด้วยนะ
สรุปว่าเอาเวลาไปดู nintendo direct หรือ playstation showcase ดีกว่า

บทความที่ได้รับความนิยม