แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อายุรศาตร์ทั่วไป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อายุรศาตร์ทั่วไป แสดงบทความทั้งหมด

26 สิงหาคม 2568

ฟิสิกส์ในอายุรศาสตร์ : การเคลื่อนที่ของเสียงผ่านตัวกลาง : ทักษะการฟัง

 ฟิสิกส์ในอายุรศาสตร์ : การเคลื่อนที่ของเสียงผ่านตัวกลาง : ทักษะการฟัง

เมื่อเช้าเจอโฆษณาหูฟังสเตทโตสโคปแบบบลูทูธไร้สาย เป็นนวัตกรรมที่เพิ่มความสะดวกมาก แต่ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเป็นอย่างไร หากผู้ใช้ไม่เข้าใจและแปลผลไม่ได้ก็ไม่เกิดประโยชน์ ดังคำพูด “it’s doesn’t matter what under the hood, what matters id who’s behind the wheel”
เสียงเดินทางผ่านตัวกลาง จะเร็วจะช้าขึ้นกับลักษณะตัวกลาง นอกเหนือจากความเร็วแล้ว ความดังและการกระเจิงก็เปลี่ยนไปตามตัวกลางด้วย เมื่อปอดและช่องเยื่อหุ้มปอดมีการเปลี่ยนแปลงตามพยาธิสภาพ คุณภาพของเสียงที่ได้ยินจะเปลี่ยนไป เมื่อเสียงเปลี่ยนไป คุณหมอจะเอาข้อมูลมาประกอบการรักษาได้ครับ
Vocal Resonance คือ การตรวจเสียงพูดของคนไข้ด้วยหูฟังผ่านผนังทรวงอก ปกติแล้วเสียงมนุษย์จะความถี่ต่ำ อู้อี้ และจะถูกเนื้อเยื่อปอดกรองเสียงต่ำออกไป เสียงพูดที่ฟังผ่านหูฟังจึงอู้อี้แต่ได้ยินเป็นคำ คราวนี้ถ้าปอดเกิดโรคเสียงจะเปลี่ยน โดยการเปลี่ยนแปลงนี้จะเปรียบเทียบกับข้างที่ปกติ คุณหมอมือใหม่หรือมือเก่าแต่ไม่ค่อยตรวจร่างกาย อาจจะสับสนว่าอันไหนปกติ ข้างนี้ดังขึ้นหรืออีกข้างมันเบาลง การแยกจะใช้ประวัติและการตรวจอย่างอื่นด้วย เช่น การเคาะ การฟังเสียงลมหายใจ การสัมผัสการสั่นสะเทือนผนังทรวงอก
Consolidation จินตนาการว่าปอดคือฟองน้ำแห้ง ๆ มีเนื้อมีลม แต่ภาวะ consolidation คือเอาฟองน้ำไปชุบน้ำให้ชุ่ม ปอดก็จะแปรสภาพจนเสียงที่คลื่นที่ผ่านตัวกลางจากลมเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ มันจะไม่กรองเสียงความถี่ต่ำ และส่งคลื่นเสียงออกมาทุกความถี่ และไม่ลดแอมพลิจูด คือ เสียงไม่เบาลง เมื่อเทียบกับของเดิมที่เบาและอู้อี้ หูเราจึงแปลผลว่า ดังขึ้น
เราอาจเรียกเสียงที่ได้ยินว่า bronchophony คือเสียงพูดปกติจากที่ได้ยินเบาเป็นได้ยินปกติ (ดังขึ้น) อีกแบบคือ whispering pectoriloquy ให้พูดเสียงกระซิบ กระซิบ มาจากหัวใจ ..ไม่ใช่ล่ะ ให้พูดกระซิบเบา ๆ แต่หมอจะได้ยินชัดเจน ก็คือดังขึ้น
กระบวนการ consolidation จะเกิดในโรคที่มีสารน้ำมาแทรกเนื้อปอดและหลอดลม เช่น ปอดอักเสบติดเชื้อ มะเร็งที่แทรกในเนื้อปอดและหลอดลม
แล้วถ้า vocal resonance มันเบาลง กลไกจริง ๆ คือ เสียงที่มีความถี่ต่ำจะถูกกรองออกไป เสียงที่ได้ยินจึงอู้อี้มากขึ้น ฟังไม่ออก แต่ยังได้ยิน ปรากฏการณ์เบาลงจะเกิดเมื่อมีอากาศปริมาณมากหรือน้ำปริมาณมากมาแทรกในเยื่อหุ้มปอด เสียงที่เดินทางผ่านของแข็งเปลี่ยนมาเป็นน้ำและอากาศจะเบาลง สำหรับอากาศ (pneumothorax) เสียงจะเบาลงจนหายไป แต่สำหรับน้ำ (pleural effusion) เสียงจะอู้อี้ไม่ใช่หายไป ถ้าหายไปแสดงว่าเป็นน้ำปริมาณมากทีเดียว
ด้วยความที่น้ำจะมีระดับพื้นผิว คุณหมอที่ฟังละเอียดและตั้งใจ จะได้ยินการเปลี่ยนแปลงของเสียงที่เปลี่ยนการเคลื่อนที่ในตัวกลาง จะได้ยินลดลงในส่วนที่มีน้ำ ได้ยินปกติในส่วนไม่มีน้ำ และอาจพบเสียงดังขึ้นหรือเสียงความถี่เปลี่ยนไปที่เรียกว่า egophony เพราะเนื้อปอดส่วนที่เหนือน้ำจะถูกบีบชิดกันแน่น จนนำเสียงความถี่สูงได้ดี ใครอยากฟังว่า egophony เป็นอย่างไร หาฟังได้ในยูทูปนะครับ
ประวัติที่ครบและการตรวจร่างกายที่เอาใจใส่ สามารถบอกตำแหน่งและพยาธิสภาพเบื้องต้นของปอดได้ ถ้าข้อมูลหนักแน่นพอก็รักษาได้ หรือคิดวิธีการส่งตรวจแยกโรคให้เหมาะสมแม่นยำว่าจะส่งตรวจอะไร เพื่อจะแปลผล สนับสนุนหรือคัดค้านสิ่งที่คิดจากประวัติตรวจร่างกายว่าอะไร ทำให้การรักษาสมเหตุสมผล ไม่สิ้นเปลืองและไม่ด้อยกว่ามาตรฐาน รวมทั้งได้ความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนไข้กับหมอด้วยครับ

18 สิงหาคม 2568

น้ำตาซิฟิลิส

 เรื่องเล่าจากคลินิก : น้ำตาซิฟิลิส

สุภาพสตรีท่านหนึ่งมาปรึกษาผลการตรวจเลือด เธอแจ้งให้ผมทราบว่า เมื่อสิบแปดเดือนก่อน ผมเคยรักษาซิฟิลิสให้เธอจนครบและหายดี เมื่อสองสัปดาห์ก่อนเธอไปตรวจเลือดซ้ำ และผลออกมาไม่ดีจึงอยากจะมาปรึกษา
ลองค้นเวชระเบียนพบว่าเธอป่วยเป็น secondary syphilis มีผื่นขึ้นที่มือ (primary syphilis คือมีแผลที่อวัยวะเพศ) ตรวจพบ VDRL 1:128 และผล TPHA เป็นบวก ครบเลยนะครับ ประวัติเสี่ยง อาการเหมือน ตรวจร่างกายใช่ ผลคัดกรองซิฟิลิสที่ไวมากขึ้นสูง คือ ถ้าไม่ขึ้นแสดงว่าไม่เป็น แต่ขึ้นได้จากหลายเหตุ ต้องตรวจยืนยัน TPHA หรือ FTA-ABS ซึ่งในความจำเพาะสูง ถ้าบวกก็ใช่ จึงรักษาด้วยยาฉีด benzathine penicillin สัปดาห์ละครั้งเป็นเวลาสามสัปดาห์
ผป : หลังจากรักษาครบ ดิฉันไปตรวจเลือดซ้ำหลายครั้งก็พบว่าค่าลดลงค่ะ ล่าสุดคือ 1:1
ชชนน : ครั้งนี้มีอาการใดเล่าครับ จึงไปตรวจซ้ำทั้ง ๆ ที่มันลดลงมาแล้ว โดยปกติถ้าลดลงมาแล้วก็ไม่แนะนำตรวจนะครับ เพราะ VDRL มันไม่ได้เฉพาะเจาะจงกับซิฟิลิสเท่านั้น
เธอไปตรวจที่แล็บเอกชนและพบว่าค่า VDRL 1:8 ส่วนว่าทำไมถึงตรวจ ลองไปฟังเหตุผลนะครับ
ผป : สามีดิฉันเขาเป็นคนเที่ยวค่ะ ครั้งก่อนเขาก็เป็นและรักษาแล้ว แต่ก็ไปเที่ยวอีก
เอาล่ะ นี่คือความทุกข์ใจของผู้ป่วยครับ เธออาจจะมีเหตุผลที่ต้องรับเชื้อเพิ่มทั้งที่ไม่ได้ป้องกัน เขาก็อาจจะมีเหตุผลที่ยังหยุดไม่อยู่ หรืออาจจะเป็นเธอที่ติดเชื้อมาใหม่เอง ต้องทดเอาไว้ในใจและแนะนำในตอนสุดท้าย ว่ากันเรื่องการรักษาต่อ
คือหลักรักษาอาจจะยังตรวจพบ VDRL ระดับต่ำได้นานเลยนะครับตั้งแต่ 6 เดือนถึงหนึ่งปีจึงตรวจไม่พบ ยิ่งเป็น tertiary syphilis อาจจะนานกว่านั้น หรือบางคนตรวจพบระดับต่ำไปตลอดเรียกว่า serofast status แต่มันก็ไม่ควรเพิ่มขึ้น ถ้าเพิ่มขึ้นแสดงว่ารักษาล้มเหลวคงต้องเปลี่ยนสูตรยา หรือหากเคยลดลงมาแล้ว มีอาการใหม่หรือกลับมาสูงใหม่ น่าจะเป็นการติดเชื้อซ้ำครับ อันนี้ก็รักษาเหมือนเดิม ติดตามเหมือนเดิม แต่ต้องระวังไม่ให้ติดเชื้อซ้ำ คือ การมีเพศสัมพันธ์แบบป้องกันนั่นเอง
ชชนน : น่าจะติดเชื้อซ้ำนะครับ แบบนี้หลังรักษาแล้ว ต้องมีเพศสัมพันธ์แบบป้องกันนะครับ ยิ่งถ้ามีหลายคู่นอนยิ่งเสี่ยง และไม่เพียงแต่ซิฟิลิสนะครับ โรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ จะตามมาด้วย คุณเองเสี่ยงไหมครับ
ผป : ตัวเองไม่เสี่ยงเลยค่ะ แต่ สะ สะ สา ม ม มี ...
ผู้ป่วยกลั้นน้ำตาไม่อยู่ครับ และเล่าเรื่องที่สามีเธอแอบมีเล็กมีน้อย แต่ส่วนมากคือการซื้อ หลายครั้งเธอก็รู้แต่อดทนเพื่อครอบครัวและลูก แต่คราวนี้ผมแนะนำให้เธอไม่ทนครับ
ชชนน : ผมคิดว่าเราน่าจะคุยกันครับ เรามาทบทวนเรื่องความเสี่ยงกันอีกรอบ ทั้งคุณและสามีครับ บางทีคราวนี้อาจจะสำเร็จนะครับ อย่าเพิ่งท้อใจ
ผป : ค่ะ ฉันจะลองคุยกับเขาดูค่ะ ถ้าตกลงจะนัดคุณหมอมานะคะ
หลังจากรักษาและนัดมาติดตามอาการ นัดครั้งที่สอง เธอพาสามีมาได้ด้วยครับ เราได้พูดคุยถึงปัจจัยเสี่ยง การป้องกัน การตรวจเลือดประเมินและรักษา ผมไม่รู้หรอกครับว่ามันจะสำเร็จไหม โรคจะกลับมาติดซ้ำอีกไหม ชีวิตครอบครัวเขาจะลงเอยแบบใด แต่อยากให้ทุกคนทราบว่า ทุกการกระทำมันมีผลของมันนะครับ ไม่กระทบตัวเราก็กระทบคนอื่น ดังนั้นไตร่ตรองให้ดีก่อนจะทำสิ่งใด อีกประการ คุณหมอทุกท่าน ก็ช่วยคนไข้ได้มากกว่าการรักษาโรคนะครับ

16 สิงหาคม 2568

130/80

 แนวทางรักษาโรคความดันโลหิตสูงในยุคปัจจุบัน

ยุโรปนำมาก่อน ตามมาด้วยอเมริกา คงชัดเจนนะครับว่าต้องการควบคุมตัวเลขที่ไม่เกิน 130/80
แม้แต่ในผู้สูงวัยแค่ไหน หรือ มีโรคร่วมแค่ไหน โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่เกิดอันตรายจากการลดความดัน โดยเฉพาะหน้ามืดเป็นลม (ส่วนใหญ่เป็นเทคนิคการปรับยา)
ของไทยคงปรับตามในอีกไม่นาน เพราะผลการศึกษาชัดเจนว่าลดผลแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูงลงได้

22 มิถุนายน 2568

liraglutide ..semaglutide..ไม่นานมานี้ก็ tirzepatide

 สงคราม ปัก(เข็ม)ด่วน

จาก liraglutide ..semaglutide..ไม่นานมานี้ก็ tirzepatide
พัฒนาจาก GLP-1a ในสองตัวแรก จนมาเป็น GLP-1a ร่วม GIP พัฒนาจากลดน้ำหนักในผู้ป่วยเบาหวาน มาเป็นลดน้ำหนักโดยไม่ต้องเป็นเบาหวาน
ล่าสุด Mazdutide เป็น GLP-1a ร่วมกับ glucagon receptor dual agonist ฉีดสัปดาห์ละครั้ง ทำการศึกษาในจีนชื่อ GLORY-1 ลดน้ำหนักประมาณ 10% ในเวลา 8 เดือน เทียบกับยาหลอก เมื่อใช้ร่วมกับการคุมอาหาร
ประเด็นคือ ค่าเฉลี่ยดัชนีมวลกายผู้ร่วมการศึกษาประมาณ 31 เท่านั้น ต่างจากการศึกษาอื่นที่ใช้ค่า 35-40
สงคราม GLP-1a เริ่มแล้ว และผมยังย้ำเสมอว่า การควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย ยังเป็นหัวใจหลักในการลดน้ำหนัก เพราะไม่ได้มีเป้าหมายเพียงตัวเลขน้ำหนัก แต่คือ สุขภาพที่ดี ชีวิตคุณภาพ และโรคที่ลดลง

17 มิถุนายน 2568

การกินยาความดันก่อนนอน

 เม็ดยาก่อนนอน

จริง ๆ แล้วเคยมีการศึกษาชื่อ time ออกมาก่อนหน้านี้แล้วล่ะว่า การกินยาความดันก่อนนอน ก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มประโยชน์ในแง่ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
ครั้งนี้มีการศึกษา bedmed เป็นการศึกษาในแคนาดา ทำในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 2700 กว่าคน อายุเฉลี่ยประมาณ 67 ปี ไม่ค่อยมีโรคร่วม ให้กินยาตามที่คุณหมอประจำให้กินนั่นแหละ แต่แบ่งครึ่งนึงกินเช้า ครึ่งนึงกินก่อนนอน
ส่วนมากจะใช้ยาชนิด ออกฤทธิ์ยาวกินทีเดียว (การศึกษามีการปรับระเบียบวิธีวิจัยกลางคันเพราะตัวเลข event rates ไม่ถึงเป้า ในช่วง interim)
ติดตามไปห้าปี พบว่าการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดก็ไม่ได้ต่างกัน ผลข้างเคียงจากยาก็ไม่ต่างกัน การคุมความดันช่วงกลางวันพอกัน
แต่กลุ่มกินยาก่อนนอนจะคุมความดันช่วงนอนและตอนตื่นได้ดีกว่าเล็กน้อย แต่ข้อเสียคือ ลืมกินยาบ่อยกว่า
สรุปจากข้อมูลยุคปัจจุบันว่าถ้าวินัยดี ไม่ขาดยา ใช้ยาออกฤทธิ์ทำงาน 24 ชั่วโมง .. คุณจะกินยาตอนไหนก็ไม่สำคัญ
Garrison SR, Bakal JA, Kolber MR, et al. Antihypertensive Medication Timing and Cardiovascular Events and Death: The BedMed Randomized Clinical Trial. JAMA. 2025;333(23):2061–2072. doi:10.1001/jama.2025.4390

17 พฤษภาคม 2568

17 พฤษภาคม วันความดันโลหิตสูงโลก

 17 พฤษภาคม วันความดันโลหิตสูงโลก

สำหรับผม นี่คือโรคที่อันตรายที่สุดในสาขาวิชาอายุรศาสตร์ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า มันเกิดขึ้นเมื่อไร และมันไม่มีอาการอันใด
ส่วนมากเมื่อตรวจพบ จะมีอาการมาสักระยะ และมีอวัยวะที่เกี่ยวข้องเสียหายไปแล้ว
และรักษายาก เพราะมันไม่มีอาการ รักษาก็ไม่มีอาการใดดีขึ้น ผู้ป่วยจึงไม่มีแรงจูงใจ ไม่เห็นผลใดที่ชัดเจน นอกจากตัวเลขความดันที่ลดลง จึงยุติการรักษากันบ่อย
มันเป็นปัญหาจริง ๆ นะครับ องค์การอนามัยโลกจัดลำดับโรคร้ายที่คุกคามมนุษยชาติมาตลอด โรคความดันโลหิตสูงไม่เคยแผ่ว ครองอันดับหนึ่งมาหลายปี
วิธีการตรวจพบตั้งแต่แรกและเข้ารับการรักษาทำได้ง่ายมาก คือ ตรวจวัดความดันเป็นประจำ ถ้าคุณเสี่ยง มีประวัติครอบครัว น้ำหนักมาก อายุมากกว่า 40 คุณควรตรวจทุก 3-6 เดือน
ทุกสถานพยาบาลมีเครื่องวัดความดันครับ ใครซื้อมาใช้เองก็ได้ ซื้อเครื่องเดียววัดได้ทั้งบ้าน ไปถึงข้างบ้านก็ได้

08 พฤษภาคม 2568

เรื่องเล่าจากคลินิก : คติธรรมจากคนไข้ : ฉันทะ-วิริยะ-จิตตะ-วิมังสา

 เรื่องเล่าจากคลินิก : คติธรรมจากคนไข้

หวังว่าคุณคงจำผู้ป่วยรายนี้ได้ สุภาพสตรีวัย 70 ปี ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ผมสอนให้เธอวัดค่าความดันและบันทึกมาให้ เธอมาติดตามอาการทุกสามเดือน พร้อมบันทึกค่าความดันแบบนี้มาเป็นชุด ชุดละหนึ่งสัปดาห์
ผมแนะนำให้เธอออกกำลังกายสัปดาห์ละ 150 นาที และเธอก็ปฏิบัติตาม พร้อมบันทึกระยะเวลาและอัตราการเต้นหัวใจมาด้วย
สมัยที่เธอยังสาว เธอป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ที่อาการรุนแรงพอควร ต้องกินยาตลอดเพื่อควบคุมอาการ และเจอผลข้างเคียงมากมายจากการใช้ยา เธอจึงตั้งใจจะรักษาตัวเองให้ดีที่สุดโดยที่ไม่ใช้ยา
1.เธอบอกผมว่า เธอตั้งใจจริงที่จะทำแบบนี้ โดยสร้างเครื่องมือมากำกับตัวเอง คือ ตารางเวลาและตารางผลลัพธ์ โดยมีเป้าหมายว่าต้องส่งการบ้านผมทุกสามเดือน
2.เธอควบคุมอาหารอย่างจริงจัง ช่วงแรก ๆ ถ่ายภาพมื้ออาหารมาด้วย เราคุยกันจนตกผลึกว่าอะไรไม่ควรกิน อะไรควรควบคุมและอะไรกินได้ เธอตัดสินใจทำอาหารเอง ควบคุมเกลือและเครื่องปรุงได้เบ็ดเสร็จ เมื่อตั้งใจ ศึกษาและทำตาม ปรับปรุงตลอด ตอนนี้ทำได้จนเป็นกิจวัตร
3.แรกเริ่ม ความดันโลหิต 150/80 ตอนนี้ก็อย่างที่เห็น เนื่องจากไม่มีโรคแทรกซ้อนหรือข้อบ่งชี้อื่นที่ต้องใช้ยา อันนี้ผมหยุดยาไปสองปีครึ่งแล้วครับ ตรงตามเป้าของเธอคือใช้ยาให้น้อยที่สุด
4.น้ำหนักตัวเธอคงที่มาตลอดสามปี เธอใช้น้ำหนักตัวเป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นทุกวัน เธอบอกว่า เธอประสบความสำเร็จในชีวิตทุกวัน ทุกครั้งที่ชั่งน้ำหนักตอนเช้า เมื่อประสบความสำเร็จหนึ่งอย่างแล้ว ก็มีแรงใจที่จะทำอย่างอื่นต่อไป
5.ผมบอกเธอว่า ไม่ต้องวัดความดันทุกวันก็ได้ และการออกกำลังกายให้ประมาณค่าเอาก็พอ เธอบอกว่า มันก็มีบางครั้งที่ลืม แต่ถ้าไม่ตั้งใจบันทึกทุกวัน คงไม่ได้ผลการบันทึกครบถ้วนและดีแบบนี้
6.ผมเคยตรวจไขมันในเลือด และประเมินความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดให้ พบว่าเสี่ยงประมาณ 7-8% ในสิบปี เราคุยกันเรื่องยาลดไขมัน เธอถามว่า ถ้าเธอจะทำแบบนี้แล้วประเมินไปเรื่อย ๆ หากเสี่ยงมากกว่านี้จึงกินยาได้ไหม ผมตอบว่า ถ้าคุณเชื่อมั่น มีวินัย และศรัทธา ก็ติดตามได้ครับ ผลแห่งการปฏิบัติตัวก็มีคุณค่าไม่ด้อยไปกว่ายา
7.คนไข้ของผม เธอยิ้มแย้มตลอด แม้จะอายุ 70 กว่า แต่มองกันภายนอกก็คือ "หญิงชราหน้าสาว" ท่าเดินยังสง่างาม หยิบจับคล่องแคล่ว และขับรถมาเองจากจังหวัดข้างเคียง
การดูแลตัวเอง ไม่มีใครมาบังคับคุณได้ครับ คุณต้องทำด้วยตัวเอง เรียนรู้และปรับปรุงด้วยตัวเอง เชื่อมั่นและศรัทธาตัวเองว่าทำได้ แล้วลงมือทำเลย อย่ารอรี
ฉันทะ-วิริยะ-จิตตะ-วิมังสา

10 มีนาคม 2568

ต่อมน้ำเหลืองโต

 ต่อมน้ำเหลืองโต

ต่อมน้ำเหลือง (lymph node) เป็นอวัยวะในระบบน้ำเหลือง ทำหน้าที่หลักคือเป็นศูนย์ชุมทางน้ำเหลือง สถานีตรวจจับความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นเซลล์ผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นสารอักเสบ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแปลกปลอม เมื่อสิ่งผิดปกติมาถึงต่อมน้ำเหลืองจะเกิดการดักจับ ผลิตเซลล์ต่อสู้ เร่งการทำงาน ทำให้เกิดต่อมน้ำเหลืองบวมโต
แสดงว่าต่อมน้ำเหลืองทำงานตลอดเวลาครับ โตบ้างยุบบ้างสลับกันไป โตมากโตน้อย ด้วยหลายปัจจัย ที่เราเองอาจคลำพบได้หรือเวลาคุณหมอตรวจร่างกายก็จะคลำพบได้ และหลายครั้งก็ยุบเองในเวลาไม่กี่วัน
แต่จะมีความผิดปกติของต่อมน้ำเหลืองบางอย่างที่มีความสำคัญที่จะต้องหาสาเหตุ หรือต้องติดตามว่าอาจจะเป็นโรค ไม่ว่าเป็นโรคติดเชื้อ โรคจากการอักเสบเรื้อรัง โรคเนื้องอกของระบบโลหิต หรือเนื้องอกแพร่กระจายมาจากที่อื่น ตำรามาตรฐานจะระบุค่า likelihood ratio คือโอกาสเกิดโรคถ้าตรวจพบความผิดปกติ อันนี้ไม่ขึ้นกับความชุกของโรคใด ผมอ่านมาหลายเล่ม ขอเรียงลำดับตามโอกาสเกิดโรคจากมากไปน้อยนะครับ
1.ต่อมน้ำเหลืองที่ยึดติดกับอวัยวะด้านใต้ของมัน ปกติต่อมน้ำเหลืองที่คลำได้ จะอยู่ได้ผิวหนัง ขยับตามขั้นไขมันใต้ผิวหนัง แต่ถ้าต่อมน้ำเหลืองนั้นยึดติด ไม่ขยับ ไม่โยกไปมา อันนี้ต้องระวังว่ามีคือของจริง ต้องหาโรคจริง ๆ ที่พบบ่อยคือแถวลำคอ บริเวณไหปลาร้าและรักแร้
2.ขนาดที่โต ปกติเราจะถือว่าต่อมน้ำเหลืองโต เมื่อมีขนาดส่วนที่กว้างที่สุดมากกว่า 10 มิลลิเมตร แต่หากต่อมน้ำเหลืองที่โตมากกว่า 9 เซนติเมตร (พยายามไปค้นว่าเอาตัวเลขมาจากไหนเนี่ย) จะมีโอกาสเป็นโรคสูงมาก แต่ตัวเลขทั่วไปก็จะคิดว่าถ้าเกิน 4 เซนติเมตร ก็ต้องทำการสืบค้นและเฝ้าระวังแล้วครับ
3.ลักษณะทางกายภาพที่บ่งชี้ว่าน่าจะเป็นโรคหรือต้องสืบค้นคือ เนื้อแข็ง ประมาณเยลลี่กัมมี่ หรือยางลบดินสอ อันนี้ถือว่าแข็งมากแล้วครับ
หรือผิวไม่เรียบ ปกติแล้วจากต่อมน้ำเหลืองขึ้นมาจนคลำได้ จะผ่านเนื้อเยื่อหลายชั้น จะแปรสภาพเป็นเรียบดี แต่ถ้าขรุขระ อันนี้ของจริงล่ะครับ
4.ตำแหน่ง ปรกติแล้วตำแหน่งของต่อมน้ำเหลืองที่โต จะบ่งชี้บริเวณชุมทางของท่อน้ำเหลืองที่เข้ามาสู่ต่อม เช่น ใต้คาง ก็จะรับผิดชอบ ผิวหนังบริเวณคาง ริมฝีปาก เรื่อยไปถึง ฟันล่าง ใต้ลิ้น
ตำแหน่งที่ไม่ค่อยโต และหากโตก็จะต้องสงสัยว่าเกิดโรคหรือต้องค้นหา คือ ตำแหน่งเหนือกว่ากระดูกไหปลาร้า นับจากด้านล่างของลำคอมาจนถึงขอบบนของกระดูกไหปลาร้า ทั้งซ้ายและขวาครับ
5.อายุมากกว่า 40 ปี น้ำหนักโอกาสการเกิดโรคหรือต้องสืบค้นที่ต้องทำ อาจไม่มากเท่าข้อที่ผ่านมาก แต่เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น โอกาสเกิดโรคมะเร็งจะเพิ่มขึ้น การตรวจพบต่อมน้ำเหลืองโต โดยเฉพาะโตมาก แข็ง หรือโตมาต่อเนื่อง คงต้องระวังและสืบค้นมากขึ้นครับ

04 มีนาคม 2568

เรื่องเล่าจากคลินิก : นิ้วบอกโรค : ทักษะการตรวจร่างกาย

 เรื่องเล่าจากคลินิก : นิ้วบอกโรค : ทักษะการตรวจร่างกาย

เกือบปิดคลินิกแล้ว เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เสียงปลายสายแจ้งมาว่า กำลังมาตรวจกับคุณหมอ เดินทางมาจากต่างอำเภอ จะทันไหม
พนักงานจิปาถะ : ทันครับ อุตส่าห์มาตั้งไกล คุณหมอรอตรวจแน่ครับ
ปลายสาย : ขอบคุณครับอีก 15 นาทีครับ
ผู้ป่วยขับรถเดินทางมาคนเดียว เป็นรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่ อายุ 60 ปีพอดิบพอดี ท่าทางแข็งแรง ทะมัดทะแมง ผู้ป่วยรับราชการและเกษียณอายุ มาทำสวนที่บ้าน ก็ยังทำสวนได้
พนักงานจิปาถะ : เชิญด้านในครับ
คนไข้ : คุณหมอยังไม่กลับใช่ไหมครับ
พนักงานจิปาถะ : ยังครับ
พนักงานจิปาถะยิ้ม พาคนไข้เข้าไปในห้องตรวจ แล้วนั่งลงข้างคนไข้
ประวัติดังนี้ : ผู้ป่วยมีอาการถ่ายเหลวบ่อย เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนมานี้ แต่ละครั้งจะถ่ายเหลว 2-3 วันแล้วหยุด เว้นไปประมาณ 1-2 สัปดาห์แล้วเกิดอีก
ปริมาณถ่ายเหลวไม่มาก ประมาณวันละ 500-800 มิลลิลิตร ไม่มีมูกเลือดปน
ผู้ป่วยแจ้งว่าตรวจสุขภาพประจำปี (กับหน่วยงาน) ไม่เคยขาด ผลการตรวจปกติทุกปี
ผู้ป่วยไปตรวจรักษามาหลายที่ ตรวจคลำท้องปกติ ตรวจอุจจาระในทุกที่ที่รักษา ผลปกติดี ได้รับยาฆ่าเชื้อมาแล้วสามขนาน ยาฆ่าเชื้อปรสิตหนอนพยาธิมาแล้วด้วย มีสถานพยาบาลหนึ่งแห่งตรวจอัลตร้าซาวนด์ช่องท้องพบว่าปกติ
ผู้ป่วย : ผมสงสัยว่าเกิดจากยาหรือเปล่าครับหมอ ไปหาอ่านมาบอกว่า ยามันฆ่าเชื้อหมด เราเลยถ่ายเยอะขึ้น นี่ก็ถ่ายจนผอมไปหมดแล้ว
พนักงานจิปาถะ : นั่งเงียบพักนึง เรียงลำดับและวาดภาพในหัว
ปัญหาคือ ถ่ายเหลวเรื้อรัง… ไปตรวจมาหลายที่ปกติดี กินยาฆ่าเชื้อไม่หาย กำลังสงสัยว่าเกิดจากยา
พนักงานจิปาถะกำลังคิดตาม ไปตรวจมาห้าแห่งแล้ว ไม่เจออะไรเลย แต่ไม่ดีขึ้น
หรือจะลองจัดเรื่องเล่าอีกแบบ
… ท้องผูกสลับท้องเสีย และน้ำหนักลดลง ในคนสูงวัย …
พนักงานจิปาถะ : มีเครือญาติเป็นมะเร็งไหมครับ
คนไข้ : แม่เป็นมะเร็ง ไม่ทราบชนิด เป็นแบบแพร่กระจายมาที่ตับ ไม่ทราบว่าเกิดมาจากที่ใด
พนักงานจิปาถะ : ผมขอตรวจร่างกายทางทวารหนักนะครับ ใช้นิ้วตรวจในทวารหนัก ไม่เจ็บ แต่อาจตึง ๆ บ้าง
สิ่งที่น่ากังวลคือ ข้อมูลที่ได้จากผู้ป่วยว่า สถานพยาบาลทั้งห้าแห่งที่ผ่านมา ไม่เกิดการตรวจทางทวารหนักเกิดขึ้นเลย
การตรวจร่างกายทางทวารหนัก (digital rectal examination) จะไม่ทำในสองกรณีคือ หมอไม่มีนิ้ว และ ผู้ป่วยไม่มีก้น
จากหนังสือ Bailey and Love’s Short Practice of Surgery
ปรากฏว่าเมื่อตรวจทางทวารหนักพบ rectal shelves คือ ดันนิ้วเข้าไปแล้วเจอก้อนดันนิ้วสู้กัน
เขียนประเด็นใหม่ : ผู้ป่วยชายอายุ 60 ปี มีอาการท้องผูกสลับท้องเสียต่อเนื่องกัน 6 เดือน น้ำหนักตัวลดลงชัดเจน มีประวัติมารดาเป็นมะเร็งไม่ทราบชนิด ตรวจร่างกายพบ rectal shelves
ถ้าจั่วหัวแบบนี้ ทุกคนคงคิดเหมือนกันว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ถ้าเรียบเรียงผิดและไม่ตรวจทวารหนัก ก็อาจไม่คิดถึงหรือคิดถึงโรคนี้ช้าลง
พนักงานจิปาถะคนนั้น เขียนจดหมายส่งตัวให้คนไข้ไป สองสัปดาห์ต่อมาผู้ป่วยนำภาพเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์มาให้ดู และได้รับการนัดตรวจเพื่อวางแผนผ่าตัดก้อนมะเร็งที่ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายกับทางศัลยแพทย์เรียบร้อยแล้ว
หลังจากให้คำแนะนำ ให้กำลังใจและคนไข้กลับไปแล้ว พนักงานจิปาถะคนนั้น ยกนิ้วชี้ขวาขึ้นมาตรงหน้า แล้วคิดในใจ เราก็มีของมีค่าติดตัวกับเขาเหมือนกันนะเนี่ย

02 มีนาคม 2568

การปรับยาช่วงศีลอด

 ฝากถึงพี่น้องชาวมุสลิมครับ

เดือนนี้เริ่มการถือศีลอดแล้วครับ โดยหลักการหากคุณมีโรคประจำตัวรุนแรง คุณอาจเลือกวิธีอื่นเพื่อปฏิบัติให้บริสุทธิ์แทนได้ครับ
แต่ถ้าจะถือศีลอด ฝากไปปรึกษาหมอและปรับยาด้วยนะครับ
โดยเฉพาะเบาหวาน ที่ต้องใช้ insulin และยากลุ่ม sulfonylurea เช่น gliplizide, gluclazide, glimepiride
ยากลุ่มนี้ทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำได้มาก ต้องปรับขนาดยาหรือเปลี่ยนเวลากินครับ
ยากลุ่ม SGLT2i คือ canagliflizin dapagliflozin empagliflozin อาจต้องหยุด หรือปรับเวลากิน เพราะช่วงอด ร่างกายจะขาดน้ำพอควร เกิดอันตรายได้
ยาความดันกลุ่ม ACEI ลงท้ายด้วย -pril หรือ ARB คือ -sartan ทั้งหลาย อาจต้องลดขนาดหรือหยุดหรือเปลี่ยน เพราะร่างกายมีการขาดน้ำเช่นกัน
การปรับเวลาในกลุ่ม ยาฮอร์โมน ยามะเร็ง ยากันชัก ยาจิตเวช ยานอนหลับ ก็สำคัญครับ
ผู้ป่วยที่ฟอกเลือดทางหน้าท้องหรือทางหลอดเลือด ต้องปรึกษาคุณหมอก่อนถือศีลอดนะครับ
การปรับชีวิต ปรับยา ให้เข้ากับวิถีชีวิตและวัฒนธรรม สามารถทำได้ครับ แล้วท่านจะมีความสุข

25 มกราคม 2568

ดูแลผู้สูงวัยที่บ้าน ควรมีอะไรบ้าง

 ดูแลผู้สูงวัยที่บ้าน ควรมีอะไรบ้าง (ใครมีหัวข้อเพิ่มเติม ก็เสริมมาได้นะครับ)

▪เครื่องวัดความดันโลหิต ความดันโลหิตขึ้นลงไม่มีอาการนะครับ ต้องวัดจึงทราบ ควรซื้อแบบที่วัดตรงต้นแขน ขนาดแถบพันให้รัดได้หนึ่งรอบครึ่ง ควรตรวจสอบถ่านไฟฉายว่าไม่อ่อน หรือใช้เสียบปลั๊ก เวลาบันทึก แยกสามค่านะครับ systolic/diastolic และ ชีพจร
▪เทอร์โมมิเตอร์ แบบใช้ง่ายก็มีสองอย่างคือแท่งเสียบรักแร้ จะใช้แบบดิจิตอลหรือปรอทก็ได้ แบบดิจิตอลก็ง่ายดี ระวังแค่ถ่านหมดกับเสียบไม่แนบรักแร้ อีกแบบคือก้านส่องรูหู อันนี้แพงกว่ามาก แต่แม่นยำ แปรปรวนต่ำ จะได้ทราบเลยว่ามีไข้หรือไม่ สูงหรื่อไม่สูง รักษาแล้วตอบสนองดีหรือเปล่า
▪กระโถน, bed pan, กระบอกฉี่ เพื่อขับถ่ายบนเตียง ผู้สูงวัยหลายท่านลุกนั่งยาก หรือติดเตียง การมีกระโถนแบบแบน สอดให้ขับถ่ายได้จะสะดวกมาก จะใช้แบบพลาสติกหรือแบบอลูมิเนียมก็ได้ทั้งนั้น แต่จากประสบการณ์แบบอลูมิเนียมจะทำความสะอาดง่ายกว่า
▪ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ใส่เวลาเดินทาง เวลานอน จะได้ไม่ขัดจังหวะการนอนหรือเดินทาง เลือกแบบใดก็ได้ แต่ต้องหมั่นตรวจสอบ ถ้าเต็มก็เปลี่ยน อย่าปล่อยค้างให้อับชื้น
▪ชุดทำแผลแบบใช้แล้วทิ้ง ผ้าพันแผล ผู้สูงวัยมีแผลง่าย หากเป็นแผลถลอก กระแทก เลือดซึม ก็ทำแผลได้เลย ใช้เบตาดีนเช็ดรอบ ใช้น้ำเกลือล้าง ผ้าก๊อซปิด แนะนำใช้ผ้าพันแผลพัน เพราะพลาสเตอร์มักมีผื่นแพ้หรือติดไม่อยู่
▪อุปกรณ์บดยา กระบอกฉีดยา ที่ตัดเม็ดยา ผู้สูงอายุมันมีปัญหาการเคี้ยวกลืน บางคนต้องบด ใช้มือหักยาไม่ได้แน่ การตวงยาน้ำควรใช้กระบอกฉีดยา และมีอีกอันเอาไว้ป้อนยาช้า ๆ ทางปากได้ หาซื้อได้ตามร้านขายยา
☆☆การจัดสภาพแวดล้อม☆☆
▪ทางเดินทางผ่านผู้สูงวัย ควรไม่มีสิ่งกีดขวาง หรือส่งที่จะทำให้ลื่นล้ม
▪ไฟฟ้าทางเดินต้องสว่างพอ มีจุดเกาะยึด
▪จุดยึดจับในห้องน้ำ พื้นห้องน้ำต้องไม่ลื่น
▪ปรับโถขับถ่ายเป็นแบบนั่งเก้าอี้ ห้ามนั่งยอง
▪ขึ้นลงบันได ให้น้อยที่สุด หากต้องขึ้น อย่าลืมทำราวยึดเกาะให้ดี ติดแถบกันลื่น
▪ควรมีขวดน้ำดื่มไว้ใกล้ตัวใกล้มือ การลุกไปดื่มน้ำลำบาก จะทำให้เขาไม่ดื่มน้ำเพียงพอ
☆☆เตรียมล่วงหน้า☆☆
▪สมุดประจำตัวผู้ป่วย จะโรคอะไรก็แล้วแต่ มีไว้ข้างตัวพร้อมหยิบไป รพ.
▪ถ่ายภาพซองยา ฉลากยาที่ใช้ล่าสุดเอาไว้ เผื่อต้องใช้
▪เบอร์โทรศัพท์ รพ.ที่รักษาประจำ รพ.ใกล้บ้าน และเบอร์ฉุกเฉิน ถ้าไม่ทราบให้โทร 1669
▪ทางติดต่อญาติที่มีอำนาจการตัดสินใจหรือทายาทโดยธรรม
การเตรียมตัวที่ดีที่สุด คือ การเตรียมตัวคุณเอง คือ ผู้ดูแล ให้พร้อมเสมอ
เพราะการวิธีการดูแลคนที่เรารักที่ดีที่สุด คือ การดูแลตัวเองให้แข็งแรงพร้อมจะดูแลคนที่เรารักได้

04 มกราคม 2568

เล่าให้ฟัง : สุขภาพเรา เราต้องคิด ต้องรู้ ต้องเลือก

 เล่าให้ฟัง : สุขภาพเรา เราต้องคิด ต้องรู้ ต้องเลือก

ไม่กี่วันก่อน มีสุภาพบุรุษมีอายุท่านหนึ่ง มาพบที่ร้าน บอกว่าให้คุณหมอช่วยวางแผนวัคซีนให้ ลูกสาวเขาติดตามเพจ เลยอยากให้คุณหมอจัดการตามที่เห็นสมควร
ยากไหม : ไม่ยาก เปิดตารางก็กำหนดได้ ใครอ่านบ่อย ๆ เขียนออกมาได้เลย
สนใจไหม : ได้เงิน ได้ขายของ คนไข้ก็เต็มใจจ่าย วิน-วิน
ดีไหม : ไม่ดี !!!
แนะนำเลยนะครับ การรักษาหรือป้องกันใด ๆ ต้องฟังข้อดี ข้อเสีย ข้อบ่งชี้ ข้อห้าม ความคุ้มค่า และคนที่ต้องฟังและรับรู้ คือ คนไข้และผู้มีส่วนได้เสีย
ไม่ว่าการรักษานั้นจะเป็นที่ยอมรับเพียงใด หรือ คุณเชื่อใจเชื่อมือหมอคนนั้นเพียงใด ก็ต้องรับรู้และเข้าใจ
สุภาพบุรุษรายนี้ ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนเลย มาฉีดเพียงเพราะลูกแนะนำ และลูกแนะนำเพียงจากบทความที่ผมเขียนและเขาอ่าน
ผมเล่าให้เขาฟังช้า ๆ อธิบายจนเข้าใจ เราเลือกวัคซีนที่เหมาะเท่านั้น มีบางชนิดที่สุภาพบุรุษท่านนั้นขอไม่ฉีด และจัดลำดับการฉีด ไม่ต้องล้มละลายหมดโบนัสของลูกในคราวเดียว
ไข้หวัดใหญ่ฟรีได้นะ ก็บอกเขา เขาไม่รู้เลยว่ารับฟรีได้ เตรียมเงินมาจ่ายแล้ว
ไม่มีแผนที่หมอจัดให้ครับ
มีแต่แผนที่หมอแนะนำแล้วมาคุยกันตกลงร่วมกันเสมอ
มันดูเพ้อฝัน ดูนิยาย แต่ถ้าเราเริ่มทำวันละคนทุกวัน และเพิ่มขึ้น ช่วยทำกันหลาย ๆ คน มันน่าจะเป็นพลังที่เปลี่ยนแนวคิด ทัศนคติ และผลลัพธ์สุขภาพโดยรวมของประเทศได้เลย

03 มกราคม 2568

ปวดขาเวลาเดิน : หลอดเลือด หรือ เส้นประสาท

 ปวดขาเวลาเดิน : หลอดเลือด หรือ เส้นประสาท

อาการปวดขาเวลาเดินไปสักระยะ ส่วนมากจะเป็นระยะเท่าเดิม เมื่อพักแล้วดีขึ้น เดินอีกปวดอีก มักจะมีสาเหตุสำคัญ ไม่หลอดเลือดแดงที่ขาข้างนั้นตีบแคบ ก็เส้นประสาทถูกกระดูสันหลังกดทับ
เรามีวิธีแยกหลายวิธี มีหนึ่งวิธีที่ความจำเพาะสูง และใช้อุปกรณ์ใกล้ตัวได้ เรียกว่า van Galderen bicycle test ใช่แล้ว ใช้จักรยานครับ
วิธีทำ ..
1. ตั้งขาตั้งคู่ ให้ล้อหลังลอย (หรือใช้จักรยานในยิม)
2. ปรับอานให้สูงพอดี คือ จุดที่บันไดจักรยานต่ำสุดแล้ว เข่างอประมาณ 20-30 องศา เท้าเหยียบเต็มบันได
3. เริ่มปั่นจักรยานช้า ๆ หลังตรง ก้นนั่งเต็มอาน ปั่นจนกว่าจะปวดขา
4. เมื่อปวด ให้ปั่นจักรยานในท่าเอนตัวไปด้านหน้า แบบนักแข่งเสือหมอบ แล้วปั่นต่อไป
ถ้าอาการปวดลดลง น่าจะเกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ เพราะเอนตัวแล้วช่องที่เส้นประสาทลอดออกมาจะกว้างขึ้น ไม่กดทับ หลอดเลือดดำไม่คั่ง
ถ้าอาการปวดเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้น แสดงว่าน่าจะเกิดจากหลอดเลือดแดงตีบ เพราะใช้กล้ามเนื้อต่อเนื่อง ต้องการเลือดเพิ่มแต่ส่งเลือดไม่ได้
ข้อระวัง คือ ห้ามทำการทดสอบนี้ในผู้ป่วยโรคหัวใจ หรือเสี่ยงจะล้มจากจักรยาน
ถ้าว่าง ๆ วันอาทิตย์นี้ลองไปขี่ที่แอนฟิลด์
ดูเจ้าบ้านเล่นชิลล์ชิลล์ไล่ต้อนทีมเยือน

17 ธันวาคม 2567

เมื่อเงินฝืดเคือง การรักษาเลยต้องปรับเปลี่ยน

 เมื่อเงินฝืดเคือง การรักษาเลยต้องปรับเปลี่ยน

**การรักษานี้อาจไม่ตรงตามแนวทาง และไม่อาจใช้อ้างอิงใด ๆ ได้ เป็นการรักษาตามข้อตกลงระหว่างผู้รักษากับผู้ป่วย**
ผู้ป่วยรายหนึ่งมาปรึกษาที่คลินิกพร้อมประวัติเดิมโรคความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง เดิมทีผู้ป่วยรักษาที่ภาคตะวันออกเพราะทำงานที่นั่น แต่เมื่อภาวะเศรษฐกิจผันผวนจนต้องถูกเลิกจ้าง จึงกลับมาอยู่บ้านและทำงานรับจ้างรายวัน ร่วมกับขายอาหารเลี้ยงชีพ การหยุดงานคือรายได้ที่ลดลงทันที
ผู้ป่วยไม่สะดวกมากกับการไปรับยาตามสิทธิของตนในช่วงเวลาทำการ จึงมาปรึกษาว่าผมสามารถรักษาต่อโดยค่าใช้จ่ายไม่สูงมากได้ไหม ผมแนะนำเรื่องการใช้สิทธิการรักษา แต่ผู้ป่วยสะดวกจะมาที่คลินิก
เดิมทีผู้ป่วยได้รับยา atorvastatin (40mg) วันละครึ่งเม็ด ส่วนยาลดความดัน manidipine (20mg) วันละเม็ดร่วมกับ hydrochlorothiazide (25mg) วันละเม็ด เมื่อตรวจสอบข้อมูลแล้ว พบว่าไม่มีโรคร่วมใด และควบคุมโรคได้ดี
ผมเลือกที่จะใช้ยา simvastatin ขนาด 20 มิลลิกรัม วันละเม็ด คู่กับยากิน losartan ขนาด 50 มิลลิกรัม เริ่มที่วันละเม็ดก่อน สูตรนี้เสียค่าใช้จ่ายต่อวันน้อยมาก
**การปรับลดความแรงของยา statin ที่ผลการรักษาดีแล้ว ไม่แนะนำให้ทำนะครับ**
**การเปลี่ยนกลุ่มยาความดัน ต้องคิดเสมอว่า ผลการรักษาอาจไม่ดีเท่าที่คิด**
**แม้ว่า simvastatin 20 มิลลิกรัม จะไม่เกิดปฏิกิริยากับ amlodipine ในขนาด 5-10 มิลลิกรัม แต่ผมไม่อยากให้เกิดปฏิกิริยาเลย เพราะอาจเสียเวลาเสียเงิน จึงไม่ใช้คู่ผสมนี้**
ใช้ลองใช้อยู่ 6 สัปดาห์ นัดมาติดตามความดันโลหิต พบว่าควบคุมได้ตามกำหนด ตรวจระดับ LDL ไม่เพิ่มจากเดิม ไม่มีผลข้างเคียงของยา
คุยกับคนไข้ว่า ผมปรับตามสถานการณ์ที่ผมพอรับได้ และเขาจ่ายไหว มีการติดตามที่ดีพอสมควร ไม่น้อยไปไม่มากไป อาจไม่ตรงตามแนวทางการรักษาแบบเป๊ะ แต่ว่าไม่อันตรายและช่วยเขาได้
สอบถามคนไข้บอกว่า แม้ตอนนี้ภาวะทางการเงินก็ยังฝืดเคือง แต่ถ้าแบบนี้ก็ยังไปด้วยกันได้ มีเวลาทำมาหากินและดูแลบุพการีที่ล้มป่วยได้
ยุคลำบากแบบนี้ ปัจจัยชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐานะ สำคัญมากในการดูแลผู้ป่วยครับ

02 ธันวาคม 2567

ผู้ที่เจ็บป่วยมีโรคประจำตัวต้องปรับตัวฉุกเฉินชั่วคราว ในเหตุน้ำท่วม

 สำหรับผู้ป่วยที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้เวลานี้ครับ การคมนาคม การสื่อสาร สาธารณูปโภคยังไม่เข้าที่เข้าทาง ผู้ที่เจ็บป่วยมีโรคประจำตัวต้องปรับตัวฉุกเฉินชั่วคราว (ย้ำ คือ มาตรการชั่วคราว)

1. เตรียมยาประจำตัว โรคที่ต้องกินยาประจำ เตรียมไว้ใกล้ตัวเสมอ เช่น โรคลมชัก โรคเบาหวาน ผู้ป่วยที่ต้องกินยาต้านการแข็งตัวเลือด ผู้ป่วยหัวใจเต้นผิดจังหวะ
2. ใครที่ยาหมด ไม่สามารถไปรับยาได้ ถ้าจำเป็นต้องใช้ยาคนอื่น ต้องตรวจสอบว่า ชื่อยาตรงกัน ชื่อยี่ห้อตัวใหญ่ ๆ อาจไม่ตรงกัน แต่ชื่อยาตัวเล็ก ๆ ที่เป็นชื่อสามัญทางยาต้องเป็นตัวเดียวกัน และอย่าลืมตรวจสอบวันหมดอายุด้วย
3. ในกรณีที่ยาตัวเดียวกัน แต่ไม่มีขนาดยาที่เป็นของเรา ในกรณีจำเป็น สามารถใช้ยาพลิกแพลงให้เท่ากับขนาดของเราไปก่อนได้ เช่น กินยาในขนาดเม็ดละ 10 มิลลิกรัม แต่ตอนนี้มีแค่ยาเม็ดละ 5 มิลลิกรัม ก็กินสองเม็ดไปก่อน
4. ในข้อสองและสาม ถ้าจะให้ดี ต้องโทรศัพท์ไปที่สถานพยาบาลที่ตัวเองรับยา ว่าตอนนี้ใช้แบบนี้ไปก่อนได้หรือไม่ เมื่อสามารถไปสถานพยาบาลนั้นได้ ให้รีบไปจัดการให้ถูกต้อง
5. การเก็บรักษายาที่ใช้ ควรใส่ซองซิบ กันเปียกชื้น แม้จะเป็นแผงยากันน้ำ แต่เมื่อสัมผัสน้ำ จมใต้น้ำ อาจมีความชื้นที่ทำให้ประสิทธิภาพยาลดลงได้มาก ไม่ควรใช้ยานั้น
6. จะเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยสาเหตุใดในช่วงเวลาวิกฤตนี้ อย่ารับยาจากแหล่งที่มาไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีชื่อ ไม่มีฉลาก หรือแม้แต่มีชื่อมีฉลาก ก็ต้องระวังอย่างมาก
7. ถ้าไม่มีโรคใด ๆ เตรียม พาราเซตามอล น้ำยาฆ่าเชื้อโรคแผลไม่ว่าจะเป็นโพวิโดนไอโอดีน หรือแอลกอฮอล์ เกลือแร่รักษาท้องร่วง ยาแก้แพ้ ชุดทำแผลเบื้องต้นสักชุด พลาสเตอร์ปิดแผล ใส่ถุงกันน้ำเอาไว้
8. ข้อมูลเจ็บป่วย สมุดประจำตัวผู้ป่วย บัตรแพ้ยา ยาประจำตัว บัตรโรงพยาบาล เตรียมไว้เผื่อฉุกเฉิน
ขอให้ทุกคนปลอดภัย และเหตุการณ์คลี่คลายโดยเร็วครับ

บทความที่ได้รับความนิยม