มิเชล เดอ นอสตราดัม และปริศนาการเสียชีวิต : เรื่องยาว และหาสาระมิได้
คุณนอสตราดามุส แหมชื่อยาวจัง ขอเรียกสั้น ๆ ว่าคุณมุสแล้วกัน คุณมุสในสมัยเด็กอยากเป็นหมอ แต่ก่อนที่จะเป็นหมอ คุณมุสแกไปร่ำเรียนสรรพวิชามาแล้ว สมัยปลายยุคกลางต่อกับยุคเรอเนซองค์ ที่เรียกว่ายุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ เพราะวิชาต่าง ๆ จากกรีกและโรมันได้กลับมาที่ยุโรปอีกครั้ง จากการล่มสลายของอาณาจักรโรมันตะวันออก นักปราชญ์ยุคนั้นจะเรียนทั้งศิลปกรรม การเมือง ความคิด วิศวกร ปรุงยา แหมถ้ามีวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ก็คือฮอกส์วอตเลยทีเดียว
ว่าด้วยเรื่องปรุงยา คุณมุสเธอน่าจะได้เห็นมาจากคุณตาเพราะคุณตาประกอบอาชีพแพทย์ คือหมอยุคนั้นเป็นทุกอย่างนะครับ ตรวจ รักษา ปรุงยา เรี่ยไรเงิน คุณมุสเริ่มเรียนที่มหาวิทยาลัยอาวิยอง เรียนทุกอย่าง แต่ก็ต้องออกจากโรงเรียนกลางคันเพราะการระบาดหนักของโรคกาฬโรค มาเรียนรู้วิชาปรุงยาเอง ปรับสูตรต่าง ๆ เอาเอง เกิดยุคนี้ก็คงเป็นศาสตราจารย์สเนปหรือคณะ atellier
คุณมุสเธอสอบเข้าเรียนอีกครั้ง คราวนี้มาเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยมองต์เปลลิเยร์ในปี 1529 นี่คือมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งยุค แต่เธอเรียนไม่จบ เธอโดนเชิญออก !! เพราะทางมหาวิทยาลัยจับได้ว่าเธอแอบขายของในขณะเรียน เป็นยาปรุงพิเศษสูตรของเธอเอง ผมตามไปอ่านก็พบว่า น่าจะมีความขัดแย้งในแนวขบถของคุณมุส เพราะไปขวางแนวทางการสอนของคณะปรุงยาในสมัยนั้น เรื่องแอบขายของคงเป็นเหตุผลบังหน้า
แต่คุณมุสก็ยังประกอบอาชีพปรุงยาขายในยุคสมัยการระบาดของกาฬโรคต่อไป มีชื่อยาด้วยนะว่า “rose pill” เป็นยาปรุงจากสมุนไพรนานาชนิด แบบอมใต้ลิ้น ก็คงเป็นยารักษากาฬโรคในยุคนั้น ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อแน่นอน แต่ยุคสมัยการระบาดของกาฬโรคในยุคคุณมุส ไม่ใช่การระบาดใหญ่เหมือนช่วงกลางศตวรรษที่ 14 จะเป็นการระบาดในช่วงสั้น ๆ และเมื่อการระบาดจบลง คุณมุสเธอย่อมงานหด เธอจึงเริ่มสนใจในเรื่องการเขียนบันทึก เรื่องของโหราศาสตร์ โชคชะตา
แม้ว่าศตวรรษที่ 16 แล้ว ยุโรปเข้าสู่ยุคฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมเต็มตัว แต่อำนาจของศาสนจักรยังคงอยู่ แถมกลางศตวรรษที่ 16 ศาสนจักรโรมันคาทอลิกพยายามยกระดับอำนาจตัวเองเพื่อคะคานและต่อสู้กับนิกายโปรแตสแตนท์ที่เพิ่งก่อตั้ง ศาสนจักรจึงรวบอำนาจโดยการจัดระเบียบและสอดส่องคนที่มีแนวคิดวิชาโหราศาสตร์ พยากรณ์ เพราะเห็นว่าเป็นพวก “นอกคอก” ทำให้เราเห็นว่าวิชาเหล่านี้จะอยู่ในรูปคำทำนาย กำกวม ส่วนหนึ่งเพราะต้องใช้ภาษาอื่น เขียนให้กำกวม จะได้ไม่ถูกจับ อย่างโคลงกลอน การทำนายไพ่ทาโรต์ นอสตราดามุสก็เป็นหนึ่งในกลุ่มนี้
มีนักทำนาย โหราศาสตร์แมนไม่กี่คนที่สามารถหลุดรอดการกวาดล้างในครั้งนั้น ในขณะที่คุณมุสเธอสบายตัว แถมตีพิมพ์ผลงานเลื่องชื่อ le prophecy คำทำนายเขียนเป็นโคลงที่กำกวมแต่โคตรดัง และยังทำนายเรื่องราวของกษัตริย์และราชวงศ์ในยุโรป ที่ส่วนมากอยู่ฝั่งคาธอลิก ซึ่งทางศาสนจักรไม่ปลื้มเอามาก ๆ แถมจะยังเอาผิดกับคุณมุสหลายที แต่คุณมุสไม่เดือดเนื้อร้อนใจเพราะมีเส้น
พระนางแคทเธอรีน เดอ เมดิชี จอมนางแห่งฝรั่งเศส ผู้กุมอำนาจราชสำนักฝรั่งเศสเกิน 10 ปี เกิดชื่นชอบความสามารถของคุณมุสและเชิญมาทำนายเครือญาติอยู่บ่อย ๆ และเป็นโหรหลวงด้วย ทำให้แม้คริสตจักรไม่ปลื้มแต่ทำอะไรคุณมุสลำบาก เคยมีโดนเล่นงานบ้างแต่อย่างว่า เส้นหนา ยากที่จะทำอะไรได้ (ตระกูลเมดิชีมีอำนาจในศาสนจักรเช่นกัน)
คุณมุสเธอเริ่มมีอาการป่วยมาสักพักและเริ่มป่วยหนักจากโรคเกาต์ช่วงต้นปี 1566 มีอาการปวดข้อเป็น ๆ หาย ๆ เหนื่อยมากขึ้น หายใจลำบากตอนนอนและบวม จากบันทึกของชาวิยอง ในขณะนั้นยังดำรงตำแหน่งแพทย์และโหรแห่งราชสำนักฝรั่งเศส แต่ว่าเวิร์กฟรอมโฮมเป็นส่วนใหญ่เพราะเธอป่วย เป็นการให้คำปรึกษาทางไกล
คุณมุสเธอเจ็บออดแอดมาตลอด มีลูกศิษย์คอยปรนนิบัติอยู่หนึ่งคนคือ Jean de Chavigny เป็นตัวแทน ศิษย์ทั้งวิชาแพทย์และพยากรณ์ศาสตร์ รวมทั้งเป็นคนคอยรวบรวมคำทำนายและตีความโคลงกลอนของคุณมุสในช่วงบั้นปลายชีวิต และยังทำหน้าที่เหมือนทนายความและผู้จัดการมรดกให้คุณมุสหลังเสียชีวิต
คืนวันที่ 1 กรกฎาคม 1566 คุณมุสเธอบอกกับชาวินญีก่อนเข้านอนว่า “พรุ่งนี้เธอจะไม่เห็นฉันตื่นอีก” ชาวินญีก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ตื่นเช้ามาคุณมุสเธอตายจริง
เอาล่ะ มาเข้าเรื่องสาเหตุการตาย แม้จะไม่มีประวัติชัดเจนว่าคุณมุสเป็นอะไร แต่จากคำบอกเล่าของชาวินญีและคนอื่น ๆ พอระบุปัญหาได้ดังนี้
1.ปวดข้อจนเดินลำบาก เป็น ๆ หาย ๆ
2.ตัวบวมมากขึ้น
3.เหนื่อยมากขึ้น
4.นอนลำบาก
5.มีประวัติเกี่ยวข้องกับ rose pill
6.เสียชีวิตเฉียบพลัน
สาเหตุที่เป็นไปได้เรียงตามลำดับคือ
โรคหัวใจล้มเหลว… เหนื่อยมากขึ้น บวมมากขึ้น นอนราบไม่ได้ เป็นอาการหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง ปัจจัยเสี่ยงก็ชัดเจนคือปวดข้อเกาต์ กรดยูริกในเลือดที่สูงจะเพิ่มโอกาสโรคหัวใจ การกำเริบของเกาต์บ่อย ๆ จะเพิ่มการอักเสบและเพิ่มโอกาสการเกิดหัวใจล้มเหลวกำเริบ ในคืนที่คุณมุสเสียชีวิต เธอคงเหนื่อยมากจนไม่ไหว ส่วนเหตุกระตุ้นที่ทำให้เสียชีวิตเฉียบพลันคือ หลอดเลือดหัวใจตีบ หรือ หัวใจเต้นผิดจังหวะ เกิดได้ทั้งคู่เลย
ไตเสื่อมเรื้อรัง …กรดยูริกในเลือดที่สูงต่อเนื่อง นอกจากเพิ่มโอกาสเกิดเกาต์ เกิดโรคหัวใจ ยังไปทำให้ท่อไตบาดเจ็บจนเกิดไตวายเรื้อรังได้ และยิ่งไตวาย กรดยูริกก็ยิ่งคั่งค้าง วนไปวนไป เกิดอาการบวม เหนื่อยได้จากโลหิตจางของไตเสื่อม หรือจากสารน้ำคั่งในเลือดจนน้ำท่วมปอด (ก็คือมาสุดที่หัวใจล้มเหลว) แต่ส่วนมาก ไตเสื่อมเรื้อรังจะยังพอนอนได้ เราจึงเห็นหนังตาบวม (puffy eye lids) หรือเยื่อบุตาบวมน้ำ (chemosis) เพราะยังนอนราบได้ ถ้านอนราบไม่ได้น้ำจะไม่ค่อยบวมที่หนังตา แต่ไตวายเรื้อรังมักจะมีของเสียคั่ง จนซึม จนเบลอ จะไม่ค่อยเฉียบพลันแบบนี้ ถ้ายา rose pill มีสารหนู มี NSAIDs ก็ทำให้ไตวายได้ด้วย
rose pill … ที่เป็นยาอมใต้ลิ้น ประกอบด้วยสมุนไพรนานาชนิด จากข้อมูลไม่น่ามีสารที่เพิ่มกรดยูริก หรือทำให้ไตวาย แต่กระบวนการผลิตอาจต้องใส่สารที่มีสารโลหะหนัก อันนี้ก็พอเสริมสาเหตุไตวายพอได้ แต่เราก็ไม่มีหลักฐานว่ามันคืออะไร และไม่มีหลักฐานว่าคุณมุสเธอกินยาสูตรของตัวเอง
คราวนี้มาถึงข้อสังเกตอีกข้อของยอดนักสืบชะล้อ ฮวง ชราหน้าหนุ่ม
คุณมุสเธอเห็นอนาคตมากมาย แต่แทบไม่เคยพยากรณ์การตายของตัวเอง หรืออาจจะเคยพยากรณ์ แต่พยากรณ์นั้นไม่เคยมี “คนอื่นในโลก” ได้เห็น
คนเดียวที่รู้เห็นว่าคุณมุสยังมีชีวิตอยู่ป็นคนสุดท้ายคือชาวินญี
คนเดียวที่คอยดูแลและให้ยาคุณมุสตลอดการป่วยครึ่งปีคือชาวินญี
คนเดียวที่ให้ข้อมูลช่วงหลังของปีคือชาวินญี
คนเดียวที่คอยแปลบทความและ “ส่งออก”คำพยากรณ์ในช่วงหลังคือชาวินญี
คนเดียวจัดการทรัพย์สินหลังตายของคุณมุสคือชาวินญี
คนเดียวที่เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายและธุรการใกล้ตัวที่สุดคือชาวินญี
ก็คงเสียชีวิตจากโรคหัวใจล้มเหลวนั่นแหละครับ อย่าไปคิดอะไรมากเลย