25 มกราคม 2563

อีกเล็กน้อยกับ อู่ฮั่น

อีกเล็กน้อยกับ อู่ฮั่น
อู่ฮั่น เป็นเมืองหลักในเขตมณฑลหูเป่ย ในตอนกลางของจีน อย่าสับสนกับมณฑทลเหอเป่ย ทางตอนเหนือของจีน
มณฑลเหอเป่ยนี้ มีเรื่องราวมากมายในประวัติศาสตร์จีน โดยเฉพาะในเรื่องสามก๊ก ฐานที่มั่นสำคัญของขุนพลที่เกรียงไกร แต่ไร้ความเชื่อมั่น "อ้วนเสี้ยว"
อ้วนเสี้ยวเป็นแม่ทัพครองอำนาจยิ่งใหญ่ในแถบภาคเหนือ มีคนเคารพนับถือและมีกองทัพขนาดมหึมา ในช่วงที่แผ่นดินพระเจ้าเหี้ยนเต้เริ่มสั่นคลอน อ้วนเสี้ยวเป็นหนึ่งในคนที่สามารถยึดอำนาจและครองแผ่นดินได้ แต่เนื่องจากการตัดสินใจผิดพลาด เพราะที่ปรึกษารอบตัว (เหมือนใครน้าาา)
ทำไมถึงตัดสินใจผิดพลาด เพราะอ้วนเสี้ยวชื่นชอบความเห็นของคนที่มาสอพลอ ไม่ว่าตะเป็นโอกาสโค่นตั๋งโต๊ะ ตอนที่ร่วมมือกับเหล่ายอดขุนพล หรือตอนพ่ายแพ้ต่อโจโฉ เมื่อโจโฉโอบอุ้มบุตรแห่งสวรรค์คือ เป็นกำลังหนุน (ยึดอำนาจ) ให้พระเจ้าเหี้ยนเต้ ทั้ง ๆ ที่โจโฉมีกำลังรบน้อยกว่าเป็นสิบเท่า
ทั้งหมดเพราะ มีโอกาสแต่ไม่เข้าทำ เชื่อขุนพลรายล้อมตัวที่ไม่เก่งและสอพลอ
เมืองอู่ฮั่น ตอนแรกที่ผมอ่านข่าว อ่านข่าวว่าเหอเป่ย (ภาษาอังกฤษ) ก็คิดถึงอ้วนเสี้ยว (ว่าง ๆ จะมาเล่าเรื่องอ้วนสุด ขุนพลแดนใต้ให้ฟังบ้าง) แต่พอดูแผนที่ เฮ้ย นี่มันหูเป่ย ไม่ใช่เหอเป่ย .... เวลาอ่านชื่อจีนด้วยภาษาอังกฤษมันยากเหมือนกัน ไม่มี phonetic alphabet กำกับ
และไปขุดสามก๊กมาอ่านต่อเนื่อง ติดลมอีกตามเคย

หญิงรักหญิง โอกาสเสี่ยงติดเชื้อ HIV

คำถามจากทางบ้าน (คำถามนี้จะตอบยาว)
ปุจฉา : หนูเป็นหญิงรักหญิงค่ะ หากมีเพศสัมพันธ์กัน จะมีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อ HIV ไหมคะ
วิสัชนา : มีโอกาสติดครับ แต่ว่าน้อยมาก
ก่อนหน้านี้เราคิดว่าการมีเพศสัมพันธ์แบบหญิงหญิง มีโอกาสติดแต่ก็ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน จริงอยู่ว่าโอกาสน้อย เพราะความรุนแรงของการเสียดสีหรือเกิดแผลจะไม่เท่าชายหญิง หรือชายชาย แต่เมื่อมีกรณีรายงานผู้ป่วยที่ยืนยันว่ามาจากหญิงหญิงชัดเจน ก็ปฏิเสธยาก (ข้อมูลจริงน่าจะมากกว่านี้)
มีรายงาน..เท่าที่ค้นได้นะครับสองรายงาน ทั้งคู่เป็นหญิงหญิง ที่ขณะมีเพศสัมพันธ์กันนั้น ยืนยันว่าไม่ได้มีคู่นอนคนอื่น แต่ว่าก่อนหน้านั้น เคยมีเพศสัมพันธ์กับชายมาก่อน และในอีกกรณีคือ มีการใช้อุปกรณ์เสริมทางเพศร่วมกัน
ก่อนหน้านี้เคยมีการติดตามผู้ที่พบว่าติดเชื้อเอชไอวี พบจากเลือดที่มาบริจาค 144 รายในปี 1992 ได้สอบถามหญิง 106 รายจาก 144 ราย พบว่า 3 คนมีเพศสัมพันธ์แบบหญิงหญิง ซึ่งมีประวัติยาเสพติดเข้าเส้นและมีเพศสัมพันธ์แบบชายหญิงมาก่อน (ncbi.nlm.nih.gol/pubmed/1616663)
มีการติดตามคู่นอนหญิงหญิง 18 คู่ที่ผลเอชไอวีต่างกัน ใช้ชีวิตและมีเพศสัมพันธ์ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 เดือน คนหนึ่งบวกคนหนึ่งปกติ ทำการศึกษาในอิตาลี ติดตามทั้งสิ้น 6 เดือน ยังไม่พบว่าคนที่ไม่ติดเชื้อจะเปลี่ยนเป็นติดเชื้อ (แค่หกเดือนนะครับ) โดยทั้งหมดมีเพศสัมพันธ์แบบออรัลเซ็กซ์และใช้อุปกรณ์เสริมถึง 75% (ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/7193187)
คราวนี้กรณีรายงานผู้ป่วยนั้น (คือมีคนหนึ่งเป็น และคนหนึ่งไม่เป็น ติดตามไปแล้วพบว่าคู่นอนเปลี่ยนจากไม่ติดเชื้อเป็นติดเชื้อ) พบว่ามีเพศสัมพันธ์แบบไม่ได้ป้องกัน ไม่ได้ใส่ปลอกนิ้ว ไม่ได้ใช้ dental dam หนึ่งในสองกรณีมีการใช้อุปกรณ์ร่วมกับคนอื่น ส่วนอีกรายไม่มีการใช้ร่วมกับคนอื่น แต่คนที่ติดเชื้อมาก่อนนั้น เคยมีประวัติมีเพศสัมพันธ์แบบชายหญิง
-clinical infectious disease 36: E40-41,2003
-MMWR weekly report, 63(10): 209-10, 2014
ดังนั้นถามว่ามีโอกาสไหม มีนะครับ นอกจากเอชไอวีแล้วยังมีโอกาสเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นอีก แม้ว่าโอกาสติดจะน้อยแต่ก็ควรป้องกันครับ
การบาดเจ็บ รอยแผลขีดข่วน ถลอก ระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ส่วนใดของร่างกาย หรืออาจมีเลือดหลงเหลือเวลามีเลือดประจำเดือน สามารถติดต่อได้ และในอนาคตอาจจะมีรายงานมากขึ้น เพราะปัจจุบัน เรามีเสรีภาพเรื่องเพศสภาพมากขึ้น เมื่อมีเสรีภาพมากขึ้นก็ต้องปกป้องตัวเองด้วยนะครับ

ถามตอบ..ไวรัสโคโรนา

ถามตอบ..ไวรัสโคโรนา
ถาม : ไวรัสโคโรนา มันเพิ่งมาหรือ
ตอบ : ไม่เลย ไวรัสโคโรนา เราพบบ่อยมาก มันก็คือไวรัสที่ก่อโรคหวัดนี่แหละ (ไวรัสก่อโรคหวัดมีหลายชนิด) พบเป็นประจำ ที่พบบ่อย ๆ คือ สายพันธุ์ 229E, OC43 และที่พบบ้างคือ NL63 และ HKU1 อาการก็เป็นหวัด ถ่ายเหลว ที่เราเจอกัน
ถาม : ก็ฟังดูไม่ร้ายแรงนี่ ทำไมถึงน่ากลัว
ตอบ : บางทีเมื่อมันมีการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่ ก็จะมีรูปแบบการติดและการระบาดที่เราคาดไม่ถึง เช่นโรคซารส์และเมอรส์ (SARS-CoV, MERS-CoV) ที่ระบาดเป็นพัก ๆ
ถาม : แล้วมันต่างกับตัวอื่นอย่างไร
ตอบ : ปกติไวรัสโคโรนาจะมีหนามแหลมรอบตัว เอาไว้เกาะกับเซลล์เป้าหมายเพื่อเข้าไปแบ่งตัว เวลามองด้วยกล้องจุลทรรศน์จะเห็นเป็นมงกุฏ ที่มาของ โคโรนา เจ้าหนามแหลมในไวรัสโคโรนาธรรมดาจะชอบติดที่ทางเดินหายใจส่วนบน แต่เจ้าซารส์จะไปติดที่ทางเดินหายใจส่วนล่าง โดยไม่ติดส่วนบน ทำให้มีอาการรุนแรงที่ปอดและหลอดลม จนหายใจล้มเหลว
ถาม : แล้วเมอรส์ล่ะ
ตอบ : เมอรส์ก็เช่นกัน จับกับทางเดินหายใจส่วนล่าง และอาจจับกับตัวรับในลำไส้ด้วย เชื่อว่าไปจับกับโปรตีน DPP4 ในทางเดินหายใจและลำไส้ ส่วนซารส์ไปจับกับโปรตีน ACE2 ด้วยความที่ทั้งสองเป็นรูปแบบใหม่ ทำให้เราไม่รู้จัก กว่าจะรู้จักก็แพร่ไปหมดแล้ว
ถาม : ไวรัสอู่ฮั่นนี้ เหมือนกับซารส์หรือเมอรส์ ไหม
ตอบ : ไม่เหมือนกัน แม้ลักษณะทางกล้องจุลทรรศน์จะคล้ายกัน แต่สายอาร์เอ็นเอ สายพันธุกรรมต่างกัน และรหัสพันธุกรรมต่างกัน เป็นอันใหม่ ปัจจุบันเราตรวจโดยใช้รหัสพันธุกรรมหมดแล้ว อย่างการระบาดตอนนี้ ที่เห็นว่ามาระบาดและพบมากช่วงหลัง เพราะเพิ่งระบุรหัสพันธุกรรมได้นั่นเอง
ถาม : ความรุนแรงเหมือนกันไหม
ตอบ : ขณะนี้ถ้าเทียบกันแล้ว ความรุนแรงยังน้อยกว่าซารส์และเมอรส์ ซาร์สมีคนที่ป่วย 8098 คน ตาย 774 คน ส่วนเมอรส์มีผู้ป่วย 2494 ราย ตาย 858 ราย มีการระบาดข้ามประเทศ ส่วนอู่ฮั่นนั้น อัตราการป่วยอาจจะสูงแต่อัตราการตายยังไม่สูงเท่า
ถาม : การระบาดล่ะ
ตอบ : ไวรัสโคโรนา สามารถติดกับสัตว์และแพร่ในสัตว์ได้ และสามารถแพร่จากสัตว์สู่คนได้ อย่างซารส์ก็เชื่อว่ามาจากค้างคาว เมอรส์ก็มาจากค้างคาวและอูฐ คนไปสัมผัสก็นำเชื้อมา หลังจากนั้น ซารส์และเมอรส์ก็ติดจากคนสู่คน เมื่อมีการติดจากคนสู่คน ทำให้การระบาดมันจะขยายเป็นวงกว้าง
ถาม : แล้วไวรัสอู่ฮั่นล่ะ ระบาดจากคนสู่คนไหม
ตอบ : ซารส์และเมอรส์ ระบาดจากคนสู่คนจริง แต่เกือบทั้งหมดระบาดในบุคลากรทางการแพทย์ที่สัมผัสโรค พบการระบาดในบุคคลภายนอกน้อยมาก ส่วนอู่ฮั่น พบมีการติดจากคนสู่คนในบุคลากรทางการแพทย์ จากข้อมูลเมื่อ 23 มค 2563 นี้แค่หนึ่งราย แต่มีกรณีสงสัยและกักกันอยู่อีก ต้องติดตามต่อไป และส่วนมากคือ หมอพยาบาลที่รักษานั่นแหละ
ถาม : แล้วรักษาได้ไหม
ตอบ : การรักษาโดยทั่วไปคือการรักษาตามอาการและประคับประคอง หากรักษาทันและถูกต้อง โอกาสเสียชีวิตจะไม่สูง ที่พบว่าเสียชีวิตส่วนมากเกิดจากมีโรคประจำตัวมากกว่า มีรายงานการตอบสนองต่อยาต้านโปรตีเอส ที่ใช้รักษาเอชไอวีคือ lopinavir/ritonavir และ ยาต้านการรวมตัวของสารพันธุกรรมอาร์เอ็นเอ remdesivir แต่ก็ยังไม่เป็นมาตรฐานการรักษา
ถาม : แล้วการป้องกันมีไหม
ตอบ : หลักทั่วไปคือ อย่าเข้าไปในแดนระบาด อย่าไปคลุกคลีกับคนที่เพิ่งออกจากแดนระบาด อย่ากินสัตว์แปลก ๆ จากแดนที่ระบาดหรือไม่รู้จัก ล้างมือบ่อย ๆ สวมหน้ากากหากต้องเข้าแดนระบาดหรือใกล้ชิดคนที่ติดโรค รักษาร่างกายแข็งแรง วัคซีนนั้นยังไม่สามารถทำได้
ถาม : แล้วเมืองไทยล่ะ น่าห่วงไหม
ตอบ : ประเทศไทยมีมาตรการการป้องกันและรับมือที่ดีจากประสบการณ์เรื่องซารส์และเมอรส์ สามารถจัดการได้ดี ผู้ป่วยที่รายงานทั้งหมดคือมาจากจีน ยังไม่พบการระบาดจากคนสู่คนในไทย และทุกคนอาการไม่รุนแรง ตอนนี้ยังไม่น่ากังวล ปกติระยะฟักตัวหลังได้รับเชื้อประมาณ 10 วันและอาการก็คืออาการไข้หวัดธรรมดา สำคัญคือ ไปเข้าหรือออกจากแดนระบาดมา คือ ประวัติที่สำคัญที่สุด ให้รีบไปพบหมอ
ถาม : มีอะไรฝากถึงคนอ่านไหม
ตอบ : ข่าวแต่ละที่ออกมาไม่เหมือนกันเลย ขอให้มีสติและวิจารณญานมาก ๆ เวลาติดตามข่าวสาร ติดตามจาก WHO, CDC และ กระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก
ตรุษจีนนี้ขอให้สุขใจ
เล็งใครขอให้สมดังหมาย
ใจแกร่งแรงมากพลังกาย
ลุกเป็นไฟเตียงทลายตลอดคืน
ที่มา JAMA, NEJM, CDC

24 มกราคม 2563

การกินผลไม้มากเกินไป ไม่เป็นผลดีต่อเบาหวานและน้ำหนักตัว

มีเรื่องอยากเล่า
มีผู้ป่วยเบาหวานรายหนึ่ง เดิมทีก็รักษาดี ระดับ HbA1c ที่ 7.0% ใช้ยาชนิดเดียว มาระยะหลังนี้ น้ำตาลเฉลี่ย เพิ่มเป็น 7.8% เพิ่มเป็น 8.8% ซักประวัติได้ความว่า กินผลไม้มากขึ้น กินข้าวลดลง เพราะมีคนบอกว่า เป็นเบาหวานต้องลดข้าวลง เน้นผลไม้จะดีกว่า เลยกินผลไม้วันละ 1-2 กิโลกรัม !!!
ความจริงสามสี่ข้อที่ควรรู้
อย่างแรก ไม่ว่าจะกินอะไรก็ตาม สิ่งที่ต้องคิดคือ พลังงานรวมจะต้องไม่มากเกิน คุณกินอาหารชั้นดี เฮลท์ตี้แค่ไหน ออแกนิกเพียงใด ถ้ากินมากเกินไป พลังงานมากเกินไป ก็อ้วน ก็มีผลเสียต่อระดับน้ำตาลทั้งสิ้น
อย่างที่สอง เมื่อรู้จักควบคุมพลังงานแล้ว ก็เลือกชนิดอาหารให้ดี เพิ่มปริมาณโปรตีน ผัก เพื่อมาชดเชยคาร์โบไฮเดรตที่จะลดลง และคาร์บที่จะลดลง ส่วนแรกจะเน้นที่คาร์โบไฮเดรตส่วนเกิน คือ เครื่องดื่มผสมน้ำตาล ขนมนอกมื้อ
อย่างที่สาม คาร์โบไฮเดรตที่ลดลง ควรเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว คือ น้ำตาล น้ำตาลจากผลไม้ และใช้คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าว แป้ง ข้าวกล้อง เส้นก๋วยเตี๋ยว แต่ก็อย่ากินเยอะมากเกิน กลับไปอ่านข้อหนึ่งและสองซ้ำใหม่
อย่างที่สี่ กินผลไม้ได้ครับ แค่นับเป็นลูก อย่านับเป็นโล มีเรื่องอยากเล่า
มีผู้ป่วยเบาหวานรายหนึ่ง เดิมทีก็รักษาดี ระดับ HbA1c ที่ 7.0% ใช้ยาชนิดเดียว มาระยะหลังนี้ น้ำตาลเฉลี่ย เพิ่มเป็น 7.8% เพิ่มเป็น 8.8% ซักประวัติได้ความว่า กินผลไม้มากขึ้น กินข้าวลดลง เพราะมีคนบอกว่า เป็นเบาหวานต้องลดข้าวลง เน้นผลไม้จะดีกว่า เลยกินผลไม้วันละ 1-2 กิโลกรัม !!!
ความจริงสามสี่ข้อที่ควรรู้
อย่างแรก ไม่ว่าจะกินอะไรก็ตาม สิ่งที่ต้องคิดคือ พลังงานรวมจะต้องไม่มากเกิน คุณกินอาหารชั้นดี เฮลท์ตี้แค่ไหน ออแกนิกเพียงใด ถ้ากินมากเกินไป พลังงานมากเกินไป ก็อ้วน ก็มีผลเสียต่อระดับน้ำตาลทั้งสิ้น
อย่างที่สอง เมื่อรู้จักควบคุมพลังงานแล้ว ก็เลือกชนิดอาหารให้ดี เพิ่มปริมาณโปรตีน ผัก เพื่อมาชดเชยคาร์โบไฮเดรตที่จะลดลง และคาร์บที่จะลดลง ส่วนแรกจะเน้นที่คาร์โบไฮเดรตส่วนเกิน คือ เครื่องดื่มผสมน้ำตาล ขนมนอกมื้อ
อย่างที่สาม คาร์โบไฮเดรตที่ลดลง ควรเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว คือ น้ำตาล น้ำตาลจากผลไม้ และใช้คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าว แป้ง ข้าวกล้อง เส้นก๋วยเตี๋ยว แต่ก็อย่ากินเยอะมากเกิน กลับไปอ่านข้อหนึ่งและสองซ้ำใหม่
อย่างที่สี่ กินผลไม้ได้ครับ แค่นับเป็นลูก อย่านับเป็นโล การกินผลไม้มากเกินไป ไม่เป็นผลดีต่อเบาหวานและน้ำหนักตัวครับ
กล้วยหอมครึ่งลูก ส้มเขียวหวานสองลูก ฝรั่งครึ่งลูก สับปะรด 6 ชิ้นคำ เงาะ 4 ลูก
ทั้งหมดนี้แต่ละอัน 60-70 กิโลแคลอรี่ กินมื้อละเท่านี้พอ อย่ากินเป็นโล เป็นถุงนะครับ
สกัดดาวรุ่งช่วงตรุษจีน
ในภาพอาจจะมี ผลไม้ และ อาหาร
ครับ
กล้วยหอมครึ่งลูก ส้มเขียวหวานสองลูก ฝรั่งครึ่งลูก สับปะรด 6 ชิ้นคำ เงาะ 4 ลูก
ทั้งหมดนี้แต่ละอัน 60-70 กิโลแคลอรี่ กินมื้อละเท่านี้พอ อย่ากินเป็นโล เป็นถุงนะครับ
สกัดดาวรุ่งช่วงตรุษจีน

Wuhan องค์การอนามัยโลก 23 มกราคม 2563

คำประกาศล่าสุดจาก องค์การอนามัยโลก 23 มกราคม 2563
1. จากรายงานอย่างเป็นทางการพบการระบาดนอกเมือง Wuhan แล้ว และในเมือง Wuhan เองก็ระบาดต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 4 ในจังหวัด Wuhan เองมีรายงานติดเชื้อ 557 รายและเสียชีวิต 4 ราย ในจำนวนคนที่ยืนยันผลชัดเจนนี้ มีคนที่อาการรุนแรงเพียง 25% ขณะนี้ได้มีมาตรการกักกันโรคโดยควบคุมการเข้าออกเมืองเรียบร้อยแล้ว (มาตรการโดยทางการจีน)
2. ตอนนี้มีข้อมูลว่าการแพร่ระบาดน่าจะมาจากสัตว์ ส่วนการระบาดจากคนสู่คน ยังไม่ชัดเจนนัก แม้มีการคาดเดาว่าอาจจะมีการระบาดจากคนสู่คนในพื้นที่ระบาดที่จีน แต่ยังไม่ชัดเจน
3. ตอนนี้ทาง WHO ร่วมมือกับทางการจีนใช้มาตรการเดียวกันกับโรคซารส์ สืบสวนการระบาดจากสัตว์ และเฝ้าระวังการระบาดจากคนสู่คนอย่างเคร่งครัด
4. ตอนนี้กำลังศึกษาพันธุกรรมของโคโรนาไวรัสตัวใหม่นี้ ร่วมกับทางการจีน เพื่อเพิ่มความไวการตรวจและเฝ้าระวัง
5. แนะนำให้ทางการจีน คัดกรองที่อาคารผู้โดยสารขาออกในสนามบินนานาชาติทุกแห่งของจีน และแนะนำให้ทางการจีนคัดกรองที่สนามบินและสถานีรถไฟในประเทศด้วย
6. สำหรับประเทศอื่น ๆ ให้เตรียมมาตรการการเฝ้าระวัง การคัดกรองและการแยกโรค ตามมาตรฐาน International Health Regulations 2005
สำหรับรายงานจากไทย องค์การอนามัยโลก ประกาศพบผู้ป่วยในไทย (ไม่ใช่ระบาดในไทยนะครับ อย่าตื่นตกใจ) เป็นคนที่เดินทางกลับจาก Wuhan รายงานเมื่อ 8 มกราคม 2563 และตอนนี้ก็หายดี รูปแบบการระบาดยังไม่ชัด แต่พอบอกได้ว่ามาจาก Wuhan จริงจากข้อมูลสารพันธุกรรมไวรัสที่ได้จากจีน (ขอบคุณความไวของข้อมูลและความก้าวหน้าทางพันธุศาสตร์)
คนที่เสียชีวิตจากโรค หรือคนที่ป่วยรุนแรง ก็ยังไม่ได้มีรายงานว่าที่เสียชีวิตหรือป่วยรุนแรงนั้น มันเกิดจากโรครุนแรง (อย่างอีโบล่า) หรือเกิดจากผู้ติดเชื้อนั้นอ่อนแอ หรือเกิดจากช่วยเหลือไม่ทัน ต้องรอการรายงานต่อไปนะครับ
เข้าใจแต่อย่าตระหนก ผมว่าฝุ่น PM2.5 น่ากลัวกว่าเยอะ

บทความที่ได้รับความนิยม