17 สิงหาคม 2566

เรื่องเล่าจากคลินิก : เอชไอวีที่น่าสงสาร

 เรื่องเล่าจากคลินิก : เอชไอวีที่น่าสงสาร

เมื่อไม่นานมานี้ มีผู้ป่วยรายหนึ่งเดินเข้ามาหาที่ร้าน เป็นผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีที่เคยรักษากับผมเมื่อประมาณแปดปีก่อน ตอนนั้นรักษาจนกดไวรัสได้ กว่าจะสำเร็จต้องรักษาการติดเชื้อฉวยโอกาสและการแพ้ยาพอสมควร หลังจากที่อาการดีขึ้น ผู้ป่วยเริ่มขาดนัด กินยาไม่สม่ำเสมอ ผมทราบจากทีมติดตามรักษาว่าเขาไปซื้อยากินเองบ้าง กินบ้างไม่กินบ้าง และสุดท้ายก็สูญหายไป จนมาถึงวันนี้
ผู้ป่วย : สวัสดีครับคุณหมอ จำผมได้ไหมครับ
ปุริม : จำได้สิครับ เห็นชื่อก็จำได้แล้ว สบายดีไหมครับ ไม่เจอกันนานมากแล้ว
ผู้ป่วย : เอ่อ..คือว่า
สรุปว่าผู้ป่วยบอกว่า เขากินยาไม่สม่ำเสมอ และในช่วงหกเดือนมานี้ เขาไปซื้อยาสมุนไพรสารสกัดจากผลไม้ชนิดหนึ่ง ที่มีข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ มีชมรม มีแฟนเพจ-องค์กร มีงานวิจัย มีตัวอย่างคนไข้ที่ใช้แล้วได้ผลดี
ปุริม : แล้วกินแล้วเป็นอย่างไรบ้าง กินยาที่ว่าแล้ว ยังใช้ยาต้านไวรัสอยู่ไหม
ผู้ป่วย : ไม่ได้ใช้เลยครับ เขามีตัวอย่างคนที่ใช้ยาของชมรม แล้วไม่ต้องกินยาต้านอีกเลย หยุดยาและหายได้เลย ค่า CD4 ก็สูงจริง คุณหมอลองดูข้อมูลให้หน่อยได้ไหมครับ
ผู้ป่วยเอาชื่อเฟซบุ๊กแฟนเพจ ชื่อผู้วิจัย งานวิจัย เอามาให้ดู ผมก็บันทึกเอาไว้ และบอกว่า ผมคงต้องตรวจนับไวรัสซ้ำใหม่ และถ้าปริมาณไวรัสสูงมากพอ ต้องตรวจการดื้อยาด้วยนะ ตอนนี้ให้ใช้ยาต้านเดิมที่เคยใช้ไปก่อน ตรวจการติดเชื้ออื่น ๆ แล้วกลับมาฟังผล เนื่องจากรักษาคนไข้คนนี้มายาวนานพักนึง เลยถามไปตรง ๆ
ปุริม : ผมขอถามตรง ๆ นะ อะไรที่ทำให้คุณตัดสินใจกลับมาพบผมอีกครั้ง
ผู้ป่วย : ผมว่าการรักษาสมุนไพรสกัดนี้ มันเริ่มไม่ใช่แล้ว เพราะเขาบอกว่าหยุดยาได้ หมอเคยบอกผมว่า กดไวรัสได้แต่ห้ามขาดยา วันไหนที่การรักษาดีถึงขั้นหยุดยาได้ หมอจะบอกผมเอง
ปุริม : ยังไงผมก็ดีใจ ที่คุณกลับมารักษาอีกครั้ง
ข้อมูลที่ว่าเป็นผู้วิจัยมีตำแหน่งวิชาการ วิจัยสารสกัดที่มีผลต่อการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดภูมิคุ้มกัน แต่ผมพยายามสืบค้นเต็มที่ ไม่พบงานวิจัยแบบเปรียบเทียบแต่อย่างใด ตัวอย่างคนไข้ก็เห็นแต่ภาพถ่ายผลเลือดก่อนและหลังกินสารสกัด ว่าค่าเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น บางภาพตรวจห่างกันเพียงเดือนเดียว บางภาพสัดส่วนเท่าเดิม เพียงแต่จำนวนมันเพิ่มเท่านั้น ไม่มีข้อมูลว่ากินเสริมกับยาต้าน หรือใช้แบบใด มีตัวเปรียบเทียบ มียาหลอกไหม
องค์กรหน่วยงานมีคนติดตาม แต่เท่าที่ผมอยู่ในสายงานอายุรศาสตร์นี้ ผมยังไม่เคยเห็นว่ามีองค์กรนี้เพื่อการรักษาหลักหรือวิจัยหลัก …ที่สำคัญ มีการกล่าวว่า ใช้สารสกัดนี้แล้วไม่ต้องกินยาต้านอีก !!
ผมเคยเห็นคนที่หายขาด ไม่ต้องกินยาต้านไวรัสอีกในโลกนี้แค่ 5 คน ที่มันเป็นเรื่องบังเอิญแสนร้ายกาจ
ต้องยอมรับว่า องคาพยพที่รายล้อม การนำเสนอมันดูน่าเชื่อถือ และเป็นความหวังของผู้ติดเชื้อเอชไอวี จนหลายคนเชื่อถือและทำตาม
….
….
….
ส่วนผู้ป่วยรายนั้น ปรากฏว่าปริมาณไวรัสเพิ่มสูงถึงล้านตัวต่อเลือดหนึ่งซีซี มียีนที่บอกถึงการดื้อยาหลักถึงสองกลุ่ม จำเป็นต้องเปลี่ยนยาใหม่ ที่ต้อง…จ่ายแพงขึ้น กินยาไม่ง่าย และอาจเกิดผลข้างเคียงรุนแรง
คุณหมอปุริมรู้สึกอึดอัดในอกอย่างมาก กับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วก็ถอนหายใจเอาสิ่งที่อึดอัดในทิ้งไปกับลมหายใจ ปล่อยเหตุการณ์อดีตที่ผ่านไปออกไปทางปลายจมูก แล้วค้นคว้าและคิดทบทวนวิธีช่วยเขาต่อไป อาจจะเป็นเพราะคำพูดท้ายสุดของคนไข้
"คุณหมอครับ ช่วยผมอีกครั้งนะครับ"

16 สิงหาคม 2566

ลูกอมเลิกบุหรี่ที่โฆษณากัน เลิกได้จริงไหม

 ลูกอมเลิกบุหรี่ที่โฆษณากัน เลิกได้จริงไหม และเกิดอะไรขึ้นเมื่อลุงหมอลองสอบถามผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ??

เรื่องมีอยู่ว่า ผมได้ผลิตภัณฑ์ทดแทนนิโคตินตัวใหม่มาใช้ที่ร้าน ผมก็เลยอยากรู้ว่าในสื่อสังคมมีการพูดถึงผลิตภัณฑ์นี้หรือไม่ พูดถึงอย่างไร แต่สิ่งที่ผมพบกลับไม่ใช่ nicotine replacement therapy รูปแบบใดที่เคยรู้จักเลย (เอาเป็นว่าผมติดตามมาระดับหนึ่งเลยล่ะ) แต่กลับพบผลิตภัณฑ์ลูกอมสมุนไพรเลิกบุหรี่แทน เยอะมากด้วย เอาล่ะผมขออธิบายให้ฟังก่อนว่าใช้ได้ไหม
ในวิชาเลิกบุหรี่ เราพบว่ายาหลอกที่ไม่มีสมบัติใด ๆ ที่จะช่วยเลิกบุหรี่เลย เช่นหมากฝรั่งธรรมดา ลูกอมทั่วไป แผ่นแปะที่ไม่มีนิโคติน หรือยาหลอกอดบุหรี่ (ทั้งการศึกษาของ varenicline และ bupropion) พบว่ายาหลอก สามารถเลิกบุหรี่ได้ประมาณ 8-10% และใช้ลดปริมาณบุหรี่ต่อมวนลงได้ !!
เราเชื่อว่าแรงจูงใจการเลิกที่ดีพอและการเข้ารับการปรึกษาช่วยเลิกที่ดี มีผลสูงมาก ในคนที่แรงจูงใจมาก ๆ (เจอบ่อยก็ลูกขอร้อง หรือแฟนขู่จะเลิก) ไม่ต้องใช้ยาอะไรเลยก็เลิกได้เอง ไม่ว่าจะสูบเบาหรือสูบหนักก็ตามที แต่ทุกการศึกษาบอกเหมือนกันว่า ถ้าแรงจูงใจดี ทำดี แล้วหากมีตัวช่วยเพิ่มเข้าไปจะเลิกได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มันจึงเป็นที่มาว่าคำแนะนำจึงแนะนำให้ใช้ยาร่วมด้วยหากผู้ป่วยพร้อมเลิกและไม่มีข้อห้ามของการใช้ยา
แสดงว่ายาหลอกมันใช้ได้นะ ผมเองใช้ยาหลอกที่เป็นพฤติกรรมบำบัดบ่อย ๆ เช่น ให้ดูดตะเกียบแทนบุหรี่ ให้คาบหลอดกาแฟ หรือแม้แต่หมากฝรั่งธรรมดาก็เคยใช้ ถามว่าเลิกได้ไหม มีเลิกได้นะ แต่น้อยมาก ไม่เกิน 5% และคนกลุ่มนี้คือเขาเลิกได้แน่ ๆ ต่อให้ผมไม่ช่วยเขาก็เลิกเองได้ ก็ไม่แปลกอะไรที่จะใช้สมุนไพรต่าง ๆ ในการเลิกบุหรี่
เพราะมันก็ไม่ผิด มีผลเช่นกัน … แต่สำหรับคนที่ตั้งใจเลิกมาก ๆ และปริมาณการสูบไม่เยอะมากนัก
แล้วผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายล่ะ ..เท่าที่ผมไปถาม ไปดูรีวิว ไปตามอ่านวารสารที่เขายกมา ติดต่อขอคำแนะนำ เกิดอะไรบ้าง จะว่ากันเป็นข้อ ๆ เลยนะ (ใช้ทั้งชื่อจริงและชื่อเพจไปติดต่อเขา)
1.ไม่เคยมีใครบอกส่วนผสมสมุนไพรทางจดหมาย ข้อความ ในทุกคนที่วางขาย ผมเขียนไปขอร้องมาพิจารณาซื้อ ก็ไม่เคยส่งมาให้ บอกแต่ว่าเป็นสมุนไพร ไม่มีอันตราย เลิกได้จริง เรียกว่าการขอข้อมูลทางออนไลน์ยากมาก
2.สั่งซื้อมาด้วย สองยี่ห้อ เป็นกระปุกยาภายในบรรจุยาอมสมุนไพรหอม ๆ และแน่นอน ฉลากบอกแค่ว่ามีสมุนไพรอะไรบ้าง แต่ไม่ได้บอกตำรับ สัดส่วน ข้อระวัง ข้อบ่งใช้ มีหนึ่งยี่ห้อที่ไม่บอกวิธีกิน
3.สมุนไพรต่าง ๆ ที่ระบุข้างขวด ผมพยายามไปค้นหาวารสารที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเลิกบุหรี่ มีน้อยมาก ไม่มีการศึกษาแบบทดลอง ส่วนมากเป็น case series เปรียบเทียบประสบการณ์แล้วเอามารวบรวม แปลไม่ได้ด้วยว่าถ้าสมุนไพรนี้ได้ผลแล้ว "สารสกัดจากสมุนไพร" จะได้ผลแบบเดียวกันด้วยนะ
4.ค้นและสอบถามเพื่อทราบส่วนประกอบ ผลการศึกษา ไปยังต้นทางยี่ห้อต่าง ๆ โดยใช้ชื่อ "อายุรศาสตร์ ง่ายนิดเดียว" ปรากฏว่าเงียบกริบ ไม่มีข้อมูลหรือเอกสารใด ๆ กลับมา ที่เจ็บปวดมากคือ หลายเพจหลายไลน์ ถึงกับ "BLOCK"
5.วิดีโอโฆษณา หรือข้อความโฆษณา มีแต่อธิบายประสบการณ์ตรงในการใช้ยาและเลิกได้ แต่ไม่ได้อธิบายมิติอื่นหรืออ้างอิงผลการศึกษาแต่อย่างใด ไม่เคยเจอที่ใช้แล้วผลที่ได้แค่ระดับปานกลาง หรือได้จริงแต่เจอผลข้างเคียงจากยา คลื่นไส้ ผู้ที่โต้ตอบกับเราไม่เคยอธิบายเรื่องผลิตภัณฑ์ บอกแต่ว่าปลอดภัย กินได้สบายเพราะมันคือสมุนไพร (เอ่อ สมุนไพรหรือยาทุกอย่างถ้ากินไม่ถูกต้อง มันก็เกิดพิษได้ทั้งนั้น)
6.ส่วนมากคนที่มารีวิวหรือให้ความเห็น หรือมาขอซื้อ หรือมาพิมพ์ว่า "สนใจ" ส่วนมากเหมือนเจ้าหน้าที่ IO คือ หน้าฟีดมีแต่แชร์จากเพจต่าง ๆ และมักจะมีอายุการใช้งานสื่อนั้น ๆ มาไม่นาน
7.สมุนไพรสามารถช่วยเลิกบุหรี่ได้จริงแหละ ถ้าใจเราสู้และอดทนมากพอ จะสมุนไพรอะไรก็ตาม มันไม่ผิดหลักการ แต่ว่ากระบวนการการโฆษณา การชักจูง มันดูไม่ตรงไปตรงมา ราคาที่ขายนั้นก็ถูกกว่ายาเลิกบุหรี่ใด ๆ ทั้งสิ้นทั้งมวล มันก็เลยน่าซื้อไหมล่ะ
8.จากการทำคลินิกเลิกบุหรี่มานาน ไม่ใช่ว่าผมจะสำเร็จทุกรายนะ แต่อยากบอกว่า คนที่มารับการรักษา มีคนที่เคยใช้ยาอมสมุนไพรกลุ่มนี้ อยู่เป็นจำนวนมาก ทุกคนซื้อมาไม่น้อย และไม่สามารถเลิกได้
จริงอยู่ว่าอาจจะเกิดจากใจคนเลิกไม่เข้มแข็งพอ แต่ผมคิดว่าการจำหน่ายอย่างเดียว โดยไม่มีคำแนะนำใด ๆ ไม่มีการติดตาม ไม่มีการวัดผลที่ชัดเจน มันออกจะสุ่มเสี่ยงในการลงทุนใช้ยา ทั้งประสิทธิภาพ ผลข้างเคียง และเวลาที่เสียไป
9.ทุกวันนี้ก็ยังไม่มียี่ห้อไหน ให้ข้อมูลกลับมา ไม่มียี่ห้อไหนบอกอ้างอิง และหลายยี่ห้อก็บล็อก "ลุงหมอ" ถาวร

04 สิงหาคม 2566

ความรู้จากงานประชุมราชวิทยาลัย ฯ สู่ประชาชน : โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก : อ.ดาวลดา คงกับพันธ์, คณะแพทย์ มอ.

 ความรู้จากงานประชุมราชวิทยาลัย ฯ สู่ประชาชน : โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก : อ.ดาวลดา คงกับพันธ์, คณะแพทย์ มอ.

ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กยังเป็นปัญหาอันดับหนึ่งของโลหิตจาง พบได้ทุกภูมิภาค ทุกกลุ่มอายุ เรื่องนี้จึงต้องรู้ ผมสรุปมาแต่ไฮไลท์ที่ประชาชนทั่วไปต้องรู้ครับ
1.เมื่อได้รับการวินิจฉัยโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก อย่าลืมว่ายังไม่จบต้องหาสาเหตุเสมอว่าเกิดจากอะไร ที่พบบ่อยคือ เสียเลือดจากประจำเดือน เสียเลือดจากทางเดินอาหาร (แผลในกระเพาะและมะเร็งลำไส้) การดูดซึมและสังเคราะห์ธาตุเหล็กที่ผิดปกติ เพราะต้องแก้ไขปัญหาต้นเหตุด้วยเสมอ
2.เราไม่ค่อยได้เจาะตรวจไขกระดูกเพื่อวินิจฉัย gold standard จะทำในบางกรณีเท่านั้น ที่ใช้คือการตรวจนับเม็ดเลือด การตรวจดูฟิล์มสเมียร์เลือด อันนี้ทำได้ทุกที่และวินิจฉัยแม่นยำพอใช้ ส่วนการตรวจธาตุเหล็ก ไม่ว่าจะเป็น serum iron, TIBC, ferritin, hepcidin เป็นการวินิจฉัยที่ควรทำ แต่ทำได้เป็นบางที่เท่านั้น
3.ในกรณีทั่วไป พบเม็ดเลือดเล็ก สีจาง, ยืดยาวออกเป็น,pencil cell หรือเจอ MCV ต่ำ RDW สูง ก็สนับสนุนวินิจฉัย อันนี้ทำได้หมดทุก รพ. วินิจฉัยและรักษาได้ ส่วนค่าเหล็กในเลือดตามเกณฑ์ของ WHO จะนับที่ค่า ferritin น้อยกว่า 30 ไมโครกรัมต่อลิตร (หากมีการอักเสบเรื้อรังจะนับต่ำกว่า 100) หรือ transferrin saturation น้อยกว่า 20% สามารถให้การวินิจฉัยและรักษา อย่าลืม..คิดต่อไปถึงต้นเหตุ
ส่วนเกณฑ์ของสมาคมโลหิตวิทยาของไทยคือ ferritin น้อยกว่า 10 ส่วน transferrin saturation น้อยกว่า 15%
4.การรักษาพื้นฐาน ง่ายสุด ราคาถูกคือ การเสริมยาเม็ดธาตุเหล็ก เนื่องจากธาตุเหล็กจะดูดซึมเพียง 40-50% เท่านั้น ส่วนใหญ่จึงต้องกินยาเม็ดธาตุเหล็กวันละสามครั้ง เพื่อให้ได้ขนาดเพียงพอ หลังจากเพียงพอคือชดเชยที่ขาดและแก้ไขโลหิตจางได้แล้วค่อยลดลง ข้อเสียสำคัญของยาเม็ดธาตุเหล็กคือ ไม่สบายท้องและถ่ายอุจจาระสีดำ
5.ด้วยปัญหาความไม่สบายท้อง มีการศึกษาทำในประเทศไทย ศึกษาการให้ยาเม็ดธาตุเหล็กระหว่างให้ยาทุกวัน กับ ให้สัปดาห์ละสามวัน พบว่าแก้ไขซีดได้ดีพอกัน เพิ่มระดับธาตุเหล็กในเลือดได้ดีพอกัน แต่การให้เพียงสัปดาห์ละสามวันสามารถลดผลข้างเคียงระบบทางเดินอาหารได้อย่างดี แต่อาจต้องใช้เวลารักษานานกว่าแบบกินทุกวัน คือ สามเดือนเทียบกับสองเดือน ในทางปฏิบัติจะกินแบบวันเว้นวันก็ได้ (แต่วันละสามครั้งนะ)
6..ระยะเวลาในการรักษาเบื้องต้นคือ 4-8 สัปดาห์ แล้วติดตามเม็ดเลือด ระดับธาตุเหล็ก เพื่อปรับแต่งการรักษา (ย้ำ อย่าลืมรักษาต้นเหตุด้วย) อีกข้อที่ต้องระวังคือ ปฏิกิริยาระหว่างยา เพราะยาเป็นโลหะที่ประจุบวก สามารถมีปฏิกิริยากับยาได้หลายชนิด บางกรณีอาจใช้ยาเม็ดวิตามินซี เพื่อเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กเพิ่มได้
7..การให้ยาธาตุเหล็กทางหลอดเลือด เป็นทางเลือกในกรณีต้องการแก้ไขเร็ว หรือไม่สามารถใช้ยากินได้ ยาที่ใช้มีหลายสูตรหลายแบบ ใช้ได้พอกัน ผลข้างเคียงสำคัญที่ต้องระวังสำหรับยาฉีดธาตุเหล็กทางหลอดเลือดดำทุกชนิดคือ ปฏิกิริยาภูมิแพ้ ที่ต้องสังเกตอาการหลังให้ยาและไม่ให้ยาเร็วจนเกินไป และยังมีข้อบ่งชี้พิเศษที่จะใช้การให้เหล็กทางเลือด เพราะมีการศึกษารองรับมาก คือ หัวใจวาย, ซีดหลังให้ยาเคมีบำบัด, โรคลำไส้อักเสบ, การดูแลก่อนผ่าตัด
8.การให้เลือดก็เป็นอีกวิธีที่นอกจากการแก้ไขเรื่องซีดแล้ว ยังสามารถเติมเหล็กได้ถึง 200-300 มิลลิกรัมต่อเลือดหนึ่งถุงเลยทีเดียว ความปลอดภัยจากการให้เลือดในแง่การติดเชื้อนั้น ปัจจุบันถือว่าปลอดภัยสูงมาก จะยังเหลืออันตรายในเรื่องปฏิกิริยาจากการให้เลือดเท่านั้นที่ยังพบมากอยู่ จึงควรให้เลือดเมื่อจำเป็น
9.สำหรับน้อง ๆ หมอ ปัจจุบันการแก้ไขปัญหาธาตุเหล็กทั้งเหล็กขาดและเหล็กเกินจะมุ่งเน้นไปที่การทำงานของ hepcidin การควบคุมตัวรับ ferroportin ทั้งในระดับโปรตีนควบคุม iron metabolism ไปจนถึงยีนที่ควบคุมการจัดการโปรตีนนั้น ๆ ต้องไปเข้าใจ pathway นี้ให้ดีครับ
จบตอนที่หนึ่ง
May be an image of text
See insights and ads
Boost post
All reactions:
112

02 สิงหาคม 2566

USPSTF โฟลิกก่อนท้อง

 สั้น ๆ วันหยุด กับซูซี่ : โฟลิกก่อนท้อง

กราบสวัสดีค่า ชาวด้อมลุงหมอทั้งหลาย ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ ซูซี่จะมีวาสนาได้มาเจอทุกคนก็ตอนที่อีตาลุงหมอไปเที่ยว เฟเค้ชึ่น โน่นค่ะ ไปโผล่อยู่เขื่อนภูมิพลนู่น ป่านนี้นอนกลิ้งอ่านหนังสือสบายไป คือลุงหมอเนี่ย แกไปเที่ยวไหนก็คือย้ายที่อ่านนิยายค่ะ ไม่รู้จะไปไกลทำไม
วันนี้ซูซี่เอาเรื่องเบา ๆ มาฝากค่ะ น้อง ๆ คงเคยได้ยินเรื่องการกินยาเม็ดโฟลิกก่อนตั้งครรภ์ว่ามีประโยชน์ลดความพิการของระบบประสาทที่ชื่อ neural tube defect ใช่ไหมคะ ก็แนะนำกันมาสักพัก ลุงหมอเขาก็เคยลงเรื่องนี้ค่ะ คราวนี้ระยะหลัง ๆ ก็เริ่มมีคนสงสัยว่า เอ เริ่มมีเรื่องของความผิดปกติอื่น ๆ ของการตั้งครรภ์มากขึ้น มันจะเกี่ยวกับโฟลิกนี่ไหมล่ะ มันก็โผล่มาเวลาไล่เลี่ยกับคำแนะนำโฟลิกก่อนท้องเลย
วันนี้วารสาร JAMA ลงรายงานคำแนะนำของ USPSTF (ไปหาคำแปลเองนะลูก ซูซี่ขาโหด ไม่ใจดีเหมือนลุงหมอนะคะ) เขาไปรวบรวมงานวิจัยในช่วงหลังที่ว่าเกิดเรื่อง ว่ามันจริงหรือเปล่าหว่า มีลับลมคมใน ดีลล้งดีลลับ อะไรหรือเปล่าเนี่ย
ก็ปรากฏว่าไม่เกี่ยวกันค่ะ กินได้นะคะเด็ก ๆ ปลอดภัยดีและยังช่วยป้องกัน neural tube defect ได้ดีค่ะ
จะให้ดีก็กินก่อนท้อง ..ลูก ๆ จะสงสัยว่า แม่ขา จะรู้ไหมล่ะคะว่าดอกไหนจะท้องจะไม่ท้อง ไม่เป็นไรค่ะลูก แค่คิดจะท้อง วางแผนมีลูก ก็เริ่มกินได้เลย โฟลิกราคาโคตรถูกค่ะลูก เอาเงินที่ไปเอฟ 8.8 9.9 เอาแค่ของอย่างเดียวที่ลูกไปเอฟนี่แหละค่ะ จ่ายค่าโฟลิกได้เป็นปี
ถึงท้องแล้ว ..อุ๊ยตาย !! ท้องแล้วเหรอ นึกว่าท้วม ก็ยังกินได้นะคะลูก
ใครคุมกำเนิดอยู่ ใครยังไม่มีผอ จะยังไม่กินก็ไม่ว่า ใครปิดอู่ จะไม่กินก็ไม่ว่าค่ะ
ซูซี่ก็จะหามากินบ้างนะคะ มดลูกเริ่มเขย่าแล้ว นัดไว้คืนนี้ด้วยค่ะ

01 สิงหาคม 2566

เลิกเหล้า เข้าพรรษา แนะนำแบบนี้

 เลิกเหล้า เข้าพรรษา

ก่อนอื่น ขอยินดีด้วยที่มีฉันทาคติต้องการเลิกเหล้า ผมแนะนำแบบนี้
1.บอกคนในครอบครัว ว่าจะเลิกนะ และอยากให้ทุกคนให้แรงใจในทางบวก อย่าเย้ยหยัน อย่าหัวเราะ จะเลิกได้ไหมขึ้นกับคนในครอบครัว สำคัญสุด
2.นอกจากกำลังใจแล้ว คนในครอบครัวจะช่วยสังเกตอาการถอนเหล้าให้ด้วย ถ้ามีอาการควรปรึกษาแพทย์เลย เพื่อไม่ให้ลุกลามจนรักษายาก
3.สำหรับคนที่ติดมาก เคยหยุดแล้วสั่นเคยหยุดแล้วเพ้อ อันนี้ไม่แนะนำเลิกเอง แนะนำปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อป้องกันอาการถอนเหล้ารุนแรง นอกจากป้องกันอันตรายแล้ว ถ้ามีอาการถอนเหล้ารุนแรง คุณจะไม่อยากเจอสิ่งนี้อีก ก็คือจะไม่เลิกเหล้าอีก
4.คนที่ติดไม่มาก ไม่มีอาการถอน อันนี้เลิกได้เลย แล้วคอยสังเกตอาการ ส่วนมากอาการถอนจะแค่ กระสับกระส่าย กระวนกระวาย งึกงึกงักงัก หลับยาก แต่ขอให้อดทน เดี๋ยวก็พ้นไปเอง
5.ในข้อสี่ อาจให้ยานอนหลับกลุ่ม benzodiazepines ช่วยลดอาการได้
6. สังเกตอาการสั่น ไม่ว่ามือสั่น เสียงสั่น เคลื่อนที่ไม่ราบรื่น สังเกตเนื้อหาที่พูดว่าสับสนหรือไม่ สุดท้ายคืออาการโวยวาย ถ้าเริ่มมี ก็ไปหาหมอได้เลย
7.ถ้าไม่มีอาการรุนแรง แนะนำดื่มน้ำมากขึ้น อาจดื่มน้ำผลไม้เพื่อเติมวิตามินและเกลือแร่ กินอาหารทีละน้อย ๆ แต่บ่อย ๆ ได้
8.หลังจากอดทนกับอาการถอนเหล้าไแสักสามถึงสี่วัน อาการจะลดลง ช่วงเวลาสำคัญคือจุดนี้ ขอให้อดทน การไปหยิบเหล้ามาดื่ม ทำให้อาการลดลงก็จริง แต่จะเลิกเหล้าไม่ได้
9.สิ่งสำคัญไม่ใช่ยา สิ่งสำคัญคือแรงใจและแรงสนับสนุนจากครอบครัว เลิกครั้งแรกไม่สำเร็จก็เลิกครั้งใหม่ได้ ขอให้ยังไม่หมดหวัง

บทความที่ได้รับความนิยม