18 พฤษภาคม 2560

เรื่องการฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อ

ผลการศึกษา เรื่องการฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อ ฉบับประชาชน เหล่าเทพทั้งหลาย ไปอ่านต่อในโพสต์หน้านี้นะครับ

   เดิมทีนั้นมีบทพิสูจน์อันพึงเชื่อได้ว่าโรคข้อเข่าเสื่อมนั้นส่วนหนึ่งเกิดจากการอักเสบ การใช้ยาต้านการอักเสบสเตียรอยด์จึงดูสมเหตุผล และมีหลักฐานการใช้ว่าสามารถลดปวดได้ในระยะสั้น สมาคมโรคข้อต่างๆก็แนะนำในแนวทางการรักษา แต่ในประเด็นเรื่องของการลดการทำลายกระดูกอ่อนผิวข้อนั้น ข้อมูลยังไม่น่าเชื่อถือ และการศึกษาในระยะยาวๆยังไม่มี จึงเป็นที่มาของการศึกษานี้ ผมสรุป 10 ข้อเช่นเคยนะครับ รายละเอียดอยู่ในวารสารฉบับเต็มและ supplementary และแจกแจงในโพสต์แบบละเอียด

1. การศึกษานี้เลือกทำในผู้ป่วยโรคข้อเข่าอักเสบปานกลางถึงหนัก อายุตั้งแต่ 45 โดยไม่มีโรคอื่นและไม่ได้รักษาโดยยาปรับแต่งโรคมาก่อน มาแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 70คน กลุ่มหนึ่งให้ยาฉีด triamcinolone 40 มิลลิกรัม อีกกลุ่มให้น้ำเกลือเป็นยาหลอก 1 ซีซี ในทุกๆสามเดือนต่อเนื่องกันสองปี

2. การศึกษาก่อนหน้านี้ใช้แค่ฟิล์มเอกซเรย์ แต่การศึกษานี้ใช้แบบทดสอบดูความปวด ความตึงฝืดข้อ ประสิทธิภาพการใช้งาน ที่เรียกว่า WOMAC score และวัดการเสื่อมของกระดูกอ่อนผิวข้อด้วยการใช้อัลตร้าซาวนด์และ MRI

3. สิ่งที่ต้องการจะพิสูจน์คือ การฉีดสารสเตียรอยด์ชะลอความเสื่อมของกระดูกอ่อนได้มากกว่ายาหลอกหรือไม่ และจะลดปวดระยะยาวได้ดีกว่ายาหลอกหรือไม่ ส่วนประเด็นความเสื่อมอื่นๆเป็นประเด็นรอง

4. เป็นการศึกษาที่ทำการคัดกรองและควบคุมหลายขั้น มีการปกปิดข้อมูลอย่างดี จุดบอดมีไม่มากนัก ได้กลุ่มคนที่เข้ามา เป็นหญิงเท่าๆกับชาย อายุประมาณ 60 ปี อ้วน ส่วนมากก็ข้อเข่าอักเสบจริงแต่ว่าเป็นระดับปานกลางเสียมาก การติดตามการทดลองเป็นไปได้ด้วยดี การทดลองน่าเชื่อถือ

5. ผลที่ออกมา สำหรับ ความเสื่อมกระดูกอ่อนพบว่า ผู้ที่ฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อ มีความเสื่อมของกระดูกมากกว่ากลุ่มที่ฉีดน้ำเกลือ เสื่อมมากกว่าการเสื่อมตามธรรมชาติด้วย มีนัยสำคัญทางสถิติ แต่อาจไม่ได้ทำให้เกิดอาการปวดมากนัก ที่สำคัญคืออาจบอกได้ว่าอนาคตต้องเปลี่ยนข้อเข่ามากขึ้น

6. สำหรับอาการปวด อาการตึงฝืด การใช้งาน พบว่าไม่ต่างกันในทุกๆกลุ่มและตลอดสองปี ภาษาสถิติเรียกว่าต่างกันแต่ว่าไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ  ส่วนตัวชี้วัดรองไม่ว่าเรื่อง คุณภาพชีวิต มวลกระดูก การเสื่อมของกระดูกแข็ง และน้ำไขข้อ ไม่ต่างกันในสองกลุ่ม

7. ผลข้างเคียงก็ไม่ต่างกัน ที่พบบ้างคิดว่าเป็นจากความบังเอิญในการทดลอง โดยเฉพาะเรื่องการติดเชื้อที่ข้อ และผลข้างเคียงโดยรวมของสเตียรอยด์ ไม่ต่างจากยาหลอกเลย มีแค่บวมๆแดงๆจากการฉีดยาเท่านั้น

8. สรุปว่า การฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อเพื่อรักษาข้อเข่าเสื่อมนั้น ไม่ได้ลดความเสื่อมของกระดูกอ่อน หากยังจะเพิ่มความเสื่อมอีกด้วยในช่วงเวลาสองปี ส่วนการลดปวด สมรรถนะต่างๆพบว่าไม่ได้ต่างจากการฉีดยาหลอกเลย

9. ข้อติงคือ ผลของยาหลอก เรียกว่าผลทางใจสูงมากจนอาจรบกวนผลการทดลอง การติดตามและฉีดยาทุกสามเดือน อาจเป็นการติดตามที่ห่างเกินไป จนไม่เห็นประโยชน์การลดปวดจากยาสเตียรอยด์

10. นำมาใช้จริงได้ไหม ก็ต้องบอกว่า เราคงไม่ได้วัดละเอียดขนาดนั้น ในแง่ความเสื่อมอาจไม่ชัดเจน และคนไข้เราส่วนมากต่างจากเขาคือจะฉีดเมื่อโรคเป็นมากแล้ว และลดปวดเป็นหลัก การศึกษานี้คงไม่ได้ออกมาว่าห้ามฉีด แต่ว่าอาจต้องพึงระวังว่าฉีดแล้วไม่ได้ประโยชน์มากนัก นอกจากลดปวดซึ่งมีวิธีอื่นๆอีกมากมาย

  การศึกษานี้คงจะตอบคำถามล่ะว่า ฉีดไปอาจไม่เกิดประโยชน์ นะครับ

เหตุฉุกเฉินบนเครื่องบิน

เหตุฉุกเฉินบนเครื่องบิน ...เรามาดูคำแนะนำกัน

   เหตุฉุกเฉินบนเครื่องบิน จริงๆเกิดอยู่ตลอดเวลา แต่ก็อัตราที่ไม่มากนัก ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่รายงานเป็นรายๆ อดีตไม่เคยมีการรวบรวม ไม่เคยมีการคิดสถิติตามระบบ ไม่เคยมีหมอที่ช่วยผู้ป่วยฉุกเฉินบนเครื่องแล้วถูกฟ้องร้อง แต่ในสภาพสังคมที่ผู้สูงอายุมากขึ้น การเดินทางทางอากาศนิยมมากขึ้น สักวันก็จะมีเรื่องแบบนี้มากขึ้น
  aerospace medical associations ตั้งขึ้นเพื่อศึกษา เก็บข้อมูลและวิเคราะห์เชิงสถิติการแพทย์ และให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องเวชศาสตร์การบินและอวกาศ ได้ออกคำแนะนำมาตรฐานร่วมกับ international civil aviation organization (ICAO) และ International Air Transport Association (IATA) เพื่อเป็นแนวทางให้กับสายการบินและหน่วยควบคุมการบินของประเทศต่างๆ  ให้นำไปประยุกต์ให้เข้ากับกฎหมายและสภาพการเงินของแต่ละประเทศนั้น (นั่นคือแนวทางแต่ละประเทศจะยังไม่เหมือนกันครับ)  แนวทางนี้ออกเผยแพร่ตั้งแต่ กรกฎาคม 2559 เพื่อให้สายการบิน ประเทศต่างๆ ลูกเรือ สนามบิน และอาสาสมัครที่จะเข้าไปช่วย ได้เข้าใจสถานการณ์และข้อควรปฏิบัติ

  in-flight medical events คือเหตุการณ์ทางการแพทย์ต่างๆที่เกิดขึ้นซึ่งปัจจุบันจะมีการเก็บข้อมูลและบันทึกเอามาวิเคราะห์ออกมาเป็นแนวทางการจัดการเพื่อจะรักษาชีวิตได้มากขึ้น แบางเป็นเหตุการณ์ที่คาดได้เตรียมได้ เช่นทราบอยู่แล้วว่าจะมีผู้ป่วยแบบนี้มา มีการจัดการหรือมีทีมสนับสนุนมาแล้ว เช่นแจ้งไว้ก่อนว่าจะมีผู้ป่วยหนักมาด้วย มีหมอพยาบาล อุปกรณ์มาด้วย ส่วนอีกประการคือ ฉุกเฉินไม่คาดฝัน อันนี้ก็ตั้งแต่เจ็บตา ปวดเล็บ คันพุง  เวียนหัว กระแทกเพดาน  เล็กๆน้อยๆพวกนี้ส่วนใหญ่ลูกเรือจะจัดการได้จากชุดอุปกรณ์ปฐมพยาบาลพื้นฐานที่เป็นชุดที่เราหาซื้อได้ทั่วไปอยู่แล้ว หรือเหตุไม่คาดฝันนั้นอาจจะหนักหนาเช่นหอบหืดกำเริบ โรคหัวใจเฉียบพลัน ก็จะมีชุดอุปกรณ์กู้ชีวิต ลูกเรือที่จะอบรมการกู้ชีวิต การขอความช่วยเหลือจากอาสาสมัครการแพทย์บนเครื่องบิน หรือการติดต่อกับความช่วยเหลือภาคพื้นดิน
  ตัวเลขบอกว่า เหตุการณ์หนักหนาแบบนี้มันยังเกิดน้อยมาก แต่ว่าต้องคิดก่อนว่าในอดีตการเก็บข้อมูลไม่ได้รัดกุมแบบนี้ และกฎเกณฑ์ของแต่ละประเทศยังหลากหลาย

  on-board medical supplies คืออุปกรณ์ที่แนะนำพื้นฐานที่ควรมีบนเครื่อง โดย ICAO ที่เป็นหน่วยย่อยหนึ่งขององค์การสหประชาชาติ แนะนำเป็นแนวทางทั้งโลกร่วมกับองค์กรการบินและการท่องเที่ยวอีกหลายองค์กร แต่ไม่ได้บังคับนะครับ ให้ประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละประเทศและสายการบิน มีตัวอย่างสามชุด

  1. ชุดปฐมพยาบาล อันนี้หาง่ายทุกคนก็ใช้เป็น ทั้งผู้โดยสารและลูกเรือ ได้แก่ สำลีฆ่าเชื้อ ผ้าพันแผล ก๊อสปิดแผล แถบกาวปิดแผล แอลกอฮอล์เจลล้างมือ ผ้าก๊อซสำหรับปิดตา ไม้ดามเฝือก กรรไกรเล็กๆ ถุงมือยาง เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้แบบดิจิตอล  หน้ากากช่วยหายใจ คู่มือการใช้ และ แบบบันทึกการช่วยเหลือ (checklist) 

  2. ชุดฉุกเฉินและกู้ชีพ ชุดนี้จะซับซ้อนขึ้น ลูกเรือส่วนมากจะได้รับการอบรมแล้ว อาสาสมัครทางการแพทย์จะเชี่ยวชาญกว่า ถ้าไม่มีก็อาจต้องขอความช่วยเหลือจากภาคพื้นดิน ได้แก่ เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้และเครื่องวัดความดันแบบดิจิตอล หูฟัง หน้ากากป้องกันเชื้อ ถุงมือยาง  ท่อช่วยหายใจ หน้ากากและbag ช่วยหายใจ อุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจ (oral airways) เข็มและหลอดฉีดยา สายน้ำเกลือ เข็มแทงน้ำเกลือ สายสวนปัสสาวะ ผ้าก๊อส ยาฆ่าเชื้อ อุปกรณ์ตัดสายสะดือเด็กทารก กล่องใส่ขยะมีคมติดเชื้อ ไฟฉาย คู่มือและแบบบันทึก ...อันนี้ช่วยชีวิตคนแบบในรถพยาบาลได้เลย
   เครื่องช็อกหัวใจอัตโนมัติ (AED) กำหนดให้มีเช่นกัน เครื่องนี้สามารถติดตามคลื่นหัวใจได้ด้วย
  ยาต่างๆ ยากันชักและเป็นยานอนหลับให้สงบได้ คือ diazepam  ยาแก้อาการอาเจียน ยาขับปัสสาวะ แอสไพริน ยาขยายหลอดลมแบบพ่น (มี spacer แบบใช้แล้วทิ้ง) ยา atropine, adrenaline ในการกู้ชีพ ยาฉีดสเตียรอยด์ ยากินต้านฤทธิ์เบต้า (beta blocker) และขวดน้ำเกลือนอร์มัล 1 ลิตร  .... บางทีก็จะมียาหวัด ลดน้ำมูก แก้แพ้ ลดกรด แก้ปวด ส่วนมากจะอยู่ในกล่องปฐมพยาบาล..
  ยาฉีดอาจเป็นขวด หรืออยู่ในอุปกรณ์ฉีดอัตโนมัติแบบ autoinjector

3. อุปกรณ์ควบคุมการแพร่เชื้อ ซึ่งอุปกรณ์พวกนี้จะมีเกณฑ์การใช้ที่ชัดเจน ลูกเรือจะได้รับการอบรม มีคู่มือและความช่วยเหลือภาคพื้นเสมอ  ได้แก่ antiseptic,disinfectants ถุงมือ หน้ากากกันโรค ถุงมือ กาวน์ยาวคลุมแขนขา หมวก ถุงขยะติดเชื้อ ผ้าขนหนูดูดซึมซับพิเศษ ผงแป้งพิเศษเอาไว้จับละอองฝอยน้ำเช่นจากน้ำมูกน้ำลาย เลือด ให้กลายเป็นเจล ไม่ฟุ้งกระจาย

  ground-based medical support อาจเป็นบริษัทประกัน หรือทางสายการบินมีอยู่แล้ว หรือเป็นหน่วยงานการแพทย์ฉุกเฉินของแต่ละประเทศ เมื่อมีเหตุเกิดจะมีการติดต่อกับนักบินและลูกเรือ โดยเฉพาะกับเที่ยวบินยาวๆ และอาจทำงานร่วมกับอาสาสมัครการแพทย์บนเครื่อง เพื่อให้คำแนะนำ หน่วยงานกลุ่มนี้จะชำนาญและรู้วิธีจัดการทรัพยากรบนเครื่องเป็นอย่างดี รวมทั่งให้คำแนะนำการลงจอด (แต่กัปตันจะเป็นผู้พิจารณา)

ข้อควรทราบสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่อาสาสมัครช่วยบนเครื่อง  เป็นแนวทางสำหรับการเจ็บป่วยฉุกเฉินเท่านั้น กลุ่มที่รู้อยู่แล้วเตรียมทีมมาแล้ว ให้ทีมเขาจัดการไปนะครับ 
   ก่อนจะช่วยเขา ให้ตรวจความพร้อมของตัวเองก่อน เช่นเมาเครื่อง เมาเหล้า อันนี้อย่าไปช่วย หรือตัวเองป่วยอยู่ ก็อย่าไปช่วย ช่วยเมื่อตัวเองพร้อมเท่านั้น
  เป็นความรับผิดชอบของผู้โดยสารที่ป่วยที่จะต้องแจ้งทางสายการบิน หรือ เขาต้องให้ข้อมูลเพียงพอเมื่อเขาเกิดภาวะฉุกเฉิน
   ไม่ใช่ทุกสายการบินที่จะมีอุปกรณ์ครบ หรือมีการช่วยเหลือภาคพื้นดิน
   ใช้ทรัพยากรที่มีอย่างคุ้มค่าเพราะมีจำกัด ต้องคำนึงถึงคนหมู่มากด้วย
   ถึงแม้ลูกเรือทุกคนจะผ่านการอบรมมาแล้ว แต่บุตลากรทางการแพทย์ทุกคนท่านชำนาญและนิ่งกว่าลูกเรือแน่นอน ใช้ประสบการณ์ของท่านให้เกิดประโยชน์สูงสุด

  สำหรับลูกเรือ ควรจะมีการอบรมและการฝึกซ้อมเป็นมาตรฐานการอบรม ซึ่งปัจตุบันก็มีอยู่แล้ว ในเรื่องการปฐมพยาบาล การกู้ชีพ การใช้เครื่อง AED ลูกเรือจะได้รับการอบรมการใช้อุปกรณ์บนเครื่อง หากอาสาสมัครสงสัยให้สอบถามทันที และ ตามคำแนะยำของ ICAO และ IATA แนะนำให้มีการซ้อมจำลองสถานการณ์จริงๆร่วมกับอาสาสมัครทางการแพทย์ด้วยครับ

   ข้อกฎหมาย..ยังไม่มีข้อกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องทางกฎหมายของการเข้าไปอาสาช่วยเหลือ และยังไม่มีคำตัดสิน กรณีฎีกาเกิดขึ้น อันนี้คือฟ้องบุคคลนะครับ แต่มีกรณีที่ทางสายการบินถูกฟ้อง ในคำแนะนำฉบับนี้เขาเขียนว่า ..ถ้าสายการบินหรือร้องขอความช่วยเหลือจากอาสาสมัคร สายการบินก็จะปกป้องอาสาสมัครด้วย ก็จะ..นะครับ แต่ตามหลักกฎหมายก็ไม่ได้เป็นการจัดการงานนอกสั่ง ไม่ได้ประมาทเลิ่นเล่อ น่าจะไม่เกิดปัญหาใดๆ  ปัจจุบันจึงมีแบบบันทึกและแบบฟอร์มเช็คลิสต์เพื่อเป็นหลักฐานอันหนึ่ง ท่านที่เป็นอาสาสมัครก็จะมีลูกเรือที่ทราบข้อนี้คอยช่วยเหลือเรื่องบันทึกครับ

  ข้อกฎหมายอีกอันที่ต้องเข้าใจเป็นพิเศษ คือ การเริ่มปฏิบัติการกู้ชีวิต ทุกประเทศและสายการบินจะตัดสินตามความเหมาะสมของเขาเองนะครับ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิด แม้แต่ญาติบอกว่าไม่ประสงค์จะกู้ชีวิต ทางสายการบินและลูกเรืออาจจะต้องกู้ชีวิตไปก่อน โดยขอคำแนะนำจากภาคพื้นหรืออาสาสมัครทางการแพทย์ และถ้าอาสาสมัครไม่ประสงค์จะให้กู้ชีวิต ทางสายการบินและลูกเรืออาจร้องขอความช่วยเหลือจากอาสาสมัครท่านอื่นๆได้ด้วย
   และการหยุดการกู้ชีวิต อันนี้แหละครับท่านอาจถูกร้องขอให้ช่วย อาจมีทีมงานภาคพื้นคอยช่วยอีกที 
   ซึ่งรายละเอียดการเริ่มกู้ชีวิตและการหยุดกู้ชีวิตนี้ จะแตกต่างกันตามสายการบิน ประเทศ ศาสนาต่างๆ แต่ไม่ต้องกลัวครับลูกเรือและกัปตันทุกคนจะทราบกฎเกณฑ์ของตัวเองดี ท่านปรึกษาเขาได้

  ตัวอย่างสถานการณ์เช่น หมดสติ อย่างแรกลูกเรือจะมาดูก่อนว่ารับรู้สติดีไหม ชีพจรดีไหม ถ้ายังดีอาจให้นอนชั่วคราวแล้วให้พักต่อได้ ในกรณีไม่ตื่นหรือไม่มีชีพจร ก็จะเอาเครื่อง AED มาใช้ก่อน ท่านอาจถูกร้องขอให้ช่วย พร้อมกับการใช้ชุดฉุกเฉิน คำแนะนำภาคพื้น ช่วยๆกัน ในกรณีที่ไม่มีการสนับสนุนจากภาคพื้น ท่านก็จัดการตามความเหมาะสม และถ้าสงสัยเป็นโรคหัวใจรุนแรง หรือโรคที่รุนแรงแนวโน้มแย่ลง อาจร้องขอให้กัปตันนำเครื่องลง ซึ่งกัปตันจะพิจารณาความปลอดภัยและการช่วยเหลือที่สนามบิน เมื่อพร้อมแล้วก็จะลงจอดได้ ...ส่วนมากจะลงจอดนะครับ ถ้าจำเป็นจริง อย่าลืมว่าการลงจอดนอกแผนมันจะป่วนหลายอย่าง แต่ถ้าการรักษาชีวิตผู้โดยสารเป็นสำคัญ กัปตันก็ทำครับ...
  ตัวอย่างสถานการณ์โรคติดต่อ  อันนี้ลูกเรือจะได้รัยการฝึกอบรมมาอย่างดี ได้แก่ให้หน้ากากอนามัยแก่ผู้โดยสารที่ไอตลอด และถ้าดูอาการแย่อาจต้องให้ผู้โดยสารท่านนั้นไม่ลุกไปไหน หรือจัดแถวให้นั่งห่างจากคนอื่นๆ (ในกรณีที่นั่งว่าง) หรือจัดห้องน้ำให้เป็นที่กักกันโรคชั่วคราว..อันนี้ถ้าทำได้นะครับ..และแจ้งนักบินให้แจ้งสถานการณ์กับสนามบินปลายทาง
  
  สรุป checklist สำหรับ อาสาสมัคร
1. ก่อนขึ้นเครื่อง คิดไว้ก่อนเลย อาจถูกร้องขอ เตรียมตัวมีเอกสารแสดงตัวจะดีมาก หรือถามฝ่ายกฎหมายดูก่อนเลย
2. ถ้าไม่พร้อม ไม่ว่ากายหรือใจ ไม่ต้องช่วย
3. ถามลูกเรือถึงแนวทางและวิธีของสายการบิน เวลาจะช่วย 
4. แสดงตัว ประกาศตัวว่าพร้อมช่วย มีเอกสารด้วยจะดี (ตรวจ MD card ของท่านซิ หมดอายุหรือยัง)
5. ถ้าสถานการณ์รุนแรง ให้ขอความช่วยเหลือโดยเฉพาะภาคพื้น เขาเชี่ยวชาญเรื่องนี้ ให้ทำงานเป็นทีมเสมอ ลูกเรือทุกคนช่วยได้
6. เอาชุดอุปกรณ์มาใช้, ขอ AED หรือใช้ telemedicine 
7. ให้ลูกเรือคนหนึ่งอยู่กับเรา คอยช่วยเหลือเรา ตอบคำถาม ติดต่อกับกัปตัน 
8. ถ้าไม่เก่งภาษา ขอล่ามเลยครับ
9. พยายามรักษาในท่านั่ง เพราะพื้นที่จำกัด ยกเว้นต้องนอนราบให้ขอให้ลูกเรือช่วยเคลียร์พื้นที่
10. เรื่องการเริ่มกู้ชีวิต และการหยุดช่วยชีวิต เป็นการตัดสินใจของลูกเรือและสายการบิน โดยความช่วยเหลือจากอาสาสมัครและการสนับสนุนภาคพื้น เช่นเดียวกับการหยุดกู้ชีวิต เนื่องจากอาจเกิดปัญหากับข้อตกลง do not resuscitation
11. บันทึกเหตุการณ์เสมอ ใช้แบบบันทึกตามที่สายการบินมีให้ และอย่าลืมเก็บสำเนาไว้ด้วย
12. อย่าทำอะไรเกินตัว เกินที่เชี่ยวชาญ อย่าทำอะไรที่ไม่แน่ใจ ..แต่จำเอาไว้ ถึงแม้จะเชี่ยวชาญน้อยแค่ไหน คุณก็ยังเชี่ยวชาญมากกว่าลูกเรือทุกคนและผู้โดยสารเกือบทุกคน

คิดว่าทั้งหมอ ทั้งคนไข้ น่าจะเดินทางด้วยเครื่องบินกันอย่างสบายใจนะครับ จะเห็นว่าเป็นแนวทางที่ใช้ common sense เป็นหลักเลยครับ อาจต้องรอการศึกษาวิจัยมากกว่านี้ 

17 พฤษภาคม 2560

การรักษาหอบหืดวิธีใหม่ bronchial thermoplasty

การรักษาหอบหืดวิธีใหม่ bronchial thermoplasty

โรคหอบหืดเป็นโรคเรื้อรัง ที่ไม่ใช่แค่มีอาการก็หายใจไม่ออก พอรักษาหายแล้วอาการก็ปกติ แต่การอักเสบของหลอดลมมีอยู่ตลอดเวลาและถ้าเรารักษาควบคุมโรคไม่ดี การอักเสบจะมากขึ้นเรื่อยๆ สารคัดหลั่งและฮอร์โมนต่างๆที่ออกมาต่อเนื่อง จะไปทำให้โครงสร้างของหลอดลมและการทำงานของหลอดลมบิดเบี้ยวไปจากเดิม โรคก็จะรุนแรงขึ้น การควบคุมก็จะไม่ได้กลับสู่จุดเดิม
การรักษาหลักจึงเป็นการใช้ยาสูดพ่นสเตียรอยด์เพื่อยับยั้งการอักเสบเรื้อรัง ลดการกำเริบ แต่ถ้าโรคมันรุนแรงล่ะ เอาไม่อยู่ล่ะ ปัจจุบันเรามีวิธีนี้

bronchial thermoplasty เป็นการรักษาโดยไม่ใช้ยาแต่ใช้กล้องส่องหลอดลมสอดลงไปในหลอดลมขนาดเล็ก เมื่อถึงจุดที่เราต้องการ จุดที่มีความหนาตัวของกล้ามเนื้อหลอดลม และผนังหลอดลมที่มีความผิดปกติ เราก็จะใส่สายอุปกรณ์คล้ายๆบ่วงตะกร้อ ไปถ่างขยายตรงบริเวณที่ต้องการ เมื่อกางอุปกรณ์ใส่กางขยายหลอดลมแล้ว
อุปกรณ์จะส่งคลื่นวิทยุไปกระตุ้นเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ ให้เกิดการสั่นตัวและเกิดความร้อนเกิดขึ้น (ไม่อยากใช้คำว่าเผาทำลาย) เพื่อให้เกิดการถ่างขยายถาวร โดยยิงคลื่นวิทยุครั้งละ 10 วินาที ทำให้ครบในทุกจุดที่วางแผนไว้ ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 40-45 นาที

ผู้ที่จะเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ มีเกณฑ์ที่จะเข้าร่วมใช้เกณฑ์จากไหน คำตอบที่เกณฑ์ที่มาจากการศึกษาสามการศึกษาหลักของ bronchial thermoplasty (AIR, RISA) เทียบกับการรักษามาตรฐาน และ การใช้ bronchial thermoplasty เทียบกับ sham procedure (AIR2) คร่าวๆคือเป็นผู้ป่วยอาการรุนแรงที่ได้รับการรักษามาตรฐานแล้วแต่ยังไม่ดีขึ้น แต่ว่าอาการต้องไม่กำเริบและไม่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงก่อนจะทำ และจะต้องรับประทานยาสเตียรอยด์ในขนาดสูงก่อนจะทำและหลังทำเพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนหลังทำ
ข้อห้ามคือ อาการกำเริบ ไม่คงที่ แพ้สารที่ต้องใช้ในการส่องกล้องหรือยาสลบ ผู้ป่วยที่เคยเข้ารับการรักษามาแล้ว ใส่อุปกรณ์กระตุ้นหัวใจต่างๆ

ผลการรักษาดีไหม พบว่าจากสามการศึกษาไม่ว่าจะเทียบกับการรักษาปกติหรือการรักษาด้วย sham procedure พบว่าการกำเริบซ้ำและการเข้ารับการรักษาแบบฉุกเฉินลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่เรื่องอัตราการเสียชีวิตยังไม่มีข้อมูล ตอนนี้การศึกษายังมีขนาดเล็กและยังคงต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป
ผลในระยะสั้นๆหลังทำอาจมีหอบหืดกำเริบได้ (ใช้ยา prednisolone ขนาดสูงลดอาการนี้) ในระยะยาวไม่พบผลเสียมากกว่ามาตรฐานการรักษาทั่วไป

ปัจจุบันแนวทางการรักษาทั้ง GINA และ British Thoracic ได้กล่าวถึงว่าเป็นทางเลือกในการรักษาในกลุ่มที่รักษามาตรฐานเต็มที่แล้วไม่ดีขึ้น
ผมแนบวารสารจาก european respiratory society มาให้และ วิดีโอมาให้เพื่อประกอบความเข้าใจง่ายๆครับ

วารสาร
https://drive.google.com/file/d/0Bw862GrW7-8LWlFid3I0bGNFSjA/view?usp=drivesdk

อนิเมชั่น
https://youtu.be/m6WQLHTu53Y

ตัวอย่างวิดีโอจริง
https://youtu.be/pW3Cvm4_cf8

16 พฤษภาคม 2560

SmartHealthCare

เมื่อวานเราเล่นของเล่นของฝรั่งไปแล้ว วันนี้เรามาเล่นของเล่นของไทยนะครับ
การเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 นั้น การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสำคัญมาก และเมื่อประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์สามัญประจำตัวอย่างสมาร์ทโฟน เราจะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของไทยแลนด์แดนยิ้มได้มากแค่ไหน
จากการสูญเสียของบุคคลอันเป็นที่รักของคุณพงษ์ชัย เพชรสังหาร นักพัฒนาแอปพลิเคชั่นหนุ่ม ทำให้เขาได้มีความคิดที่คนมีโรคประจำตัวหรือต้องตรวจเลือดตรวจสุขภาพประจำปี น่าจะมีโปรแกรมและแอปพลิเคชั่น ที่ช่วยบันทึกและติดตามความเคลื่อนไหว มีการเตือน มีคำแนะนำ ข่าวสารต่างๆ เพื่อไม่ให้คนอื่นๆต้องเสียโอกาสดังเช่นคนที่เขารัก
ด้วยความร่วมมืออย่างดีของแพทย์หญิง กิติมา เศรษฐบุญสร้าง ภรรยาคนสวยของเขา อายุรแพทย์ประจำโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา จ.ยโสธร ที่เห็นปัญหาเดียวกันกับประชาชนทั่วไป ผู้ป่วย ที่จะเห็นเพียงการตั้งรับไม่ได้ ต้องอาศัยการปฏิบัติการเชิงรุก
สองสามีภรรยาร่วมกันพัฒนาแอปพลิเคชั่น เพื่อช่วยบุคคลทั่วไป ช่วย อสม. กับ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ทำงานง่ายขึ้น เชิงรุกมากขึ้น ในการจัดการกับโรคไม่ติดต่อ ได้รับรางวัลโมบายล์แอปพลิเคชั่นภาครัฐ ปี 2559 อีกด้วย
ขณะนี้มีให้ดาวน์โหลดแล้วฟรีในระบบ iOS ในชื่อแอป SmartHealthCare ส่วนระบบ android รออีกประมาณสองเดือน สามารถติดตามข่าวสารได้จากหน้าเพจ @Smartheathcare อีกด้วย
https://www.facebook.com/SmartHealthCare.in.th/
ข้อมูลทั้งหมด ได้รับอนุญาตจากคุณพงษ์ชัย เพชรสังหาร เจ้าของแอปพลิเคชั่นเพื่อนำมาเผยแพร่ คุณพงษ์ชัยและภรรยา เพื่อให้กับแฟนเพจอายุรศาสตร์ง่ายนิดเดียว ให้กับคนไทย ได้มีโอกาสใช้ครับ
ปล. เนื่องจาก แอดมิน ไม่มี ไอโอเอส..ใช่..ไม่ผิด ไม่มีครับ เลยเดินไปให้สาวข้างบ้านโหลดมาให้ดูและลองใช้งาน ก็พบว่าใช้ได้จริง ไม่มีไวรัส ไม่เปลืองพื้นที่ หลังจากลองเล่นเสร็จแล้ว ก็มาเขียนบทความนี่แหละครับ ทุกอย่างทำเพื่อแฟนเพจ ไม่มีเจตนาแอบแฝงใดๆทั้งสิ้น ส่วนภาพประกอบมาจากหน้าเว็บเพจ smarthealthcare และจากที่คุณพงษ์ชัยส่งมาให้ครับ

14 พฤษภาคม 2560

moleskine travel journal

การเดินทาง แรงบันดาลใจ อุปกรณ์คู่ใจ
เวลาเดินทางไปที่ต่างๆ ผมมักจะพกอุปกรณ์เหล่านี้ไว้เสมอเวลาได้ไอเดีย หรือ ตั้งใจไปหาไอเดีย ก็จะบันทึกทันที

เพาเวอร์แบงค์ ก็จะเลือกขนาดบาง ความจุไม่มากนักเพราะใช้แค่สำรองแบตโทรศัพท์เท่านั้น ผมจะใช้โทรศัพท์เพียงโทรเข้าออก เปิดแผนที่และฟังเพลง ไม่ใช้มากกว่านี้กลัวแบตหมด ส่วนถ้าจะทำเพจ ทำในแท็บเล็ตครับ แบตหมดก็เลิกทำ ใครเดินทางขึ้นเครื่องอย่าลืมตรวจสอบขนาดความจุด้วยนะครับ

กล้อง .. พกแค่กล้องคอมแพกต์ตัวเก่า แบตอึด ขนาดเล็กครับ ถ่ายวิดีโอสั้นๆได้ด้วย ทนมากตัวนี้ ไม่เกะกะด้วย ไม่ต้องใช้โทรศัพท์เพราะมันเปลืองแบต

แว่นตา... ผมมีปัญหาดวงตามาก จึงพยายามลดความเสี่ยงทั้งหมด แว่นกันแดดจึงสำคัญมากๆครับ ไม่ได้ใช้แพงมากเพราะ..ลืมง่ายหายบ่อยครับ

ปากกา.. อารมณ์ศิลป์จะใช้หมึกซึมครับ ยี่ห้อเดียวด้วยคือ Lamy มีทั้ง EF F และ M สีที่ใช้แค่สองสีคือ ดำกับน้ำเงิน เขียนลื่นมาก ใครเริ่มใช้ใหม่ๆ อย่าลืมดูระดับหมึกด้วยนะ

โทรศัพท์ .. โทรเข้าออกได้ เสียงดังสั่นได้ ปลุกได้ ฟังเสียง MP3 ได้ มีGPSเพื่อใช้แผนที่ได้ แค่นี้พอแล้ว

แต่ที่จะมารีวิว คือ  เล่มปกดำที่เห็นต่างหากครับ เป็นสมุดขนาดมาตรฐาน กระดาษ reuse ของ moleskine ปกหนังเทียมบาง ฉลุลายตารางเดินทางเครื่องบิน
ข้างในแบ่งออกเป็นส่วนๆ โดยมีรอยแยกบอกจุดด้านข้างชัดเจน ส่วนต่างๆก็มีดังนี้
รายละเอียดส่วนตัวที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการเดินทาง ตั๋วเดินทาง เลขประกันชีวิต หนังสือเดินทาง รายการที่ใช้บ่อยๆเอาไว้เป็นรายการตรวจสอบ
ต่อมาก็มีปฏิทินถึงปี 2020 และลำดับเวลาการเดินทาง
ต่อมาก็มีเส้นเวลานานาชาติ สภาพภูมิอากาศในแต่ละเวลา
เบอร์และสัญลักษณ์ของสนามบินนานาชาติ ระยะเวลาการเดินทางชองแต่ละสนามบิน

ส่วนการบันทึก แบ่งออกเป็นห้าส่วน ส่วนแรกคือรายการที่ต้องการซื้อหา และสถานที่ที่จะไป (wish list) ส่วนที่สองคือแผนการเดินทางคร่าวๆและงบประมาณ (planning) ส่วนที่สามคือบันทึกสั้นๆของการเดินทางสุดสัปดาห์ ส่วนที่สี่เป็นการเดินทางสั้นๆ (short trip) ส่วนสุดท้ายจะเป็นการเดินทางยาว (longtrip)
โดยส่วนบันทึก จะมีรูปฟอร์มให้บันทึกครบเลย วันเวลา วิธีการเดินทาง บริษัทท่องเที่ยวและสายการบิน รายการที่ต้องห้ามลืม บันทึกความทรงจำและพื้นที่ว่างไว้แปะรูปถ่าย

ท้ายเล่มก็จะมีส่วนเก็บรูป บันทึกแยกต่างหาก และ บันทึกช่วยจำ ที่ปกหลังก็จะมีซองเก็บของเล็กๆ ติดกับปกหลังด้านใน เอาไว้ใส่เอกสารและมีสติกเกอร์ เกี่ยวกับการเดินทางต่างๆ เอาไว้แปะช่วยจำ ช่วยให้สมุดน่าสนใจมากขึ้น
และมาตรฐานของ moleskine ยังมีครบ แถบคั่นหน้า เล่มนี้มีให้สามแถบเลย ยางรัดสมุด เอกลักษณ์ของ moleskine ปกในหน้าแรกเช่นเคยมีที่ให้บันทึกว่าถ้าเก็บได้ให้ไปส่งที่ไหน และรางวัลคืออะไร ...สงสัยว่าถ้าสมุดผมตกคงไม่มีใครเอามาคืน เพราะรางวัลคือ "love hug"

จริงๆ moleskine ยังมีสมุดที่เป็นการบันทึกเฉพาะอีกหลายแบบ เช่นสมุดคุณแม่ สมุดไวน์ สมุดธุรกิจ ให้เลือกใช้ได้ หรือสมุดลายเส้นปกติอีกมาก

เช่นเคยผมไม่ได้ส่วนได้ส่วนเสียใดๆ ไม่แท็ก ไม่รับการแท็ก ผมแค่ชอบใช้ประจำ และอยากเล่าเรื่อง ตามแบบคนชอบอ่านชอบเขียนครับ

บทความที่ได้รับความนิยม