05 กรกฎาคม 2559

ไตอักเสบหลังติดเชื้อ APSGN

หลายๆท่านคงยังจำได้กับบทสนทนาของมานีและวีระ ในตอนการเลือกใช้ยาฆ่าเชื้อในโรคติดเชื้อแบคทีเรียในลำคอ หนึ่งในข้อบ่งชี้การรักษาคือป้องกันการเกิดหน่วยไตอักเสบ เราจะมาดูว่า ไอ้เจ้าหน่วยไตอักเสบแบบนี้คืออะไร

ก่อนอื่นขอปูพื้นฐานง่ายๆ ว่าไตของเราแบ่งออกได้หลายส่วน ส่วนการกรอง ส่วนท่อไต ส่วนเนื้อไตและหลอดเลือด ปัญหาของการติดเชื้อนี้อยู่ที่หน่วยการกรองของไตครับ ปกติแล้วหน่วยการกรองของไตจะมีรูเล็กๆคอยกรองสารต่างๆ ถ้าเป็นสารที่เกินจำเป็นก็จะดูดกลับที่ท่อไต แต่ถ้าไม่ใช่สารจำเป็นก็จะปล่อยทิ้งเป็นปัสสาวะ ที่หน่วยการกรองนั้นจะมีสารที่มีประจุไฟฟ้ามากมาย คอยจัดการกรองสารต่างๆ มีช่องทางเฉพาะสารต่างๆอีกมากมายที่เป็นช่องทางด่วนที่จะเจาะจงกับสารนั้นๆ ด้วยความที่มันมีหน่วยกรองหลายๆแบบปริมาณมากนี่เอง จึงเป็นจุดก่อโรคได้มากมายถ้ามีสารแปลกปลอมมาเกาะแล้วทำให้การทำงานบกพร่องไป

เชื้อ streptococci ที่ทำให้เกิดคออักเสบ จะถูกร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาจับและกำจัดไป บังเอิญว่าบางสายพันธุ์ของ streptococci นี้ถือว่าเป็น nephritogenic strain ( M type 1,2,4,3,25,49,12) คือสามารถกระตุ้นการสร้างภูมิ และภูมินี้สามารถไปจับทำลายเซลผนังเม็ดเลือดที่ไตได้ ประมาณว่ามีลายนิ้วที่เหมือนๆกัน ตำรวจร่างกาย คือภูมิคุ้มกัน เลยยิงแหลกยิงเชื้อด้วย ยิงเซลที่ไตด้วย เมื่อไปทำลายเซลที่หลอดเลือดฝอยของไต คราวนี้เลยกระตุ้นระบบต่างๆไปใหญ่เลยครับ เกิดการทำลายมากขึ้นๆ จนเกิดอาการขึ้นมา

อาการที่พบก็ประมาณสองถึงหกสัปดาห์หลังคออักเสบติดเชื้อ จะเริ่มมีอาการคลาสสิคของหน่วยไตอักเสบ (nephritic syndrome) บวมส่วนมากจะบวมทั่วๆตัว อาจเริ่มที่ส่วนต่ำของร่างกายก่อน บางคนมีอาการปวดหลังเพราะแคปซูลที่หุ้มไตเอาไว้มันก็บวม มีอาการปัสสาวะมีสีแดงก็อาจจะแดงมากแดงน้อยแดงจางต่างๆกัน ที่สมัยก่อนเรามักจะสอนว่าปัสสาวะสีน้ำล้างเนื้อครับ ถ้าเราเอาปัสสาวะไปตรวจก็จะพบเม็ดเลือดแดงบิดๆเบี้ยวๆหลุดออกมา รูปร่างคล้ายเจ้าหนูมิคกี้เม้าส์ที่เรียกว่า glomerular dysmorphic red cells และจะมีความดันโลหิตขึ้นสูง แต่ถ้าอาการมากขึ้นหรือนานไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มมีไตเสื่อม ค่าซีรัม ครีอาตินีนจะเริ่มขยับขึ้นสูง และเริ่มมีโปรตีนรั่วมาในปัสสาวะ

ตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาหลักฐานของการติดชื้อแบคทีเรีย streptococci ก็จะพบผลบวก (ASO titer positive , Anti DNAse positive) มีการใช้สารภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า คอมพลีเม้นต์ จนเกลี้ยง (low CH50, low C3) ส่วนมากยังไม่จำเป็นต้องเจาะตรวจเนื้อไตครับ ถ้าไม่ได้สงสัยโรคอื่นๆ

การรักษาก็ให้ยาฆ่าเชื้อ penicillin การลดความดัน ลดบวม ในรายที่ไตวายเฉียบพลันอาจต้องฟอกเลือดชั่วคราวครับ เมื่อประคับประคองอาการดี ก็มักจะหายได้เองใน 3-6 สัปดาห์ครับ ไม่ต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันแต่อย่างใด การใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมและระยะเวลาถูกต้องตั้งแต่แรกจะช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางไตนี้ได้ครับ

โรคนี้ถือเป็นโรคต้นแบบของการเรียนเรื่อง ไตอักเสบเลยนะครับ น้องๆนักเรียนแพทย์และแพทย์ประจำบ้าน โรคนี้ถือว่า "ต้องรู้ ต้องเข้าใจ"

ยังไม่นับติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ หรือแบคทีเรีย streptococci สายพันธุ์ที่ทำให้เกิดแผลพุพองผิวหนัง ( M type 47,49,55,2,60,57) ก็สามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางไตแบบนี้ได้เช่นกัน

เรื่องราวทางการแพทย์ เด็ดดอกไม้สะเทือน ถึงดวงดาว เลยนะครับ

ที่มา harrison 19th
nephrology board review 2013 สมาคมโรคไต
Khon Kaen Hospital Medical Journal vol. 30 No. 2 May
- August 2006

ไตอักเสบหลังจากการติดเชื้อแบคทีเรียในลำคอ

หลายๆท่านคงยังจำได้กับบทสนทนาของมานีและวีระ ในตอนการเลือกใช้ยาฆ่าเชื้อในโรคติดเชื้อแบคทีเรียในลำคอ หนึ่งในข้อบ่งชี้การรักษาคือป้องกันการเกิดหน่วยไตอักเสบ เราจะมาดูว่า ไอ้เจ้าหน่วยไตอักเสบแบบนี้คืออะไร
  ก่อนอื่นขอปูพื้นฐานง่ายๆ ว่าไตของเราแบ่งออกได้หลายส่วน ส่วนการกรอง ส่วนท่อไต ส่วนเนื้อไตและหลอดเลือด ปัญหาของการติดเชื้อนี้อยู่ที่หน่วยการกรองของไตครับ ปกติแล้วหน่วยการกรองของไตจะมีรูเล็กๆคอยกรองสารต่างๆ ถ้าเป็นสารที่เกินจำเป็นก็จะดูดกลับที่ท่อไต แต่ถ้าไม่ใช่สารจำเป็นก็จะปล่อยทิ้งเป็นปัสสาวะ ที่หน่วยการกรองนั้นจะมีสารที่มีประจุไฟฟ้ามากมาย คอยจัดการกรองสารต่างๆ มีช่องทางเฉพาะสารต่างๆอีกมากมายที่เป็นช่องทางด่วนที่จะเจาะจงกับสารนั้นๆ ด้วยความที่มันมีหน่วยกรองหลายๆแบบปริมาณมากนี่เอง จึงเป็นจุดก่อโรคได้มากมายถ้ามีสารแปลกปลอมมาเกาะแล้วทำให้การทำงานบกพร่องไป

    เชื้อ streptococci ที่ทำให้เกิดคออักเสบ จะถูกร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาจับและกำจัดไป บังเอิญว่าบางสายพันธุ์ของ streptococci นี้ถือว่าเป็น nephritogenic strain ( M type 1,2,4,3,25,49,12) คือสามารถกระตุ้นการสร้างภูมิ และภูมินี้สามารถไปจับทำลายเซลผนังเม็ดเลือดที่ไตได้ ประมาณว่ามีลายนิ้วที่เหมือนๆกัน ตำรวจร่างกาย คือภูมิคุ้มกัน เลยยิงแหลกยิงเชื้อด้วย ยิงเซลที่ไตด้วย  เมื่อไปทำลายเซลที่หลอดเลือดฝอยของไต คราวนี้เลยกระตุ้นระบบต่างๆไปใหญ่เลยครับ เกิดการทำลายมากขึ้นๆ จนเกิดอาการขึ้นมา

   อาการที่พบก็ประมาณสองถึงหกสัปดาห์หลังคออักเสบติดเชื้อ #จะเริ่มมีอาการคลาสสิคของหน่วยไตอักเสบ (nephritic syndrome) บวมส่วนมากจะบวมทั่วๆตัว อาจเริ่มที่ส่วนต่ำของร่างกายก่อน บางคนมีอาการปวดหลังเพราะแคปซูลที่หุ้มไตเอาไว้มันก็บวม มีอาการปัสสาวะมีสีแดงก็อาจจะแดงมากแดงน้อยแดงจางต่างๆกัน ที่สมัยก่อนเรามักจะสอนว่าปัสสาวะสีน้ำล้างเนื้อครับ ถ้าเราเอาปัสสาวะไปตรวจก็จะพบเม็ดเลือดแดงบิดๆเบี้ยวๆหลุดออกมา รูปร่างคล้ายเจ้าหนูมิคกี้เม้าส์ที่เรียกว่า glomerular dysmorphic red cells และจะมีความดันโลหิตขึ้นสูง  แต่ถ้าอาการมากขึ้นหรือนานไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มมีไตเสื่อม ค่าซีรัม ครีอาตินีนจะเริ่มขยับขึ้นสูง  และเริ่มมีโปรตีนรั่วมาในปัสสาวะ

   ตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาหลักฐานของการติดชื้อแบคทีเรีย streptococci ก็จะพบผลบวก (ASO titer positive , Anti DNAse positive) มีการใช้สารภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า คอมพลีเม้นต์ จนเกลี้ยง (low CH50, low C3) ส่วนมากยังไม่จำเป็นต้องเจาะตรวจเนื้อไตครับ ถ้าไม่ได้สงสัยโรคอื่นๆ
   การรักษาก็ให้ยาฆ่าเชื้อ penicillin การลดความดัน ลดบวม ในรายที่ไตวายเฉียบพลันอาจต้องฟอกเลือดชั่วคราวครับ  เมื่อประคับประคองอาการดี ก็มักจะหายได้เองใน 3-6 สัปดาห์ครับ ไม่ต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันแต่อย่างใด การใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมและระยะเวลาถูกต้องตั้งแต่แรกจะช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางไตนี้ได้ครับ

โรคนี้ถือเป็นโรคต้นแบบของการเรียนเรื่อง ไตอักเสบเลยนะครับ น้องๆนักเรียนแพทย์และแพทย์ประจำบ้าน โรคนี้ถือว่า "ต้องรู้ ต้องเข้าใจ"
  ยังไม่นับติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ หรือแบคทีเรีย streptococci สายพันธุ์ที่ทำให้เกิดแผลพุพองผิวหนัง ( M type 47,49,55,2,60,57) ก็สามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางไตแบบนี้ได้เช่นกัน
   เรื่องราวทางการแพทย์ เด็ดดอกไม้สะเทือน ถึงดวงดาว เลยนะครับ

ที่มา harrison 19th
       nephrology board review 2013 สมาคมโรคไต
       Khon Kaen Hospital Medical Journal vol. 30 No. 2 May - August 2006

04 กรกฎาคม 2559

อาการเป็นลม syncope

ไปเข้าห้องน้ำแล้วเป็นลม อาการนี้เป็นสิ่งที่พบบ่อยๆในเวชปฏิบัติ เรามาเข้าใจอาการนี้กันสั้นๆครับ

อาการเป็นลม syncope เป็นอาการหมดสติเฉียบพลันและฟื้นคืนสติขึ้นมาเฉียบพลันเช่นกัน อาการมักจะรุนแรงคือหมดสติ รู้ตัวอีกทีก็ทรุดที่พื้นไปแล้ว บางรายมีแผลกระแทก คิดว่าเหมือนเปิดดูทีวีอยู่แล้วไฟดับพรึ่บ แล้วก็ติดขึ้นมาทันที จะเรียกว่าไฟตกก็ได้ครับ เทียบกับสติคือการรับรู้สึกในสมองก็เช่นกัน เป็นไฟสมองตกก็ได้ สาเหตุก็มักเกิดจากระบบประสาทที่ผิดปกติเฉียบพลัน หัวใจเต้นผิดจังหวะเฉียบพลัน เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ได้เช่น หัวใจไม่บีบตัวเฉียบพลันหรือทางเดินหลอดเลือดอุดตัน

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการไปเข้าห้องน้ำล่ะ..คืออย่างนี้ครับ เวลาที่เราไปเข้าห้องน้ำนั้น ระบบประสาทที่ใช้ควบคุมการขับถ่ายอุจจาระออก หรือขับถ่ายปัสสาวะออกนั้น เราเรียกว่าระบบประสาท พาราซิมพาเธทิก เวลาเราจะไปถ่าย ระบบประสาทนี้จะทำงาน นอกจากมีหน้าที่ขับถ่ายแล้วไอ้เจ้าพาราซิมพาเธติกนี้ มันจะไปทำให้หัวใจเต้นช้า บีบตัวลดลง พอขับถ่ายเสร็จลุกขึ้นทันที ก็เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน วูบได้

อย่างนั้นยังไม่พอ ขณะขับถ่ายที่ระบบพาราซิมพาเธทิก ทำงานมากๆนั้น ระบบประสาทอัตโนมัติที่ทำหน้าที่ตรงกันข้าม คือกลั้นอุจจาระปัสสาวะของกล้ามเนื้อหูรูดจะต้องทำงานน้อยลง เพื่อหย่อนหูรูดจะได้ขับถ่ายได้ เจ้าซิมพาเธทิก (ระบบที่ตรงข้ามพาราซิมพาเธทิก) มันมีหน้าที่อีกอย่างคือบีบหลอดเลือดเพื่อเพิ่มความดัน เมื่อมันทำหน้าที่น้อยลง หลอดเลือดก็ขยาย ความดันก็ตก ปนวกกับหัวใจเต้นช้า บีบตัวช้าข้างต้น ผลลัพธ์รวมๆคือ ความดันโลหิตต่ำมากจนหมดสติ

ทำไมต้องเป็นเวลาถ่ายอุจจาระปัสสาวะด้วยหรือ..จริงๆมีอีกหลายภาวะนะครับ เช่นเจ็บปวดเฉียบพลัน ปวดประจำเดือนรุนแรง แต่ตอนขับถ่ายจะพบบ่อยกว่าเท่านั้น อาการจะเกิดเป็นหลักวินาทีนะครับ 10-15 วินาที เมื่อระบบประสาทกลับมาสมดุลก็หายไป แต่ 10 วินาทีนี้ก็เพียงพอจะนำไปสู่อันตรายอย่างอื่นๆ เช่นหัวฟาด ชัก กระดูกหัก หลายๆรายที่ล้มมา ก็ต้องถามด้วยนะครับ ทำไมถึงล้ม ลื่น หรือ หมดสติก่อนล้มเป็นต้น

เกิดกับทุกคนไหม..จริงๆแล้วนี่คือปฏิกิริยาปกติของร่างกายนะครับ เรียกว่า vasovagal response

(สำหรับน้องๆนักเรียนแพทย์ มันเป็นคนละอย่างกับ vagovagal reflex นะครับ) แต่ใครจะทนได้มากกว่ากัน ถ้าเกิดในคนแข็งแรงดี หนุ่มสาวๆ ก็อาจเกิดขึ้นและจบลงใน หนึ่งถึงสองวินาที ไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้าไปเกิดกับกลุ่มคนบางกลุ่มเช่น ผู้สูงอายุ คนที่ท้องเสียมากๆขาดน้ำมากๆ หรือกลุ่มที่รับประทานยาลดความดันโดยเฉพาะยา prazocin doxazocin silodocin ที่ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูงด้วย และต่อมลูกหมากโตด้วย ก็จะทวีความรุนแรงขึ้น

แอดมินพูดอย่างนี้แสดงว่า ไม่ต้องตกใจ ไม่เป็นไร ใช่ไหม...ก็ไม่ถึงขนาดนั้นนะครับ อย่างไรก็ควรไปพบแพทย์เพื่อซักประวัติและตรวจร่างกายแยกโรคอื่นๆด้วย เพราะอาการหมดสติเป็นลม มันมีสาเหตุได้หลายสิบอย่างครับ คงไม่ต้องทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทุกราย ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองทุกราย หรือส่งไปตรวจการนำไฟฟ้าหัวใจทุกราย แต่อยากจะให้ตระหนักความสำคัญของลำดับเหตุการณ์และประวัติตรงจุดนี้ จะได้วินิจฉัยถูกโรค ไม่สิ้นเปลืองค่าตรวจที่ไม่จำเป็น บางทีเราก็คิดว่าไม่เกี่ยวกัน และบางทีหมอที่ห้องฉุกเฉินก็ยุ่งมากจนอาจไม่มีเวลาถามประวัติส่วนนี้ ทำให้พลาดได้ครับ

สุดท้าย ประวัติและการตรวจร่างกายที่ดี ก็ยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดนะครับ

ที่มา : Medical Physiology : Principles for clinical medicine 4th
Davidson's Principle and Practice of Medicine 18th

02 กรกฎาคม 2559

การใช้ยาปฎิชีวนะอย่างสมเหตุสมผล

การใช้ยาปฎิชีวนะอย่างสมเหตุสมผล ยุคปัจจุบันนี้ทำได้ยากมากโดยเฉพาะกับโรคที่มีความเชื่อผิดๆมานานและประเทศที่เข้าถึงยาฆ่าเชื้อได้ง่ายๆ ผมเพิ่งได้หนังสือ Pearls and Pitfalls in infectious disease จากทางสมาคมโรคติดเชื้อ มีบทความเกี่ยวกับ การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล ของ อ.พรพรรณ กู้มานะชัย จึงเอามาดัดแปลงเป็นบทสนทนาที่อยากให้เกิดจริงๆในสังคมไทย

คุณมานี สาวออฟฟิศไฟแรง กำลังจะทำยอดขายเพื่อขึ้นเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโส เกิดมีอาการไข้สูง เจ็บคอมาก กลืนเจ็บ เธอไม่อยากเสียเวลาไปหาหมอจึงเลือกที่จะไปที่ร้านขายยาเปิดใหม่ข้างๆออฟฟิศ ในร้านมีชายวัยกลางคนท่าทางใจดี นั่งทำบัญชีอยู่ ใส่เสื้อเภสัชกรติดชื่อวีระ

มานี : คุณน้าคะ หนูมาซื้อยาคะ ไข้เจ็บคอมาสองวันแล้ว อยากได้ยา ออกเมนติน (amoxicillin/clavuronic) ที่นี่มีไหมคะ

วีระ : แต่จริงๆส่วนมากจะเกิดจากเชื้อไวรัสนะหนู น้าไม่อยากให้หนูเกิดเชื้อดื้อยาในอนาคต โอกาสติดเชื้อแบคทีเรียแค่ 10% เท่านั้น หนูมีอาการอย่างใดอีกไหม

มานี : ก็ไข้สูงมากค่ะ วัดเองที่บ้านสูงกว่า 38 องศา ไม่ไอเลย ลองส่องคอดูมันมีจุดหนองสีเหลืองนวลๆที่คอและทอนซิล แถมยังมีก้อนเจ็บที่คอด้วยค่ะ (ขอเสริมว่า ต้องเป็นก้อนต่อมน้ำเหลืองที่คอนะครับ ไม่ใช่ที่ใต้คาง)

วีระ : ที่หนูเล่ามาทั้งหมดเรียกว่าเป็นเกณฑ์การวินิจฉัยการติดเชื้อแบคทีเรีย group a streptococcus ที่เกิดในลำคอครบทุกข้อเลยนะ ถ้ามีอาการแบบนี้แหละจึงจะต้องรับยา ถ้าไม่ได้เป็นแบบนี้ส่วนมากก็จะเป็นการติดเชื้อไวรัส กินน้ำมากๆ กินยาลดไข้ พักมากๆสักสามสี่วันก็จะหายเองได้ งั้นเดี๋ยวจะจัดยาให้นะ เอายา penicillin V แล้วกันกินสักสิบวัน

มานี : อ้าว ไม่มีออกเมนตินหรือคะ เขาว่ามันแรง สองวันหายเลย

วีระ : จริงๆแล้วกินยาฆ่าเชื้อนี่ไม่ได้หายเร็วขึ้นเท่าไหร่หรอกหนู แต่ใช้เพื่อควบคุมโรคและป้องกันไม่ให้เกิดโรคลิ้นหัวใจอักเสบต่างหาก และยังลดโอกาสเกิดโรคแทรกเช่นหูอักเสบ ไซนัสอักเสบด้วย

มานี : เพนนิซิลิน วี มันแรงกว่าหรือคะ

วีระ : สำหรับติดเชื้อในลำคอ มันเกินจำเป็นนะแล้วอาจเกิดผลเสียท้องเสียและอาจทำให้เชื้อดื้อยาได้ ยังไม่มีเชื้อตัวนี้ที่ดื้อยา pennicillin นะมันยังเป็นยาที่เหมาะสมที่สุดแต่มันต้องกินวันละสามเวลา แต่ถ้าหนูงานยุ่งอาจใช้ยา amoxicillin ขนาด 500 มิลลิกรัม กินหนึ่งเม็ดหลังอาหารเช้าและเย็นแทนได้ (ขอย้ำว่าหนึ่งเม็ดนะครับ) หนูแพ้ยาไหมเอ่ย

มานี : ไม่แพ้หรอกค่ะ แหมนึกว่าใช้ยาแรงแล้วจะดีซะอีก

วีระ : ใช้ยาให้เหมาะดีกว่าหนู ยาฆ่าเชื้ออื่นๆก็ไม่แนะนำนะ ยกเว้นถ้าหนูแพ้ penicillin ก็จะใช้ยา roxithromycin แทน ตัวอื่นๆจะแพงกว่าและอาจมีผลข้างเคียงได้มากกว่านะ (ไม่ใช้เป็นตัวแรกเพราะมีเชื้อดื้อยา 20%)

มานี : แล้วหนูต้องมียาอื่นอีกไหมคะ ยาอมฆ่าเชื้อ ยาลดบวม เห็นเขาโฆษณากันมาก

วีระ : ไม่มีข้อบ่งใช้และไม่จำเป็นแถมยังเปลืองเงินและเสี่ยงต่อการเกิดผลเสียด้วยนะ โดยเฉพาะพวกยาอมที่ผสมสารฆ่าเชื้อ มันจะไปฆ่าเชื้อดีๆในลำไส้และก่อให้เกิดการดื้อยาอีกด้วย เอ้านี่จ้ะ ห้าสิบบาท
มานี : โห ถูกมากเลย ขอบคุณนะคะ ไม่งั้นก็คงต้องเสียเงินซื้อยาแพงๆแถมไม่เกิดประโยชน์อีก หนูขอตัวนะคะ

ขณะที่มานีเดินออกไป สวนกับชายหนุ่มติดป้ายชื่อวีระ ก็นึกประหลาดหันไปดูที่เค้าน์เตอร์ก็ไม่พบคุณน้าคนนั้นแล้ว แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร

ขณะที่หลังร้านนั้น ชายสูงอายุเดินออกมา ยิ้มมุมปาก ดึงหน้ากากชายชราและถอดเสื้อกาวน์ออก เผยให้เห็นเป็นชายหนุ่มที่หล่อมาก และเห็นเสื้อยืดสีขาวที่หน้าอกมีลายสกรีน “อายุรศาสตร์ ง่ายนิดเดียว” ก้าวขึ้นนิสสันมาร์ชคันเก่า แล้วขับรถจากไป

01 กรกฎาคม 2559

การปฐมพยาบาลผู้ที่ถูกงูกัด

วันนี้วันลูกเสือ เรามาทบทวนความรู้แบบลูกเสือๆ ให้เข้ากับช่วงน้ำท่วมน้ำขังกันหน่อย คือการปฐมพยาบาลผู้ที่ถูกงูกัด จริงๆเรื่องงูกัดนี่เคยเขียนไว้ตั้งแต่เดือนแรกๆที่ทำเพจ เพราะตอนนั้นมีคนไข้ถูกงูกัดแล้วปรากฏว่า เอางูมาด้วยและยังไม่ตายอีกต่างหาก วิ่งกันทั้งอีอาร์ วันนี้เลยมาทบทวน first aid กันเลย

ส่วนอันนี้เป็นลิงค์เรื่องซีรุ่มต้านพิษ
https://www.facebook.com/medicine4layman/posts/1460301207619241

  อย่างแรกขอทำความเข้าใจก่อนว่า งูมันกลัวคนมากกว่าคนกลัวงู โอกาสจะถูกกัดแบบล่าเหยื่อคือฉีดพิษเต็มที่นั้นมีไม่มากครับ เกือบๆ 50% ของการถูกงูกัดเป็น “dry bites” คือไม่ได้ฉีดพิษออกมาโดยเฉพาะกลุ่ม viper คืองูที่มีพิษต่อการแข็งตัวของเลือด ดังนั้นการถูกกัดจึงไม่ได้หมายความว่าจะเกิดพิษและจะต้องใช้ซีรุ่มต้านพิษแต่อย่างใด
  เมื่อถูกกัด ให้ตั้งสติให้ดีและหนีออกมา อย่าพยายามไปค้นหาหรือตีมันให้ตาย ท่านที่เข้าไปช่วยเหลือก็ไม่ต้องไปลุยหานะครับ ไม่งั้นท่านอาจถูกกัดซ้ำได้ หรืองูอาจกัดผู้ช่วยเหลือได้ พาออกมาที่ปลอดภัยก่อน

  ห้ามดูด ห้ามคว้านใดๆทั้งสิ้น นอกจากไม่ช่วยให้พิษออกแล้วยังทำให้เนื้อเยื่อเสียหายมากขึ้น ห้ามเอาน้ำแข็งประคบตรงๆเพราะจะมีการบาดเจ็บจากน้ำแข็ง ถ้าต้องการห้ามเลือดให้ล้างแผลให้สะอาดก่อนแล้วใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นแทน ไม่ควรใช้แอลกอฮอล์ครับ มันจะกัดทำลายเนื้อเยื่อพิษเข้าเร็วขึ้นอีก และอันนี้เป็นประเด็นเลยนะครับ การศึกษาพบว่าการรัดทูนิเกต์ ขันชะเนาะที่เราทำๆกัน ไม่ช่วยให้การเกิดพิษน้อยลง แถมยังทำให้เกิดเนื้อเยื่อขาดเลือดมากขึ้นด้วยอีกต่างหาก ยกเลิกเลยนะครับ

ถ้าสังเกตลักษณะงูได้จะดี ไม่ต้องถึงขั้นลุยไปจับมานะครับ ผมเคยเจอถูกกัดวันนี้ไปจับมาให้พรุ่งนี้ งูตัวเดียวกันหรือไม่ก็ไม่ทราบได้ ลูกเสือควรไปสวนสัตว์ศึกษาเรื่องงูเอาไว้นะครับ
เมื่อถูกกัด ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่หลายๆครั้ง ในปากงูสกปรกมากนะครับต้องล้างมากๆ ส่วนมากแผลจะยังไม่รุนแรงยกเว้นถูกงูตัวใหญ่ๆกัด เช่นงูเหลือมในชักโครก สามารถล้างได้เอง เมื่อล้างเสร็จให้ปิดแผลชั่วคราวด้วยผ้าสะอาด รัดให้พอตึงๆเพื่อห้ามเลือด แล้วรีบพาส่งโรงพยาบาลทันที ห้ามโชว์อะไรเหนือมนุษย์ ทำไอ้นั่นไอ้โน่นมาแปะมาปิด

เอาสิ่งของที่จะขวางการไหลเวียนเลือดออกไป เช่น แหวน กำไล กางเกงรัดๆ เพราะเวลาบวมแล้วจะขาดเลือด เอาออกก่อนจะบวม เวลาขนย้ายผู้ป่วยให้ตรึงยึดส่วนที่ถูกกัดไว้นิ่งๆ เป็นวิธีที่จะช่วยให้พิษกระจายได้ช้าครับ เหมือนๆกับตรึงยึดจากกระดูกหักเลย ควรพาไปรพ.ให้เร็วที่สุดครับ

เมื่อไปถึงรพ. คุณหมอจะทำแผล ฉีดยาบาดทะยัก ทำการเจาะเลือด ทดสอบระบบประสาท และเฝ้าสังเกตอาการครับ การติดตามอาการจะเป็นการแยกพิษที่ดีที่สุด ถ้ามีพิษจริงการรักษาแบบประคับประคองก็จะทำให้ผู้ป่วยรอดได้ครับ สำหรับการให้ซีรุ่ม ถ้ารู้ตัวงูตรงๆจะดีที่สุด ถ้าไม่ทราบชนิดเรามีซีรุ่มรวมสำหรับพิษต่อระบบเลือด ที่อาจจะช่วยได้

การใช้ซีรุ่ม ไม่ว่าจะตรงชนิดงูหรือไม่ตรงก็ตาม จะให้เมื่อจำเป็นจริงๆ เพราะมันอาจเกิดพิษได้โดยเฉพาะการเกิดปฏิกิริยาแพ้แบบรุนแรงที่เสียชีวิตได้ในหลักนาที ที่เร็วกว่าพิษงูซะอีก ต้องติดตามอาการถี่กว่าสังเกตอาการพิษงูด้วย ส่วนตัวผมให้ซีรุ่มมา 20 กว่าราย เกิดพิษจากซีรุ่ม 5 คน รุนแรงมากด้วย ดังนั้นขนาดทราบชนิดงูชัดๆ เกิดพิษเต็มๆ ให้ซีรุ่มเข้าไปยังมีโทษมากมาย ถ้าไม่ทราบชนิดงูชัดๆหรือพิษไม่รุนแรง อย่าฉีดเลยครับไม่คุ้มค่า หลายๆราย ดิ้นรนไปหลายรพ.เพียงเพื่อต้องการซีรุ่ม ผมบอกว่าอาจไม่จำเป็นนะครับ การปฐมพยาบาลและการดูแลที่ดีก็ช่วยชีวิตคนไข้ได้เกือบ 100%

ตบท้ายด้วยคำขวัญลูกเสือที่ผมชอบมากเลยครับ “be prepared”

ข้อมูลจาก mayoclinic website
Cecil medicine
http://www.mediafire.com/?84g0gx7u4i5h1kc
เว็บลิงค์การดูแลผู้ป่วยถูกงูกัดจากราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

บทความที่ได้รับความนิยม