12 ตุลาคม 2564

Prednisolone ก็เพิ่มโอกาสการเกิด DVT

 โรคหลายโรคก็เพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือดดำอุดตัน และยารักษาโรคเหล่านั้นก็อาจเกิดลิ่มเลือดดำอุดตันเช่นกัน

หญิงอายุ 47 ปีรายหนึ่งมีโรคที่ต้องใช้ยา prednisolone ในขนาดสูงรักษา ขณะที่รักษาและโรคเดิมดีขึ้น ขณะลดขนาดยา prednisolone ผู้ป่วยมีอาการขาขวา บวมตึง ไม่ยุบลง 5 วัน วันนี้ปวดตึงมาก ตรวจคลำชีพจรที่ขายังเท่ากัน บวมแต่ไม่แดงร้อน สีผิวขาขวาคล้ำลง

ส่งตรวจอัลตร้าซาวนด์หลอดเลือดดังภาพ พบว่าไม่สามารถกดหลอดเลือดดำที่ขาขวาให้ยุบลงได้ ทั้ง ๆ ที่ปกติควรกดได้ และค่า d-dimer ที่บ่งบอกว่ามีลิ่มเลือดมากกว่าปกติ ค่านี้ขึ้นสูง

วินิจฉัยลิ่มเลือดดำอุดตันที่น่องขวา (DVT at right popliteal vein)​ ตรวจสอบแล้วไม่มีเหตุอื่น โรคที่ต้องใช้ยา prednisolone ก็ไม่ใช่โรคที่จะเพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือดดำอุดตัน (เช่น โรค SLE)​

Prednisolone ก็เพิ่มโอกาสการเกิด DVT นะครับ จากการเก็บข้อมูลแบบ case-control ขนาดใหญ่กว่า 5 ล้านคนในเดนมาร์ก พบว่า การใช้ prednisolone เพิ่มโอกาสการเกิด DVT มากกว่าปกติ โดยเพิ่มสูงประมาณเกืิอบสามเท่าในขณะที่กำลังใช้ยา และค่อย ๆ ลดลงเมื่อลดขนาดยา และหยุดใช้ยาไปสักพัก

และใช้ยาในขนาดสูงก็เพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือดมากกว่าขนาดต่ำ (เริ่มต้นที่สองเม็ดต่อวัน)​

ดังนั้นหากเกิดลิ่มเลือดดำอุดตัน หนึ่งในเหตุที่ต้องคิดถึงเสมอคือ ยาที่ใช้ โดยเฉพาะยาฮอร์โมนเพศ ยาคุม ยาสเตียรอยด์ ยารักษาโรคเลือดต่าง ๆ แม้ยานั้นจะใช้รักษาโรคที่จะทำให้เกิดลิ่มเลือดก็ตาม

อ่านฟรี
https://jamanetwork.com/…/jamainternalm…/fullarticle/1673744

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความพูดว่า "กดแล้ว หลอดเลือดดำยุบ ได้ (ปกติ) PV PA PA 3° กดแล้ว หลอดเลือด ไม่ยุบ LT COMP"

11 ตุลาคม 2564

การรักษาทางคลินิกด้วยออกซิเจนอัตราการไหลสูง

 แกะซองแนะนำหนังสือ “การรักษาทางคลินิกด้วยออกซิเจนอัตราการไหลสูง” โดย อ.นัฐพล ฤทธิ์ทยมัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

น่าจะเป็นเล่มแรกเล่มเดียวของไทย ที่เขียนเจาะลึกเรื่องการรักษาด้วยเครื่อง high flow oxygen หลักจากที่เริ่มนิยมใช้ในบ้านเรามาสัก 5-6 ปีและมาถึงความนิยมสุดขีดในยุคโควิดครองเมือง เพราะเราต้องการลดหัตถการการใส่ท่อช่วยหายใจ เครื่องไฮโฟลว์จึงเป็นคำตอบ และมีการใช้ทั่วไปในทุกที่ของประเทศไทย
หนังสือแบ่งออกเป็นบทย่อย 12 บท อาจารย์เขียนในลักษณะอธิบายจากไม่รู้อะไรเลย เริ่มต้นด้วยสรีรวิทยาการหายใจพื้นฐาน เพื่อให้เข้าใจหลักการว่าเครื่องไปทำอะไร ต่อมาที่พยาธิสภาพหลักที่เรานิยมใช้เครื่อง คือ ภาวะหายใจล้มเหลวแบบขาดออกซิเจน (hypoxemic respiratory failure) ว่าเกิดอะไรและเครื่องจะไปทำงานอย่างไร
เมื่อเราเข้าใจพื้นฐานการช่วยเหลือของเครื่อง ก็จะมาถึง เครื่องมือที่มีในปัจจุบัน ออกซิเจนอัตราการไหลต่ำที่เราใช้อยู่ ทำงานอย่างไร และยังมีจุดบอดอะไรที่ต้องใช้ไฮโฟลว์
ต่อมาก็จะอธิบายเครื่องและวิธีปรับค่าต่าง ๆ ของเครื่องโดยละเอียด ใครที่ต้องจัดการเครื่องนี้ ถือว่า “ต้องมีเล่มนี้”ครับ
หลังจากนั้น อาจารย์ก็ได้แบ่งบทเป็นการใช้เครื่องในภาวะต่าง ๆ เช่น หลังถอดท่อช่วยหายใจ ภาวะหายใจล้มเหลว ใช้หลังผ่าตัด ใช้ขณะทำหัตถการ หรือผู้ป่วยที่เจาะคอจะใช้อย่างไร
ในแต่ละบทแต่ละตอน จะมีการรวบรวมการศึกษาที่มีอยู่ในปัจจุบันว่า หลักฐานการใช้มีแค่ไหน เป็นอย่างไร เมื่อเราเข้าใจอาจารย์ก็สรุปคำแนะนำในการใช้ว่า ตกลงในผู้ป่วยแบบนี้ ควรใช้หรือไม่ เมื่อไร
ตามมาด้วยคำแนะนำการปรับเครื่องในภาวะต่าง ๆ โดยละเอียด การเฝ้าระวัง การติดตามผลการรักษาด้วยเครื่องไฮโฟลว์ว่าตกลงใช้ได้ผลไหม ต้องปรับหรือแก้ตรงไหนหากเกิดปัญหา และมีอ้างอิงละเอียดเยอะมาก
สุดท้ายจบด้วยอีกหนึ่งภาวะที่ท้าทายคือ hypercapnic respiratory failure ที่ปกติเราใส่ท่อและใช้เครื่องช่วยหายใจ ตอนนี้เรามีข้อมูลอย่างไรในการใช้ไฮโฟลว์ อาจารย์สรุปมาให้เรียบร้อยครับ
หนังสือขนาดใหญ่กว่าเอห้าเล็กน้อยความหนา 160 หน้าพิมพ์ด้วยกระดาษถนอมสายตา แต่รูปด้านในก็ชัดดี ไม่ต้องใช้กระดาษปอนด์ให้เปลืองเงิน รูปสี กราฟ ตาราง ชัดเจน มีเน้นสีให้ช่วยจำตามสมัยนิยมของตำรา ตัวอักษรใหญ่อ่านง่ายสันเย็บกาวแต่ก็เปิดได้กว้างดี ปกสวยครับ
ผู้แต่งทั้งเล่มก็ อ.นัฐพล บรรณาธิการก็ อ.นัฐพล ผู้จัดการเรื่องการขายการส่งก็ อ.นัฐพล และจัดพิมพ์โดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลครับ ราคาปกเล่มละ 380 บาท
สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://docs.google.com/.../1FAIpQLSeglglda.../viewform
อาจารย์ตอบเมลเองด้วยนะ
เหมาะกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่อง High Flow Oxygen ในทุกระดับและเหมาะกับการประจำการในไอซียูทุกแห่งครับ
ปล. ไม่มีส่วนได้เสียใด ๆ กับอาจารย์ผู้แต่งและผู้จัดจำหน่ายนะครับ แต่ของดีก็แนะนำกันครับ
33
1 ความคิดเห็น
แชร์ 24 ครั้ง
ถูกใจ
แสดงความคิดเห็น
แชร์

10 ตุลาคม 2564

3 ฟิคชั่น 5 นันฟิคชั่น

 ความเสียหายวันนี้จ้า

3 ฟิคชั่น 5 นันฟิคชั่น ...

"เดอะวิชเชอร์ สายเลือดแห่งเอลฟ์" ... อยากลองอ่านซีรี่ส์นี้ เลยถอยเล่มนี้ เขาว่าเล่มแรก ตรงกับเกม the witcher 3 ที่เล่นไปแล้วด้วย ใน goodread บอกว่ากลายเป็นนิยายแห่งชาติโปแลนด์ไปแล้ว

"Big Fat Notebook , American History"... อ่านซีรี่ส์นี้มาสองเล่ม ภายในเหมือนสมุดบันทึก ใช้ฟ้อนต์เหมือนลายมือ สรุปเนื้อหาประวัติศาสตร์อเมริกาแบบสั้น ๆ เคยอ่าน mathemetics และ computer science มาแล้ว อธิบายง่ายดี ก็จัดมา

"The Art of Statistics" ... ผมสนใจเรื่องการประยุกต์ใช้สถิติอยู่แล้ว (ประยุกต์นะ อย่าอ่านผิดนะจ๊ะ) อ่านมาหลายเล่ม สองเล่มนี้น่าสนใจ มีรีวิวว่า "แฉ" กลเม็ดการใช้สถิติในแวดวงต่าง ๆ ก็ต้องจัดมาอ่านครับ

"Storytelling of Data".... เล่มนี้อ่านรีวิวบอกว่าเป็นการนำสถิติไปใช้ ต่างจากเล่มแรกที่ไปทางแฉ เล่มนี้น่าจะสนุกกับการใช้สื่อเพื่อนำเสนอข้อมูล

"A history of reading"... โลกในมือนักอ่าน ซีรี่ส์นี้ของบุ๊กสเคป ทำมาได้ดีทุกเล่ม อะไรที่เกี่ยวกับห้องสมุด นักอ่าน ผมจัดมาหมด ก็เรานักอ่านนี่นะ เห็นแบบนี้ใครจะอดใจได้

"Viking Mythology".... อันนี้สั่งมาเพราะยังคาใจกับปริศนาในเกม God of War ที่เป็นเรื่องราวเทพนอรส์ ก่อนหน้านี้รู้จักแต่ธอร์ พอเล่นเกมแล้วรู้สึกน่าสนใจ อยากค้นเพิ่ม ก็เลยจัดมา

"แปดขุนเขา"... อันนี้โดนพี่โจ้พี่เน็ตแห่งรี้ดเดอรี่ ป้ายยามาครับ บอกว่าอ่านแล้วเหมือนย้อนเวลาไปในวัยเด็ก ให้เราได้เข้าใจมุมมอง เมื่อเราโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่

"จอมโจรขโมยหนังสือ"... เล่มนี้เคยซื้อแบบอังกฤษมาอ่านแล้ว คาไว้ครึ่งเล่ม ตอนนี้มีแปลไทยปกสวย ก็ขออ่านให้จบและจะอ่านต้นฉบับพร้อมกันไปด้วย เรื่องราวเกี่ยวพันสงครามโลกครั้งที่สอง ของชอบเสียด้วย

อาจเป็นรูปภาพของ หนังสือ

09 ตุลาคม 2564

น้ำมันปาล์ม น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว

 การเรียนการสอนข้างเขียง

ใช่แล้วคือข้างเขียงจริง ๆ จะว่าข้างเขียงก็ไม่เชิง เป็นข้างขั้นวางของในร้านจะดีกว่า เมื่อวานไปซื้อของ และเดินผ่านชั้นวางน้ำมันปรุงอาหาร เลยถ่ายรูปฉลากโภชนาการแล้วหยิบมาเล่าให้ฟัง มีคำแนะนำว่า "อย่ากินของทอดของผัดที่ใช้น้ำมันมาก ลดปริมาณอาหารน้ำมันต่อวันลง กินไขมันอิ่มตัวลดลงในคนเป็นโรค" เรามาคิดแบบคนจ่ายกับข้าวกัน

ตัวอย่างน้ำมันสี่ชนิด ที่คิดว่าใช้กันมากข้างเขียงบ้านเรา คือ น้ำมันปาล์ม น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว

🔴 เรามาดูประเด็นแรกคือ พลังงานต่อหน่วยบริโภค น้ำมันทั้งสี่ชนิดนี้มีพลังงานพอกันคือ 130-140 กิโลแคลอรี่ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค 15 ซีซี (หนึ่งช้อนโต๊ะ) และพลังงานนั้นเกิน 92% มาจากไขมัน ก็แน่ล่ะ แทบไม่มีอย่างอื่นเจือปน

ถ้าเราเทียบพลังงานต่อหน่วยปริมาตรหรือน้ำหนักก็แล้วแต่ จะเห็นว่าไขมันให้พลังงานสูงมาก การควบคุมพลังงานเข้าร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก การควบคุมน้ำตาล จึงต้องมีหัวข้อลดอาหารมัน ลดการใช้น้ำมัน ไม่ว่าคุณจะเลือกชนิดไขมันแบบไหน ถ้าบริโภคปริมาณมาก พลังงานมากสุดท้ายก็ได้ผลเสียจากไขมันไม่ต่างกัน

🔴 คราวนี้เรามาดูชนิดของไขมันกัน ความเป็นจริงทางโภชนาการคือ ไขมัน น้ำมัน ตามธรรมชาติที่เราใช้กันทุกชนิด ไม่มีอันไหนที่มีไขมันแบบเดียวเดี่ยว ๆ อันนี้อิ่มตัว 100% อันนี้ PUFAs 100% มันไม่มีหรอกครับ จะมีคือสัดส่วนที่ต่างกันเท่านั้น อันนี้เป็นกลไกทางเคมี

🔴มาดูไขมันอิ่มตัวที่มีหลักฐานว่าสัมพันธ์กับการเกิดโรคชัดเจน และเราควรลดลง (ไม่ควรเกิน 10% ของพลังงานที่ควรได้ในแต่ละวัน) เปลี่ยนเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเพิ่มขึ้น เทียบต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

 น้ำมันปาล์ม มี 6 กรัมจาก 14 กรัม ส่วนน้ำมันหมูมี 5 กรัมจาก 13 กรัม เรียกว่าประมาณครึ่งหนึ่ง คิดเป็นพลังงานต่อวันก็ 15-20% เรียกว่าสูงทีเดียว ถ้าใครต้องการควบคุมไขมันอาจจะต้องเลี่ยง

 แต่ถ้าไปดูน้ำมันมะพร้าว มีไขมันอิ่มตัว 13 จาก 14 กรัมครับ พลังงานของน้ำมันมะพร้าวมีสัดส่วนจากไขมันอิ่มตัวสูงมากทีเดียว

 ส่วนน้ำมันถั่วเหลือง จะมี 3 กรัมจาก 14 กรัม คิดเป็นพลังงานต่อวันก็ 15% สูงเช่นกัน

ไขมันอิ่มตัวสูงหมด ดังนั้นการลดปริมาณต้องลดหมด ส่วนน้ำมันมะพร้าวจะสูงมาก ต้องระวังในคนที่ต้องการลดไขมันอิ่มตัวนะครับ

🔴 ต่อมามาดูไขมันไม่อิ่มตัว ในฉลากโภชนาการจะแบ่งเป็น MUFAs, PUFAs ตามหลักวิชาการ PUFAs ดูดีกว่านิดนึง และที่เห็นฉลากโภชนาการเป็น 0% คือปริมาณน้อยมากไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ให้เป็น 0%ได้

 น้ำมันปาล์ม เมื่อกี้มีไขมันอิ่มตัวครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึงเป็น MUFAs 6 กรัมและ PUFAs 1.5 กรัม น้ำมาลันปาล์มมีไขมันครบชนิดเลยครับ ไม่ขาดแน่

 น้ำมันหมู ไขมันอิ่มตัวเอาไป 5/13 ที่เหลือก็มีไขมันไม่อิ่มตัว 6 กรัม (ฉลากที่ผมไปดูมาไม่แยกชนิด) ก็พอกันกับน้ำมันปาล์ม มีไขมันครบถ้วน แต่จะมีส่วนอื่นเพิ่มมาคือ โคเลสเตอรอล เดี๋ยวดูหัวข้อถัดไป

 น้ำมันถั่วเหลือง มีMUFAs 3.5 กรัมและ PUFAs 8 กรัม จาก 14 กรัม สำหรับน้ำมันถั่วเหลือง น่าจะเป็นน้ำมันที่ดีถ้าใครคิดจะควบคุมไขมันตามแนวทางคือ ลดปริมาณไขมันอิ่มตัว ชดเชยด้วยไขมันไม่อิ่มตัว **อย่ากินมากไปก็แล้วกัน**

 น้ำมันมะพร้าว มีไขมัน MUFAs 0.5 กรัมจาก 14 กรัม ก็มีไขมันไม่อิ่มตัวนะ แต่เป็นสัดส่วนน้อยกว่า น้ำมันมะพร้าวจึงไม่น่าจะเป็นทาวเลือกสำหรับคนที่ต้องการลดอาหารไขมันเพื่อลดโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่มันมีกรดไขมันพิเศษ ลอริก แคปริก แคปรีลิก เดี๋ยวมาดูถัดไป

🔴 น้ำมันหมู มีสัดส่วนโคเลสเตอรอล 25 มิลลิกรัมจาก 13 กรัม ทำไมมีโคเลสเตอรอล เพราะคือไขมันจากสัตว์ครับ ไขมันจากพืชจะมีไฟโตสเตอรอลแทน แต่ไฟโตสเตอรอลไม่ได้ก่อโรคนะ แถมยังช่วยบด ๆ บัง ๆ ไม่ให้โคเลสเตอรอลดูดซึมเข้าร่างกายอีกด้วย ดังนั้น น้ำมันหมูอาจต้องพิจารณาปรับลดในผู้ป่วยที่มีโรคจากโคเลสเตอรอล

🔴 น้ำมันมะพร้าวมีกรดไขมันลอริก กรดแคปริก กรดแคปรีลิก กรดไขมันทั้งสามตัวนี้เราใช้สำหรับอาหารทางการแพทย์ครับเป็นกรดไขมันอิ่มตัวที่จำเป็นต่อร่างกาย ในน้ำมันมะพร้าวธรรมชาติจะมีสัดส่วนพอ ๆ กัน ก็เรียกว่ามีกรดไขมันจำเป็นที่ค่อนข้างครบ แต่ว่า ที่เหมือนกันคือชื่อเท่านั้น สัดส่วนมันผิดกันเยอะ

ในอาหารทางการแพทย์ มีกรดแคปริกและแคปรีลิก เกือบ 80% ของกรดไขมันอิ่มตัว แต่ในน้ำมันมะพร้าวธรรมชาติมีเพียง 12-14% น้ำมันมะพร้าวธรรมชาติจะมีกรดลอริกเยอะ ซึ่งเวลาเราทำอาหารทางการแพทย์เราใช้กรดลอริก เปลี่ยนไปเป็นกรดแคปปริกและแคปรีลิกนั่นเอง ดังนั้นแม้น้ำมันมะพร้าวธรรมชาตจะมีไขมันอิ่มตัวจำเป็นสำหรับร่างกาย แต่สัดส่วนไม่ได้ตรงกับอาหารทางการแพทย์เท่าไรนัก การจะใช้น้ำมันมะพร้าวต้องคิดถึงสัดส่วนไขมันอิ่มตัวที่สูงมากกว่า ชนิดกรดไขมันจำเป็นครับ (น้ำมันอื่น ๆ ก็มีกรดไขมันอิ่มตัวจำเป็นเหมือนกันนะ)

กรดไขมันอิ่มตัวจำเป็น หมายถึงร่างกายสร้างเองสังเคราะห์เองไม่ได้...แสดงว่าเราก็ต้องการไขมันอิ่มตัวนะครับ เพียงแต่อย่ามากเกิน

สรุปว่า "อย่ากินของทอดของผัดที่ใช้น้ำมันมาก ลดปริมาณอาหารน้ำมันต่อวันลง กินไขมันอิ่มตัวลดลงในคนเป็นโรค" ง่าย ๆ แบบที่เราจำได้นั่นแหละ

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และ ข้อความพูดว่า "SPORTS EA FIFA22 FIFK FIFA MBAPPÉ 7 Ultimate Edition Kylian Mbappé"

08 ตุลาคม 2564

ยาเม็ดรวม กับ ความเข้าใจคนไข้

 เรื่องเล่าจากห้องตรวจ : ยาเม็ดรวม กับ ความเข้าใจคนไข้

ยาเม็ดรวมคืออะไร คือ การนำยาตั้งแต่สองชนิด มารวมกันเป็นเม็ดเดียวกันโดยไม่เสียสมบัติทางยา สัดส่วนของยาแต่ละตัวคงที่ อาจจะมีสองชนิดสามชนิดหรือสี่ชนิดก็ได้

ตัวอย่างเช่นยาเม็ดรวม TDF/ETC/EFV สามชนิดรวมกันสำหรับรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ HIV

ยาเม็ดรวม INH/RIF/ETB/PZA ในการรักษาวัณโรค

หรือยาเม็ดรวมเบาหวานสองชนิด ยาเม็ดรวมความดันสามชนิด

ปัจจุบันยาเม็ดรวมมีวางจำหน่ายเป็นตัวเลือกให้ใช้มากขึ้น

การศึกษาของยาเม็ดรวมส่วนมาก จะออกแบบมาว่า ประสิทธิภาพของยาเม็ดรวม “ไม่ด้อยไปกว่ายาเม็ดแยก” หรือ “ไม่ด้อยไปกว่าการรักษามาตรฐาน” คำว่าไม่ด้อยกว่าคือ อาจจะด้อยกว่านิดนึงในขอบเขตที่ยอมรับได้ แลกมากับอะไร

แลกมากับข้อดี ความสะดวกในการกินยา ไม่ต้องกินหลายเม็ด ลดการลืม เพิ่มความต่อเนื่องในการรักษา ยาหลายชนิดเมื่อนำมารวมแล้วราคาถูกว่ากินแบบแยก แลกมากับข้อเสียคือ ปรับขนาดรักษายากเพราะสัดส่วนยาที่คงที่ในเม็ดนั้น และเวลาเกิดผลแทรกซ้อนจะปรับยายากเช่นกัน

ผมนิยมใช้ในกรณีผู้ป่วยต้องใช้ยาหลายเม็ด โดยเฉพาะโรคเรื้อรังและผู้ป่วยที่สูงวัย ลดโอกาสการลืมกินยา

🚩🚩แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้ป่วยคิดและผมเจอมากับตัวเองคือ ผู้ป่วยบางส่วนคิดว่า ความรุนแรงของโรค แปรผันตาม จำนวนเม็ดยา เมื่อเขากินยาแค่เม็ดเดียว แสดงว่า โรคไม่รุนแรง !!🚩🚩

ผู้ป่วยรายหนึ่งใช้ยาความดันสามชนิดเม็ดรวม จำนวนหนึ่งเม็ดต่อวัน แต่เขาคิดว่าโรคคุมได้ดี เพราะเดิมเคยกินสามเม็ด จึงย่อหย่อนการปฏิบัติตัวลง

เป็นข้อเตือนใจนะครับ ไม่ว่ากับหมอ เภสัช คนไข้ ผู้ดูแล ต้องแจ้งความจริงจุดนี้เสมอ ว่าจริง ๆ แล้วเขากินยาหลายชนิด เพียงแต่รวมเป็นเม็ดเดียวให้สะดวก หลายคนพอคิดว่าตัวเองดีขึ้นเพราะเม็ดยาลดลง เมื่อผมย้ำเตือนก็ได้แต่หัวเราะแหะ ๆ และเริ่มทบทวนการรักษาใหม่อีกรอบ

จะเป็น 2 in 1 หรือ 3 in 1 หรือ 4 in 1 ดีแค่ไหนก็ต้องมีสติในการใช้ จะมียกเว้น 3 in 1 คือ ซาล่าห์-มาเน่-ฟีร์มีโน่ เท่านั้นแหละ ที่เชื่อใจได้ทะลวงทุกทีม

อาจเป็นรูปภาพของ 3 คน และ ข้อความ

บทความที่ได้รับความนิยม