25 พฤษภาคม 2563

ทำไมเลิกบุหรี่แล้วไอมากขึ้น เสมหะมากขึ้น

ทำไมเลิกบุหรี่แล้วไอมากขึ้น เสมหะมากขึ้น
ร่างกายมนุษย์มีระบบลำเลียงเพื่อกำจัดของเสียและสารคัดหลั่งส่วนเกินในปอด ออกมาเป็นเสมหะ โดยระบบลำเลียงนี้ใช้เส้นขนเล็ก ๆ ของเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจ พัดโบกส่งต่อสารคัดหลั่ง เยื่อเมือก สิ่งสกปรกต่าง ๆ จากส่วนลึกสุดออกมาที่หลอดลมและคอหอย
เมื่อออกมาที่คอหอย ส่วนหนึ่งจะกลืนลงท้อง กรดในกระเพาะจะทำลายเสมหะตรงนี้ อีกส่วนหนึ่งจะออกมาที่คอและระคายเคืองจนไอออกมา (กลไกทำให้ระคายเคืองคือกลไกปรกติ) นี่คือการป้องกันตัวและกำจัดของเสียปรกติ
เมื่อเราสูบบุหรี่ ควันบุหรี่และสารพิษต่าง ๆ จะไปทำให้ระบบการขนส่งเสมหะนี้ผิดปกติ ทำให้ไม่ส่งเสมหะออกมา (มีเสมหะ แต่ออกมาลำบาก) แล้วเมื่อเราเลิกบุหรี่ ระบบขนส่งเสมหะจะกลับมาทำงานอีก ในหนึ่งถึงสองวัน หลังหยุดบุหรี่ (ถ้าไม่มีโรคอื่นร่วม)
จึงเป็นคำตอบว่าทำไมเลิกบุหรี่แล้วไอและมีเสมหะเพิ่ม ต้องชี้แจงคนที่ตั้งใจเลิกตั้งแต่ก่อนเลิกว่าจะเกิดแบบนี้ เขาจะไม่ตกใจ อาการนี้มักจะอยู่หนึ่งถึงสองสัปดาห์ ร่างกายจึงปรับตัวได้และกลับคืนสู่ภาวะปรกติ ถ้าไม่ชี้แจงก่อน คนเลิกบุหรี่จะตกใจ บางทีหันกลับไปสูบใหม่เลย
การดูแลให้ดื่มน้ำอุ่นบ่อย ๆ หรือจะใช้ยาละลายเสมหะช่วยก็ได้ครับ อย่าลืมย้ำว่าไม่ใช่อันตรายและสนับสนุนให้เลิกบุหรี่ต่อไป

24 พฤษภาคม 2563

เรียนออนไลน์ สบายแต่ก็ไม่ง่ายนะ

เรียนออนไลน์ สบายแต่ก็ไม่ง่ายนะ
ชีวิตผมก็เคยผ่านการเรียนเต็มรูป การเรียนผ่านวิดีโอ การเรียนทางไกล การเรียนด้วยตนเอง การเรียนออนไลน์ การสัมมนาทางออนไลน์ มาพอสมควร มีโอกาสใช้สื่อสังคมออนไลน์มาบ้าง ขอบอกว่ามันสะดวกดี ลดต้นทุนหลายอย่าง ทั้งเวลา ระยะทาง ความเหนื่อยล้า และเงิน แต่เราก็ต้องปรับตัวเหมือนกัน
เรื่องเวลา ก่อนหน้านี้เวลาที่จัดเรียน เป็นเวลาที่ "ตกลง" เอาไว้ล่วงหน้า ผู้เรียนและผู้สอนต้องจัดหาเวลามาพร้อมหน้ากัน แต่เรื่องการเรียนออนไลน์ มันเป็นเวลาที่ผู้สอนจัดขึ้น ผู้เรียนอาจไม่ว่างที่เวลานั้น ดังนั้นผู้เรียนต้องจัดสรรเวลาเอาเอง ห้ามคิดว่าเดี๋ยวถึงเวลาถ้าว่างก็เข้าไปดู คุณต้องมาเตรียมตัวก่อนหน้านั้นไม่น้อยกว่า 15 นาที เพื่อจัดระบบ หรือขออนุญาตเข้ากลุ่ม หรือเผื่อระบบติดขัดด้วย
เวลาเรียนคอร์สจากต่างประเทศ อย่าลืมเทียบเวลาไทยด้วยนะครับ จัดสรรให้ดี เวลาผมดูไลฟ์สดจากอเมริกาถือว่าเหนื่อยมาก เพราะเวลาแทบตรงข้าม ตั้งปลุกให้ดีนะครับ ขนาดประชุมออนไลน์จากกรีซ ยังเกือบหลุดเวลาเลย
tips... ควรล็อกเวลาไว้ อย่าเรียนไปทำงานไป จับปลาสองมือ จะไม่ได้อะไรสักอย่าง
เรื่องสถานที่ หากเป็นประชุมสัมมนา ต้องจัดสถานที่ให้เป็นส่วนตัว เคยพบผู้เข้าประชุมเลี้ยงแมว มีแมวเดินผ่านไปมา มันเป็นภาพที่ไม่ค่อยดี และอาจเปิดเผยความเป็นส่วนตัวหลาย ๆ อย่างครับ อีกอย่างเก้าอี้และโต๊ะขอให้เป็นแบบสบาย ๆ ไม่เมื่อยครับ
อุปกรณ์ อันนี้สำคัญ ต้นทุนที่คุณประหยัดไป ต้องมาเพิ่มประสิทธิภาพจุดนี้ จานดาวเทียมและอุปกรณ์รับสัญญาณ หรือสายเคเบิ้ล ต้องดีครับ จะมาล่มตอนฝนตกไม่ได้ อินเตอร์เน็ตต้องความเร็วสูงครับ โดยเฉพาะการรับสัญญาณภาพหรือการประชุมออนไลน์ สำคัญมาก ใครบอกไม่ต้องอัพเกรด ไม่จริงหรอกครับ คอมพิวเตอร์ต้องมีประสิทธิภาพสูงพอ กล้องหน้าต้องชัดเจน ลำโพงหูฟังต้องชัด คุณรู้ไหมว่าอีกฝ่ายที่เขาฟังเสียงอู้อี้ มันแทบไม่รู้เรื่องเลย จริง ๆ ผมชอบใช้ tablet นะ มันเหมาะกับการเรียนการประชุมออนไลน์มาก ทัชหน้าจอ มีแบตเผื่อไฟดับ มีกล้อง มีลำโพง ลงแอปได้
tips... เครื่องสำรองไฟ สำคัญมาก จะเป็น UPS หรือ powerbank ก็ตามที
การโต้ตอบสองทาง เป็นศิลปะและมารยาทของผู้สอนและผู้เรียน อย่าลืมว่ามันไม่ใช่ "real time" มันมีระยะเวลาหน่วงพอสมควร ผู้สอนต้องเปิดเวลาให้โต้ตอบเป็นระยะ ผู้เรียนควรส่งข้อความเข้าไปก่อนเปิดไมค์ และพูดเมื่อได้รับอนุญาต อย่าลืมว่าเราใช้ช่องเสียงร่วมกัน และหากไม่มีการโต้ตอบสองทาง ก็ไม่ต่างจากดูวิดีโอคนเดียว ส่งดีวีดีมาให้ดูก็ได้ สะดวกกว่าอีก
การเตรียมตัวก่อนเรียน ก่อนประชุม เอกสาร ตำรับตำรา สมุดจด ทำเหมือนเรียนจริง อย่าลืมว่าเราได้กำไรจากการประหยัดต้นทุน เราเอากำไรนี้มาเตรียมตัวเพิ่มครับ อ่านก่อน ลิสต์หัวข้อ เตรียมคำถาม
และสุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สมาธิของผู้เรียน เนื่องจากมันไม่ได้อยู่ในห้อง เราอยู่ในที่เป็นอิสระ จะทำอะไรก็ได้ การควบคุมตัวเองไม่เหมือนในห้องเรียน อันนี้เรียน มสธ. ช่วยฝึกเยอะมาก
ปิดโทรศัพท์เหมือนเรียนจริง อย่าวอกแว่ก
ปิดหน้าต่างโปรแกรมอื่น ยกเว้นโปรแกรมที่ต้องใช้ประกอบการเรียน
ห้ามบันทึกวิดีโอเอาไว้ดูภายหลัง นอกจากผิดลิขสิทธิ์ถ้าผู้สอนไม่อนุญาต ยังทำให้วินัยในตัวเองลดลงอีกด้วย (อุตส่าห์จัดเวลามาแล้ว)
กินดื่ม เข้าส้วม ล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนผ้าอนามัย ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มต้น อย่าคิดว่าบ้านเราเอง ทำเมื่อไรก็ได้ ให้คิดว่านี่คือการเรียนการประชุมนะ
อีกหน่อยการเรียนการศึกษาของแพทย์ ก็จะเข้ามาในโลกออนไลน์มากขึ้น หรือการเก็บ CME การเรียนรู้หลังปริญญา จะมาในรูปแบบนี้ต่อไปครับ

23 พฤษภาคม 2563

hypervitaminosis A กินตับหมีขั้วโลก

วันนี้เราจะไปเที่ยวขั้วโลกกัน และมีเมนูพิเศษด้วยนะ ลองติดตามดูว่าคืออะไร
เราย้อนกลับไปในช่วงศตวรรษที่สิบหก ยุคสมัยของการเดินทางออกสำรวจโลก กองเรือของสเปน โปรตุเกส และฮอลันดา (ปัจจุบันเขาชื่อเนเธอร์แลนด์อย่างดียวแล้วนะครับ) หลายดินแดนของโลกได้รับการค้นพบและจับจองโดยชาตินักเดินเรือเหล่านี้
ทางเหนือและทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปยุโรป ผ่านเลยคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย คือดินแดนน้ำแข็งหนาวเหน็บที่แม้แต่ไวกิ้งส์ยังไม่ย่างกรายขึ้นไป จนเมื่อเทคโนโลยีการเดินเรือก้าวหน้า การเดินทางผ่านผืนน้ำที่มีน้ำแข็งปกคลุมเริ่มไม่เกินขีดความสามารถ กองเรือชาวดัตช์เริ่มรุกคืบไปสำรวจดินแดนต่าง ๆ ทางตอนบน ที่ซึ่งเขาไม่มีทางรู้ว่าจะพบเจออะไร หลายครั้งการเดินทางต้องมีอุปสรรค ไม่สามารถไปจนสุดที่หมายต้องย้อนกลับมาวางแผน หลายครั้งหายสาปสูญยกลำ คนที่กลับมาแต่ละครั้งก็ไม่เท่ากับขาไป เพราะประสบโรคภัยร้ายแรง หนึ่งในโรคภัยที่เราเคยบอกเล่าไปแล้วคือ สเคอร์วี่ หรือโรคลักปิดลักเปิด นั่นเอง
ปี คศ. 1594 กองเรือของผู้บัญชาการชาวดัตช์ Willem Barentsz' ได้ออกสำรวจดินแดนนี้เป็นครั้งที่สอง คราวนี้เขาเตรียมตัวพร้อมมากกว่าเดิม มีเสบียง มีกำลังคน วางแผนเดินทางอย่างดี แต่ก็ยังโชคร้ายที่ฤดูหนาวปีนั้นยาวนานกว่าที่คาด เรือจึงติดน้ำแข็งอยู่ที่บริเวณทางตะวันออกสุดของยุโรป จรดตะวันตกสุดของโซเวียตรัสเซีย และกินลึกไปทางตอนเหนือเกือบถึงเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล ... แว่บ เส้นอาร์กติกเซอร์เคิล (arctic circle) คือเส้นสมมติ ตรงกับละติจูดที่ 66 องศาเหนือ 33 ลิปดา เพื่อให้แบ่งเขตอากาศเป็นเขตหนาวของขั้วโลกเหนือ แว่บกลับ ... ดินแดนตรงนั้นมีชื่อเรียกว่า Novaya Zemlya
เรือของท่านผู้บัญชาการติดเกาะน้ำแข็งอยู่นาน ขยับได้ทีละไม่มาก ด้วยเวลาที่ยาวนานนี้ทำให้เกิดเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ถึงสองเหตุการณ์
Gerrit de Veer นายช่างผู้เชี่ยวชาญการสารพัดช่าง ได้เดินทางไปกับกองเรือนี้ด้วย เขาชอบสังเกต บันทึก เป็นนายรอบรู้ประจำเรือ เขาและผู้บัญชาการได้พบปรากฏการณ์หักเหของแสงผ่านชั้นบรรยากาศที่หนาวเหน็บสุดขั้วของบรรยากาศโลก มองดวงอาทิตย์จากลูกไฟกลม กลายเป็นลูกไฟสามเหลี่ยมทุมยอดต่อกันเป็นรูปนาฬิกาทราย หลายคนในเรือเห็นเป็นดวงอาทิตย์แบน ภาพวาดและบันทึกทางประวัติศาสตร์สำคัญนี้ได้รับการจารึกชื่อว่า Novaya Zemlya effect
แต่ปรากฏการณ์ยังไม่หมดแค่นั้น ...
หลังจากเสบียงเริ่มร่อยหรอ ลูกเรือเริ่มล่าสัตว์ต่าง ๆ เป็นอาหาร ไม่ว่าจะเป็นปลา แมวน้ำ สุนัขป่า สัตว์แถบเขตหนาว ซึ่งถือเป็นเรื่องปรกติทั่วไป แต่ความไม่ปรกติเกิดขึ้นเมื่อวันหนึ่ง ลูกเรือของท่านผู้บัญชาการ ได้ล่าเหยื่อมาทำเมนูพิเศษ เมนูนั่นคือ หมีขั้วโลก (polar bear)
หลายท่านน่าจะอมยิ้มแล้ว ด้วยรู้ว่าเรื่องราวที่ผมจะเล่าต่อคือเรื่องใด ทำเป็นไม่รู้และรอว้าวตอนเฉลยด้วยนะครับ
เมนูพิเศษถูกตระเตรียมขึ้น โดยใช้ทุกส่วนของหมี ไม่ว่าจะเป็น เนื้อ ตับ ไต หัวใจ การล่าหมีหนึ่งตัวจะอิ่มไปหลายวันเพราะเนื้อมันเยอะ ลูกเรือเลือกกินส่วนที่ชอบ เมนูที่โปรดปราน ทั้งสุกทั้งดิบ ทั้งสตูว์ สเต็ก สองสามวันนั้นคงอิ่มสำราญดี แต่ทว่า...
หลังจากนั้นไม่กี่วัน ลูกเรือหลายคนเริ่มมีอาการซึมลง เบลอ ปลุกไม่ค่อยตื่น บางคนเพ้อและชัก หลังจากนั้นทุกคนที่เริ่มมีอาการ ก็เริ่มมีผิวหนังลอก เริ่มจากริมฝีปาก ไล่ลามมาที่ใบหน้าและตลอดทั่วตัว มีความเจ็บปวดทรมาน หลังจากนั้นเริ่มไข้สูง ถ้าสามารถย้อนเวลาไปเจาะเลือดตรวจได้จะพบว่ามีตับอักเสบรุนแรง บางรายมีไตวาย ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ทุกคนก็เสียชีวิต
de Veer คนขยันได้ทำการสืบค้นว่าคนที่เสียชีวิตนั้นเกิดจากอะไร สิ่งที่ทุกคนทำเหมือนกันคือ กินตับหมีขั้วโลกที่ไม่สุก ส่วนเมนูที่เกิดจากอวัยวะอื่น ไม่เกิดอาการ ไม่ว่าจะเป็นอุ้งตีนหมี เซ่งจี้หมี หัวใจหมี หรือ กระเปี๊ยวหมี เขาจึงได้เขียนรายงานบันทึกว่า อาการต่าง ๆ เหล่านี้เกิดจากการกินตับหมีขั้วโลก และทำให้เกิดการเสียชีวิตได้
นั่นคือบันทึกครั้งแรกของ hypervitaminosis A ภาวะพิษที่เกิดจากการได้รับวิตามินเอเกินขนาด ที่นักเรียนแพทย์ทุกคนในประเทศไทยท่องกันว่า เกิดจากกินตับหมีขั้วโลก นี่ก็คือรายงานนั้น มีการกล่าวถึงบันทึกของ Gerrit de Veer ใน Biochemistry Journal ตีพิมพ์เมื่อ กรกฎาคม 1943 โดย K.Rodahl และ T.Moore
โดยโรดาห์ลและมัวร์ ได้อธิบายว่าตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าเกิดจากอะไร และหลังจากนั้นมีรายงานอาการเดียวกันแบบนี้ในหมู่นักสำรวจขั้วโลกชาวอังกฤษเช่นกัน บางคนมีอาการแบบเดียวกัน บางคนมีอาการเฉพาะที่ใบหน้า และมีรายงานการเกิดโรคแบบนี้ในชาว Iniut ชนพื้นเมืองแถบนั้น ส่วนมากจะมีสาเหตุจากกินตับหมีขั้วโลกเช่นกัน มีบ้างที่มาจากสุนัขป่าอาร์กติก จนเมื่อปี 1940 นักสำรวจชาวอเมริกันได้ไปสำรวจเกาะกรีนแลนด์และไปล่าหมีขั้วโลกพร้อมกับนำตัวอย่างของตับหมีมาให้นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ สิ่งที่เราพบคือ....
จากตัวอย่างตับหมีสาวอายุสองปี พบมีวิตามินเอในตับหมีสูงมากถึง 18,000 iu (international unit) ต่อน้ำหนักตับหนึ่งกรัม !!!
อีกตัวอย่างมาจากแมวน้ำหนุ่มอายุสามปี มีวิตามินเอไม่แพ้กันถึง 13,000 iu ต่อตับหนึ่งกรัม โดยขนาดปรกติของวิตามินเอที่ต้องการคือ 3,000 -5,000 iu ต่อวันเท่านั้น โดยขนาดที่คาดว่าน่าจะเริ่มเกิดพิษคือเกิน 100,000 iu ต่อวัน นั่นคือ ตับหมีแค่ ห้ากรัมเท่านั้น แต่คาดว่าลูกเรือไม่น่าจะกินแค่ห้ากรัม อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าครึ่งกิโลกรัม 18,000 x 500 คือ 9 ล้าน iu ครับ !!! เป็นคำตอบเรื่องตับหมีขั้วโลกทำให้เกิดพิษ และพิษนั้นคือ วิตามินเอที่เกินขนาดนั่นเอง
ปัจจุบันเราจะพบพิษจากยาวิตามินเอ และสารเสริมวิตามินเอ เกือบทั้งหมด การกินตับหมีดิบหรือตับแมวน้ำดิบไม่พบอีกแล้ว แม้แต่ชนเผ่า Inuit ก็ทราบเรื่องนี้ดี ส่วนวิตามินเอที่มาจากเบต้าแคโรทีน เช่นจากพืช จากฟักทอง จากมะเขือเทศ จะไม่พบการเกิดพิษแบบนี้ครับ
นี่คือเรื่องราวของ Novaya Zemlya ดินแดนที่มีเรื่องราวสำคัญถึงสองเหตุการณ์ในช่วงปลายศตวรรษที่สิบหก และมาโด่งดังอีกครั้งในช่วงปี 1950 เนื่องจากเป็นหนึ่งในสถานที่ทดลองระเบิดนิวเคลียร์และระเบิดไฮโดรเจนของสหภาพโซเวียต ในยุคสงครามเย็น
มาถึงปัจจุบันดินแดนนี้ สงบเงียบ ไร้ซึ่งคนมาเยี่ยมเยือน ทั้งคนและหมี
ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมเดินทางย้อนอดีตและกินเมนูพิเศษ "ตับหมีขั้วโลก" ที่มาที่นักเรียนแพทย์ท่องกันเสมอว่า พิษจากวิตามินเอเกิน เกิดจากการกินตับหมีขั้วโลก
สายการบินลุงหมอแอร์ โดยกัปตันลุงหมอและแอร์สาวสวยน้องเมย ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ โอกาสหน้าฟ้าใหม่ จะพาไปเที่ยวอีกนะครับ บ๊าบบาย จุ๊บจุ๊บ

เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี เรียนรู้อดีต เพื่อเข้าใจอนาคต, Tanzania, Here I Am, เรียบร้อยโรงเรียนเสธ

หนังสือมาส่ง ยังไม่ได้อ่านเต็มนะ แต่ศึกษาข้อมูลและอ่านรีวิวมาก่อนจะสั่งซื้อ เลยแอบมายั่ว
1. "เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี เรียนรู้อดีต เพื่อเข้าใจอนาคต" โดยลงทุนแมน สำนักพิมพ์แอลทีแมน ราคาปก 350 บาท
ลงทุนแมน เป็นเพจให้ความรู้เรื่องการเงิน การลงทุนและเศรษฐกิจ ใช้ข้อมูลที่ง่ายแต่เป็นข้อมูลที่ละเอียดลึก มาย่อยง่าย ๆ เล่าแบบบรรทัดเว้นบรรทัด ไม่รกตา ที่สำคัญในเพจจะมีอินโฟกราฟฟิกเข้าใจง่ายด้วย ในเล่มนี้ก็วางรูปแบบการเล่าเรื่องแบบนั้น อ่านง่าย เหมือนอ่านสรุปทีละบรรทัด
บอกเล่าเรื่องราวของความเป็นมาทางการเงินและเศรษฐกิจในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ยุคสุเมเรียน โรมัน ปฏิวัติอุตสาหกรรม เรื่องราวการเงินของภูมิภาคต่าง ๆ จากอดีตมาถึงปัจจุบัน ว่าเกี่ยวเนื่องกันและส่งผลอะไรต่อกัน ทำให้เข้าใจภาพรวมวันนี้และมองอนาคตชัดเจนขึ้น
แบ่งเรื่องเป็นบทย่อย ๆ หลายบท ทำให้อ่านได้ไม่น่าเบื่อและแบ่งอ่านต่อเนื่องได้โดยไม่เสียอรรถรส เหมือนอ่าน Sapiens ภาคเศรษฐกิจโลกครับ
2. "Tanzania, Here I Am, หมอ ๆ ตะลุยโลก" โดยหมอโจ้ อรรควิชญ์ หาญวนโชค สำนักพิมพ์ GeekBook ราคาปก 325 บาท
เรื่องราวของคุณหมอนักเดินทาง ที่เลือกไปปฏิบัติงานฝึกงานที่ประเทศแทนซาเนีย ประเทศแห่งซาฟารี ดินแดนที่ยังไม่เจริญ มีข้อจำกัดด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจยังไม่ดี แต่คุณหมอได้เลือกไปลองปฏิบัติงานที่นั่น
บันทึกเหตุการณ์ตั้งแต่เตรียมตัวที่เมืองไทย ขึ้นเคริ่องบิน ไปถึงศูนย์การแพทย์คิลิมันจาโร เจอคนไข้ท้องถิ่น โรคประจำถิ่น ไปสัมผัสชีวิคชาวบ้านแอฟริกัน และท่องเที่ยวในแอฟริกา เหมือนได้เดินทางไปกับหมอเลย
ใช้ภาษาง่าย หนังสือไม่หนาและมีภาพประกอบสวยครับ คุณหมอไปทำตามฝันถึงแทนซาเนีย เห็นทีลุงหมอต้องมี รัสเซีย here I am ไม่ได้ตามฝันนะ ตามสาวล้วน ๆ
3. "เรียบร้อยโรงเรียนเสธ" โดย พลเอก บัญชร ชวาลศิลป์ พิมพ์ครั้งที่สองกับสำนักพิมพ์แสงดาว ราคาปก 190 บาท
หลาย ๆ ท่านคงได้อ่านบทความของคุณบัญชร นายทหารนักเขียนตามหน้าหนังสือพิมพ์ บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ รวมทั้งเล่มล่าสุด 2475 เส้นทางคนแพ้ ถือว่าลีลาการเขียนไม่แพ้ลีลาการรบ
บอกเล่าเรื่องราวของ โรงเรียนเสนาธิการทหาร ว่าเป็นอย่างไร เรียนอะไร และชีวิตอันแสนสนุกสนานเฮฮาในโรงเรียนเสธ.นั้น เป็นอย่างไรกัน ผมเชื่อว่าหลายคนไม่เคยรู้ และนี่น่าจะเป็นเล่มแรกที่ออกมารวบรวมอย่างเป็นทางการแบบนี้
อมยิ้ม เฮฮา ได้สาระและข้อคิดตามแบบ คุณพี่บัญชร ของแท้ดั้งเดิมเลยครับ น่าติดตามและหยิบซื้อโดยพลัน
นอกจาก OUT OF AFRICA ที่กำลังค่อย ๆ ละเลียดละเล็มอ่าน อ่านทบทวน cardiovascular disease (ใช้ของ Harrison's CVS disease) ก็มีชุดนี้ตามมาครับ สั่งจากร้านนายอินทร์ มาส่งถึงบ้านใช้เวลา 6 วัน หีบห่อดีมากครับ
เฮ้อ.. วัน ๆ ก็วนเวียนกับกองหนังสือและ PS4

22 พฤษภาคม 2563

ข้อคิดก่อนใช้ยาลดความอ้วน

เรื่องลดความอ้วน ขอให้ถือคติสองอย่าง
1. ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
2. อดทนและมีสติ

หลายวันก่อนเห็นโฆษณาใช้ยาลดน้ำหนักชนิดฉีด และมีคนสนใจบอกว่ารู้สึกตัวเองอ้วนขึ้นช่วงกักตัว อยากใช้ยาลด จึงอยากฝากข้อคิดดังนี้

1. การศึกษาเรื่องยาลดน้ำหนักทางการแพทย์ทุกตัวยา จะศึกษาในคนที่มีน้ำหนักตัวมากเข้าเกณฑ์โรคอ้วนหรือโรคอ้วนอันตราย เช่น ดัชนีมวลกายมากกว่า 35 หรือมากกว่า 40 .... ไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับคนที่ดัชนีมวลกายปรกติ หรือ ไม่มีภาวะอ้วน  แค่รู้สึกอ้วนขึ้น หรือน้ำหนักขึ้น 2-3 กิโลกรัมจากเดิมที่ไม่ได้อ้วน แบบนี้มาประยุกต์และอ้างอิงการศึกษามาใช้ไม่ได้นะครับ

2. การศึกษาเรื่องยาลดน้ำหนักทางการแพทย์ทุกตัวยา จะเริ่มด้วยการควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด โดยนักกำหนดอาหารและโภชนากร มีการติดตามว่าทำตามที่นักกำหนดอาหารทำได้อย่างเคร่งครัด ร่วมกับมีการออกกำลังกายอย่างหนัก มีกรรมวิธีการออกกำลังกายที่ชัดเจน มีการรายงานผลความคืบหน้า  ต้องควบคุมอาหารและออกกกำลังกายให้เรียบร้อยก่อนประมาณ 2-3 ปี  จึงมาใช้ยานะครับ ถ้าคุณไม่ทำตามแบบนั้นแล้วจะมาคาดหวังความสำเร็จ คงไม่มีทาง

3. หลังจากผ่านข้อหนึ่งและสองแล้ว เมื่อการศึกษาเริ่มยา จะต้องมีการควบคุมอย่างต่อเนื่อง ไม่มีหลุด ไม่มีเผลอ ไม่มีวันพัก จะเห็นว่าไม่มีการศึกษาใดที่ใช้แต่ยาอย่างเดียวแล้วจะลดได้ ต้องทำควบคู่กัน ต่อเนื่อง มุ่งมั่น มีวินัยและสม่ำเสมอ

4. กรุณาศึกษาข้อห้ามและผลข้างเคียงจากการใช้ยาให้ดีด้วย รวมทั้งติดตามผลจากยาด้วย  ในโฆษณาจะชอบบอกว่าผลข้างเคียงของยาน้อยมาก ไม่ต่างจากยาหลอก หึหึ.... แต่ทั้งหมดนั้นเขาไม่นำคนที่มีข้อห้ามการใช้ยา หรือคิดว่าจะใช้ยาไม่ได้ เข้ามาศึกษาไงครับ แถมเวลาติดตามก็ประคบประหงมสุดขีด หันมามองพวกเราบ้าง มีข้อห้ามหรือผลข้างเคียงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ได้ติดตามผลเสียบ้างไหม อย่าเอนเอียงเพราะเห็นแค่ผลจากการลดน้ำหนัก

5. จากการศึกษายาลดน้ำหนักทุกตัว ก็ลดได้ประมาณหนึ่ง ยกตัวอย่างในยาตัวนี้ที่ผมแนบลิ้งก์มาให้ด้านล่าง คือลดได้ประมาณ 5 กิโลกรัมในหนึ่งปี เห็นว่าไม่ได้มากมายอะไรนะครับ และอย่าลืมว่านี่คือคนที่อ้วนมาก ๆ และใช้วิธีที่ถูกต้องอย่างเคร่งครัดแล้ว ถ้าคุณไม่ใช่คนอ้วนมากแถมไม่เคร่งครัด ก็อย่าคาดหวัง 5 กิโลกรัม

6. หากเราไปดูการศึกษาส่วนมากของการลดน้ำหนัก เมื่อผ่านเวลาที่ควบคุมหรือใช้ยาไปแล้ว ขอบอกว่าเด้งขึ้นทั้งนั้น แต่จะไม่สูงเท่าของเดิม ไม่ว่าจะเป็นอาหารสูตรใดหรือยาตัวใด (ไม่นับการผ่าตัดนะ) ชีวิตจริงก็จะเด้ง ถ้ายิ่งไม่มีวินัยต่อเนื่อง ก็จะยิ่งเด้งมากกว่าเดิมเสียอีก

7. อย่าลืมเรื่องราคา ยาตัวนี้แพงมากนะครับ และขนาดที่ใช้ก็ไม่ใช่ขนาดปรกติที่ใช้ในการรักษาเบาหวาน  หากจะใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบมารักษาเบาหวานจะต้องฉีดหลายหลอดเลย  เปลืองมาก ขอบอกว่าน้ำหนักอาจจะลดลงเพราะไม่มีเงินซื้ออาหาร ให้พิจารณาด้วยว่า เลือกกินอาหารให้ถูกส่วน ลดส่วนเกิน ออกกำลังกาย มันประหยัดกว่าและยั่งยืนกว่าหรือไม่

ขอโทษที่ออกแนวเกรี้ยวกราด เพราะไม่อยากให้คุณทั้งหลายมีมายาคติ และอยากให้มีสติที่ดีในการเลือกกินอาหาร เรากินอย่างไร เราก็เป็นอย่างนั้น

อ้อ  ขอให้อร่อยกับมื้อกลางวันนะครับ

https://medicine4layman.blogspot.com/2016/06/glp-1.html?m=1

บทความที่ได้รับความนิยม