17 มิถุนายน 2562

หกล้มและ subdural hematoma

ภาพเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์จริงของผู้ป่วยอายุ 102 ปี ที่พลัดตกหกล้มจากเตียงนอน ศีรษะกระแทกพื้นไม่แรงนัก
ท่านจะเห็นแถบบาง ๆ สีขาวสว่างขึ้นมาตรงกลางเนื้อสมองทั้งสองข้าง นั่นคือเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง ตรงนี้เรียก interhemispheric subdural hematoma มาดูเนื้อสมองจะมีขนาดเล็กไม่เต็มกะโหลกศีรษะ เกิดช่องว่างระหว่างสมองและกะโหลก นี่คือสาเหตุการเกิด
เรานึกภาพตอนที่เรายังหนุ่ม ๆ สาว ๆ สมองเราสดใหม่ ขาวข้นหวานมัน กินพื้นที่เกือบเต็มกะโหลกศีรษะ เราโยกหัวไปมา เราประสบอุบัติเหตุเล็กน้อย กะโหลกกับสมองมันก็ไปด้วยกัน ไม่เสียหายอะไรมาก ลองนึกว่าเรากำลังใส่ของลงกระเป๋าเดินทาง ถ้าของเราเต็มกระเป๋า มันจะไม่ค่อยเสียหายเวลาโยนกระเป๋าไปมาใช่ไหม คิดเหมือนกันเลย
แต่เมื่อเรานับฤดูฝนได้สักหกสิบฝนเจ็ดสิบหนาว มันร้าวในใจสิ้นดี จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น กะโหลกมันเท่าเดิม แต่สมองจะ "เหี่ยว" เมื่อเหี่ยวลงมันจะเผยหลอดเลือดดำเล็ก ๆ จำนวนมากที่เชื่อมระหว่าผิวนอกสมองกับเยื่อหุ้มสมองที่มันยังติดกับกะโหลกอยู่ (เยื่อหุ้มสมองชั้นดูราจะติดกับกะโหลก แต่ชั้นเพียจะติดสมอง) หลอดเลือดนี้ก็ยาวเท่าเดิม เพียงแต่เมื่อสมองหดเล็ก หลอดเลือดมันเลยยืดขึ้นตึงขึ้น เรียกหลอดเลือดนี้ว่า Bridging Vein
คิดเหมือนเราใช้กระเป๋าเดินทางใบเดิม แต่ข้างในใส่แค่แก้วน้ำหนึ่งใบ ถ้าเกิดการโยนการกระแทก เปรียบเสมือนการล้มศีรษะกระแทก หรือมีการเปลี่ยนแปลงความเร็วกระทันหัน เช่นรถเบรกกระทันหัน แก้วจะเคลื่อนที่จนแตกได้ สมองก็เคลื่อนที่ในกะโหลกได้ แม้มีน้ำไขสันหลังและสมองคอยเป็นชั้นกันกระแทก แต่ก็จะกระแทกบ้าง และเจ้าหลอดเลือดดำที่ยึดสมองกับกะโหลกมันจะเกิดแรงฉีก (shearing force) จนฉีกขาดและเลือดออกได้เป็นเลือดออกใต้ชั้นดูรา จึงเรียกว่า subdural นั่นเอง
ถ้าเลือดออกมากก็จะมีอาการแรงดันในกะโหลกสูง หรือก้อนเลือดไปกดสมองทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่นชักเกร็ง ซึม อัมพาต แต่ถ้าเลือดออกไม่มากอาจไม่มีอาการต้องรอให้เลือดสะสมกับมาก ๆ จนเกิดอันตราย ถ้าเกิดเร็วใน 24 ชั่วโมงเรียกเฉียบพลัน ภายใน 2 สัปดาห์เรียกกึ่งเฉียบพลัน ถ้าเกิดหลังจากสองสัปดาห์เราก็เรียกว่า chronic คือเรื้อรังแล้ว อาการจะไม่มากและแยกยากจากโรคอื่น เราเรียกโรค subdural hematoma ว่า great neurologic imitator คือมันมีอาการเหมือนโรคทางสมองได้เกือบทุกอย่าง ต้องคิดไว้เสมอ โดยเฉพาะอุบัติเหตุในผู้สูงวัยแม้จะไม่รุนแรงมากก็ตาม
ผู้สูงวัยบางคนสมอง "เหี่ยว" มาก แม้จะเกิดการฉีกขาดของหลอดเลือดดำได้ง่าย แต่อาจไม่เกิดปัญหามากนัก เพราะพื้นที่ในสมองเขามาก การกดเบียดไม่ค่อยเกิดนัก ถ้าไปเกิดในคนหนุ่มสาวที่หัวแน่น บางทีเลือดออกไม่มากก็เกิดปัญหาได้
การรักษาหากอาการไม่รุนแรง อาจสังเกตอาการให้เลือดซึมไปเองใน 2-3 เดือน แต่หากมีอาการอันตรายอาจต้องผ่าตัดครับ อย่าลืมด้วยว่าโรคนี้มักเกิดในผู้สูงวัย ความเสี่ยงการผ่าตัดจะสูงตามไปด้วย
สิ่งที่อยากบอกคือ ปัญหาการพลัดตกหกล้มของผู้สูงวัยเป็นเรื่องสำคัญ เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของความตายและความพิการ เพราะล้มแล้วจะมีอวัยวะเสียหายอีกมาก อวัยวะล้มเหลวตามมาเป็นลูกโซ่เลย
คติประจำวัน "คนล้มอย่าทับ คนรับอย่าทุกข์ คนรุกอย่าแทง แต่ถ้าคนแรง ๆ ระวังกาแฟหกนะครับ"

16 มิถุนายน 2562

intermittent brain fasting

คำเตือน เรื่องสั้นนี้ไม่เหมาะกับผู้มีคู่ เพราะคุณจะอิจฉาความโสด..เข้าไส้
คนหลายคนมักบอกว่า เราไม่มีเวลา แต่ความเป็นจริงเราเพียงจัดเวลาไม่เป็นต่างหาก ถ้าเราต้องการเวลาเพื่อทำอะไรสักอย่างหนึ่งแล้ว เราจำเป็นต้องจัดสรรเวลาที่จำเป็นและเอาเวลาที่สิ้นเปลืองมาเรียงลำดับใหม่ สลับไปสลับมาเราจะเกิดช่องว่างเวลาที่พร้อมจะให้เราใช้งานมัน
ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ทำ intermittent fasting แต่ไม่ได้ทำกับการกินอาหารนะ ทำกับการอ่านหนังสือต่างหาก
ด้วยอาชีพการงานที่ต้องใช้วิชาการในการแก้ไขปัญหาและติดตามวารสารต่าง ๆ เพราะชื่นชอบส่วนตัว แล้วนำเอาข้อสรุปที่ได้มาเขียนลงเพจให้คุณ ๆ ได้เสพอย่างสนุกสนาน เมื่อทำแบบนี้ไปสักพักสมองและความเฉียบคมจะเริ่มล้าเริ่มชิน ความชินชาเป็นสิ่งน่ากลัว มันจะทำให้เราหมดสนุกและมองไม่เห็นสิ่งที่ซ่อนระหว่างบรรทัดของวิชาการเหล่านั้น เราต้องทำให้สมองไม่ชิน
หลายคนมีวิธีต่างกัน ผมใช้วิธี IF ทางหนังสือ คือหยุดยุ่งเกี่ยวกับโลกวิชาการเป็นพัก ๆ ในช่วงที่เลิกยุ่งเกี่ยวจะตัดขาดจาก ชีววิทยา สรีรวิทยา เภสัชวิทยา พยากรณ์โรค แบบสิ้นเชิง และเปลี่ยนโหมดสมองมาเป็นความเพ้อฝันด้วยการอ่านนิยายแบบเอาเป็นเอาตายต่อเนื่องกัน ไม่แพ้ตอนที่อ่านตำรา
วงรอบ IF ทางอาหารอาจจะเป็น กินแปดพักสิบสอง หรือ กินสองพักยี่สิบ สำหรับวงรอบ IF ของผมคือวิชาการสามสัปดาห์ IF สองวัน และนี่ก็ถึงเวลา IF ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องจัดเวลา จัดการงานต่าง ๆ เอกสารต่าง ๆ นัดหมาย จดหมาย หรือแม้กระทั่งตั้งเวลาโพสต์เฟซบุ๊กล่วงหน้า ทำให้เสร็จเรียบร้อยและเตรียมรับมือเมื่อเรากลับมาหางานในอีกสองวันข้างหน้า จัดนั่นจัดนี่ เราจะสามารถสลับจนเกิดช่องว่างเวลามาได้สองวันทุกทีไป
แม้แต่สถานที่ ผมก็จะหลีกหนีที่เดิมด้วย การอ่านหนังสือในห้องทำงานมีผนังห้องเต็มไปด้วยไดอะแกรมโรค ตำราสูงเท่าหัว วารสารอีกหนึ่งตู้ และคอมพิวเตอร์สองเครื่องนั้น มันจะดูดเราเข้าไปวกกับงานอีก ถ้าเราจะหยุดจะพัก ให้ออกมาเลย ไปจองห้องพักที่ราคาไม่แพง เงียบสงบ ไปมาไม่ลำบาก ไม่ไกลมากนัก เพราะเราไปพัก การเดินทางไกล ๆ จะทำให้เหนื่อยเกินไป
ตอนเช้าวันเสาร์ หลังจากจิบกาแฟและซีเรียลใส่นมที่แสนอร่อย ผมจัดเสื้อผ้าสองชุด ของใช้จิปาถะเล็กน้อย และโทรศัพท์ที่จัดการปิดโหมด 4G เรียบร้อย ชาซองรสโปรดหนึ่งกล่อง และหนังสือที่จะไปอ่าน คราวนี้ผมหยิบ pet sematary ของสตีเฟนคิง, การผจญภัยโดยบังเอิญอีกครั้งของชายร้อยปี+1 ของโจนาส โจนาสสันส์, วรรณกรรมที่แท้จริงน่ะ ต้องใช้คอมพิวเตอร์เขียนเท่านั้นไม่รู้เหรอ ของ ร เรือในมหาสมุท แล้วออกเดินทาง
ผมไม่จำเป็นต้องรีบ ขับรถแวะห้างสรรพสินค้าห้างประจำเพื่อไปเยี่ยมเยือนร้านหนังสือแฟรนไชส์ใหญ่ที่ซื้อบ่อย ๆ เช่นเคยก่อนเข้าก็ต้องไปเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวในที่ส่วนรวมให้เรียบร้อยก่อน เพราะหากเกิดปวดปุบปับ มันจะรบกวนสุนทรียะแห่งการเลือกซื้อมาก เมื่อถึงที่หมาย จะถึงเวลานาฬิกาหมุนช้า ค่อย ๆ เดินดูและพลิกอ่านหนังสือใหม่ หนังสือในหมวดอื่น ๆ ที่เราไม่ค่อยได้เปิด เดินช้า ๆ พลิกช้า ๆ ไม่ต้องรีบ ไม่ยึดติดกับเวลา ให้โจทย์ตัวเองว่าเล่มเดียวพอ กระตุ้นสมองส่วนสรรหาความสุขได้ทำงานเต็มที่ รู้สึกเหมือนสมองส่วนวิชาการกำลังหลับสนิท
หนึ่งเล่มที่ได้มาหลังจากเดินเลือกหนึ่งชั่วโมงเต็มคือ ภาพสุดท้ายที่คนตายเห็น ของฮิงาชิโนะ เคโงะ ตอนที่ชำระเงินพนักงานขายคนเดิมที่คุ้นเคยถามว่า วันนี้รับเล่มเดียวเองหรือคะ ผมยิ้มรับและตอบว่าครับ พนักงานขายทราบดีว่าสำหรับลูกค้าคนนี้ ไม่ต้องใส่ถุงหิ้ว ไม่ต้องใส่ปก ไม่ต้องใส่ที่คั่นหนังสือ เมื่อทอนเงินแล้วเธอก็ยิ้มให้อีกตามเคย
หลังจากที่จัดการอาหารกลางวันแบบง่าย ๆ และซื้อแซนด์วิชสำเร็จรูปสำหรับมื้อเย็นเรียบร้อย ก็มุ่งสู่โรงแรมที่พัก เมื่อเสร็จสิ้นการลงทะเบียนเข้าพักและอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่น ผมหยิบ วรรณกรรมที่แท้จริงน่ะ ต้องใช้คอมพิวเตอร์เขียนเท่านั้นไม่รู้เหรอ เป็นเล่มแรก แล้วเดินไปที่ล็อบบี้ สั่งกาแฟสดหนึ่งแก้วแล้วไปที่เก้าอี้สนามใต้ร่มไม้ของโรงแรม ใช่แล้วครับที่มาโรงแรมนี้เพราะมีเก้าอี้สนามที่เอนนอนได้ เบาะผ้ากำมะหยี่นุ่มสบายใต้ต้นไม้ใหญ่ พื้นหญ้าญี่ปุ่นและเก้าอี้เล็ก ๆ ไว้วางหนังสือ ชุดกาแฟอีกตัวข้าง ๆ กัน
รู้ตัวอีกทีก็ตอนเย็น จบปิดเล่มไปหนึ่งเล่มพร้อมความรู้สึกสดชื่น สนุกสนานที่นักเขียนส่งมาถึงนักอ่าน ผมยังไม่หิวจึงออกไปเดินเล่นที่สนามหญ้าหน้าโรงแรม ต่อไปยังโรงแรมข้าง ๆ นึกขึ้นได้ว่าด้านข้างนี้มีร้านขายอาหารตามสั่งอยู่ ผมมาพักที่นี่หลายครั้ง ทุกครั้งจะซื้ออาหารง่าย ๆ มาเป็นมื้อเย็น ไม่เคยไปกินข้าวร้านนี้เลย ก็คงเป็นวันนี้ที่จะได้ลองเสียที
มักโรนีผัดไก่ ตับย่าง น้ำส้มคั้นสด มาวางตรงหน้าหลังจากสั่งไปไม่นาน กลิ่มหอมมาก อยากจะบอกว่าตับย่างร้านนี้ชิ้นใหญ่จริง แถมน้ำจิ้มของเขาเป็นแจ่วผสมข้าวคั่ว อร่อยมาก นึกถึงบรรยากาศสมัยหนุ่ม ๆ ที่กินตับย่างแกล้มเบียร์เย็น ๆ มันสุดยอดมาก เข้าใจถึงคอเบียร์เลยว่ามันสุขเพียงใด คำพูดโกวเล้งผุดขึ้นมาในใจทันที "ข้าพเจ้ามิได้นิยมชมชอบในรสชาติของสุรา แต่ข้าพเจ้าชมชอบบรรยากาศการร่ำสุรา" นึกแล้วยิ้มในใจ อย่าเลย เราเลิกมานานแล้ว
เดินกลับถึงโรงแรมก็เป็นช่วงหัวค่ำแล้ว ถึงคราวต้องเข้าไปในห้องพักเพราะไม่อยากรบกับกองทัพยุงอันเกรียงไกรของที่นี่ ในห้องพักมีโซฟาหนึ่งตัวที่เป็นลักษณะ "โซฟาดูดวิญญาณ" มันช่างแสนสบายจนไม่อยากจะลุกขึ้น แน่นอนว่าหนังสือเล่มที่สองเริ่มทำงาน การผจญภัยโดยบังเอิญอีกครั้งของชายร้อยปี+1 คุณ ๆ คงคิดว่าผมจะอ่านสตีเฟนคิง ผมบอกเลยว่าผิดจุด ผมเป็นสมาชิกชมรมกลัวผี ดังนั้นไม่มีทางที่ผมจะอ่านนิยายสยองตอนกลางคืนอย่างแน่นอน
ประมาณสามทุ่มครึ่ง เจ้าโซฟาดูดวิญญาณมันก็เริ่มปล่อยวิญญาณคนนั่งให้เป็นอิสระ ผมพักอีกครั้ง ลุกไปต้มน้ำและชงชา ระหว่างนี้ก็อาบน้ำอาบท่า ผมมีทริกอันหนึ่งได้มาจากหนังสือ The Lions of Lucerne แต่งโดยแบรด ธอร์ ผู้ให้กำเนิด สก๊อต ฮาร์แวธ เจ้าหน้าที่องค์รักษ์ประธานาธิบดีที่เก่งกาจ ในเรื่องนี้ฮาร์แวธมีวิธีทำให้ร่างกายสดชื่น โดยอาบน้ำร้อนให้อุณหภูมิร้อนที่สุดเท่าที่ทนได้แล้วปิดน้ำ หลังจากนั้นให้น้ำเย็นที่สุดอาบตามทันที บอกตามตรงนะ ไม่ได้เด็ดแบบที่ฮาร์แวธทำได้ แต่ก็เจ๋งพอควร
หลังจากที่ชาร้อนได้ที่ ผมมานั่งจิบชาและฟังข่าว ขอบคุณทีวีดิจิตอลที่ทำให้ผมมีช่องข่าวดูได้ทั้งวัน ส่วนตัวจะอ่านหนังสือพิมพ์วันละสองฉบับ แต่วันนี้ขอใช้สื่อโทรทัศน์แทน เมื่อชาหมดกา ได้เวลาไปเสพหนังสือต่อ คราวนี้กว่าจะจบเล่มประมาณห้าทุ่มครึ่ง ลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย น่าแปลกที่โซฟาไม่ได้ดูดวิญญาณเอาไว้ หรือว่ามันดูดไปจนเกลี้ยงแล้วก็ไม่ทราบได้ ลุกไปดื่มน้ำ ล้างหน้าล้างตา หยิบโทรศัพท์มาดูสายเข้า เยี่ยมมาก ไม่มีแม้แต่สายเดียว การจัดการตารางเวลาและการจัดการผู้ติดต่อของผมเยี่ยมยอดมาก
ถึงเวลาของเตียงนอนบ้าง เนื่องจากโคมไฟตั้งอยู่ห่างหัวเตียงพอสมควร ทิศทางการนอนของผมจึงออกจะประหลาด หันหัวเฉียงกับเตียงเข้าหาแสงไฟ ไม่ได้เพื่อสังเคราะห์แสง แต่เพื่ออ่านหนังสือเล่มสุดท้ายของวันนี้ เจตนาให้หลับคาหนังสือด้วยเจ้านี่ ภาพสุดท้ายที่คนตายเห็น หนังสือที่ได้รับเกียรติให้ทำหน้าที่นี้ อย่าคิดว่ามันคือหนังสือสยอง นี่คือนิยายสืบสวนแบบเขย่าขวัญของราชานิยายสืบสวนญี่ปุ่น เรียกว่าเขย่าประสาทไปต่อเนื่อง แต่เชื่อผมเถอะ มันเขย่าประสาทคนง่วงไม่ไหวหรอก ผมลุกไปปิดไฟเมื่อความง่วงชนะทุกสิ่งอย่าง สัญชาติญาณการคั่นหนังสือของตัวเองบอกว่าอ่านไปได้แค่ 20%
แสงแดดตอนเจ็ดโมงเช้าปลุกผมแต่เช้า ผมทำแบบเดียวกันกับที่ สก๊อต ฮาร์แวธทำอีกแล้ว คราวนี้ได้ผลดีมาก
ที่ห้องอาหารเช้า ไข่ดาวสุก 2 ฟอง ครัวซองต์อบร้อน ซีเรียลพูนชามพร้อมนมสด ตบท้ายด้วยกาแฟดำและแก้วมังกรอีกสองชิ้น ถูกจัดการอย่างรวดเร็วพร้อมคำถามที่ถามตัวเองทุกวันว่า เมื่อไหร่จะลดคาเฟอีนลงได้เสียที และไม่เคยทำได้แม้แต่วันเดียว ผมพาตัวเองและ pet sematary ไปที่เก้าอี้ใต้ร่มไม้ตัวเดิม ถูกอย่างที่คุณคิด ผมเลือกจะอ่านนิยายสยองตอนกลางวันนั่นเอง ใครเคยอ่านนิยายของสตีเฟนคิงจะรู้ว่า มันดูดวิญญาณคุณมากกว่าโซฟาเสียอีก แต่คราวนี้คนที่มากระชากวิญญาณผมกลับสู่โลกแห่งความจริงคือ เสียงตั้งเวลาเตือนเวลาเช็คเอ๊าต์
หนทางกลับบ้าน ผมเปิดฟัง Thai PBS Radio podcast รายการห้องสมุดหลังไมค์ เป็นอีกหนึ่งพ็อดคาสต์ที่แนะนำและรีวิวหนังสือได้สนุกสนาน นอกเหนือจาก Readery podcast ของจอมป้ายยาทั้งสอง คุณโจ้และคุณเน็ต แห่งร้านหนังสือรีดเดอรี่ เป็นไอเดียการแลกเปลี่ยนหนังสือที่ผมคิดทำ bookclub ขึ้นนั่นเอง
หลังจากถึงบ้าน ผมกระโดดไปที่โซฟาดูดวิญญาณประจำบ้าน เพราะเราจัดการทุกอย่างที่จะต้องทำในวันรุ่งขึ้นเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องมาจัดซ้ำรอบสองให้เสียเวลา การสลับสับเปลี่ยนกล่องเวลาจนเกิดเวลาว่างมันดีมากเช่นนี้เอง คราวนี้เจ้าโซฟามันดูดวิญญาณที่เหลือของผมจนเกลี้ยงพร้อมกับหน้าสุดท้ายของ pet sematary เวลาก็ล่วงเลยมาจนเกือบหกโมงเย็น ตามประสาผู้รักสุขภาพ ผมไปวิ่งออกกำลังกายประมาณหนึ่งชั่วโมง พร้อมฟัง BBC radio 4 bookclub อีกหนึ่งรายการพ็อดแคสต์หนังสือและฝึกฟังอังกฤษไปด้วย รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่มันไม่ใช่ปัญหาเท่าไรนัก
มื้อเย็นวันนี้คือแซนด์วิชเมื่อวานที่ยังไม่ได้กิน การกินแซนด์วิชกับลาบเป็ดเป็นอะไรที่ดูไม่เข้ากันนัก แต่รสชาติมันตัดกันจนอร่อย กาแฟดำร้อนอีกถ้วยในตอนเย็นไม่ได้ทำให้ผมตื่นตัวหรือนอนไม่หลับแต่อย่างใด มันคือกลิ่นบำบัดอย่างดี หลังมื้อเย็นเมื่ออาบน้ำอาบท่าจนสบายดีแล้ว ก็ถึงเวลาจบวันด้วย ภาพสุดท้ายที่คนตายเห็น ต่อจากเมื่อคืน การอ่านหนังสือต่อจากตอนเดิมจะต้องฝึกฝน ยิ่งเว้นนานเป็นวันแบบนี้ยิ่งต้องฝึก หวังว่าผมคงไม่หลับคาเจ้าโซฟาตัวนั้นจนถึงเช้า
หนึ่งช่วงแห่งการจัดการเวลาจนได้ทำ intermittent fasting ทางสมอง ผมคิดว่าวันรุ่งขึ้น ความเฉียบคมคงจะกลับมาเฉียบคม มาว่องไว มีความคิดสร้างสรรค์เต็มเปี่ยมดังเดิม สมองส่วนวิชาการคงจะหิวและกระหายข้อมูลเชิงวิชาการมหาศาลที่กำลังรออยู่ ในวันพรุ่งนี้....

15 มิถุนายน 2562

ยาที่อาจทำให้ชัก

เก็บตก ... เรื่องยากันชาร์ค
ยาที่อาจทำให้ชัก
1. ยาปฏิชีวนะ imipenem, penicillin, cefepime, linezolid
2. ยารักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ lidocaine
3. ยารักษาอาการทางจิตเวช lithium, tricyclic antidepressant, bupropion (ใช้เป็นยาเลิกบุหรี่ เราจึงต้องห้ามใช้ยานี้เพื่อเลิกบุหรี่ในคนที่มีประวัติลมชักไงครับ)
4. ยาขยายหลอดลม aminophylline
ผลของยากันชักต่อทารก (fetal anticonvulsant syndrome) ไม่เกิดทุกรายนะครับและโอกาสเกิดก็ไม่มากด้วย แต่หากเกิดขึ้นมาก็เป็นความทุกข์กับตัวเด็กและพ่อแม่อย่างแน่นอน
1. ความผิดปกติของใบหน้า ปากแหว่ง เพดานโหว่ ใบหน้าตรงกึ่งกลางใบหน้าอาจผิดปกติ
2. นิ้วมือไม่ครบหรือเจริญเติบโตไม่เท่ากัน
3. ความผิดปกติจากการขาดโฟลิก โดยเฉพาะ ส่วนห่อหุ้มไขสันหลังไม่ปิดสนิท อาจมีเนื้อเยื่อไขสันหลังทะลักออกมานอกบริเวณที่ควรอยู่
ยาอะไรที่พบ...มีรายงานครบ แต่ยากลุ่มใหม่ ๆ จะพบน้อยกว่า
ยาอะไรพบมากที่สุด ... valproic acid
ยาที่มีรายงานการขาดโฟลิกมากสุด ... valproic acid
ทีมที่ได้แชมป์ยุโรปมากที่สุด ...ลิเวอร์พูล หกสมัย ทำอะไรก็ดูดี

ผู้หญิงกับยากันชัก

ผู้หญิงกับยากันชัก
การรักษาโรคลมชักในสุภาพสตรีจะมีความซับซ้อนมากขึ้น คนไข้และแพทย์จะต้องสนใจ โดยหลักกการคือสุภาพสตรีจะมีชีวิตติดฮอร์โมน มีการเปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งการมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ การให้นมบุตรและหมดประจำเดือน ซึ่งจะส่งผลมากกับการควบคุมชัก
ช่วงเวลาที่มีประจำเดือน จะมีความผันแปรของฮอร์โมนที่จะมีผลให้อาการชักควบคุมยากและระดับยากันชักมีการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ในทางปฏิบัติมักจะไม่ส่งผลเท่าไรนัก ยังคงให้การรักษาตามเดิม ยกเว้นคนไข้บางรายจะมีอาการชักที่สัมพันธ์กับวงรอบประจำเดือน อันนี้ต้องปรึกษาแพทย์เพื่อปรับเพิ่มยาชั่วคราว
การคุมกำเนิด สำหรับผู้ป่วยโรคลมชักแล้ว การคุมกำเนิดและการวางแผนครอบครัวถือว่าสำคัญมาก จะต้องมีการปรึกษาเรื่องนี้ มีการคุยกันตลอดเวลา ถ้าทำได้ควรควบคุมอาการชักให้ได้ก่อนการตั้งครรภ์ ส่วนวิธีการคุมกำเนิดจะใช้วิธีใดก็ได้แต่ต้องบอกคุณหมอที่รักษาจะได้ปรับยาและเฝ้าระวังได้ถูกต้อง ในกรณีตั้งครรภ์ในขณะที่ยังควบคุมชักไม่ได้จะมีความยุ่งยากในการดูแลพอสมควร ตามรายงานแล้วสุภาพสตรีที่เป็นโรคลมชักมีรายงานการตั้งครรภ์แบบไม่ได้เตรียมตัวถึง 45% เลยทีเดียว
สุภาพสตรีที่รับประทานยากันชักควรได้รับยาโฟลิกเสริมทุกราย เพราะยากันชักส่วนมากจะทำให้โฟลิกไม่เพียงพอในช่วงการตั้งครรภ์
ตัวยาที่ควรระวังสำหรับสตรีวัยเจริญพันธุ์ที่มีโอกาสตั้งครรภ์คือ ยากันชักชื่อ valproic acid ที่มีรายงานการเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์มากที่สุด ความจริงแล้วทุกตัวก็มีรายงานนะครับแต่เจ้าตัวนี้มันมากกว่าตัวอื่น ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้จริง ๆ ต้องปรึกษาแพทย์ว่าจะหยุด จะลดยา จะเปลี่ยนยาเป็นกรณีไปครับ
ในกรณีตั้งครรภ์แล้ว หากควบคุมชักได้ดีบางทีจะลองหยุดยาชั่วคราว หรือลดยาในขนาดต่ำ หรือเปลี่ยนเอายา vaproic ออกอันนี้แล้วแต่ราย แต่ไม่ว่าจะใช้ยาใดสิ่งที่จะเกิดแน่ ๆ คือความเข้มข้น ระดับยา การออกฤทธิ์จะเปลี่ยนไป จากฮอร์โมนร่างกายที่เปลี่ยน การกระจายของสารน้ำในตัว โปรตีนในเลือด เปลี่ยนหมด จะต้องติดตามใกล้ชิดหรือวัดระดับยาในเลือดกันเลยทีเดียว ยาที่มีรายงานว่ามีความแปรปรวนน้อยที่สุดคือยา lamotrigine และต้องส่งข้อมูลให้หมอทำคลอดด้วยเพราะแม้จะควบคุมดีหรือหยุดยาแล้วก็มีโอกาสชักในช่วงการตั้งครรภ์และคลอดได้
คนไข้ที่เป็นโรคลมชักจะเพิ่มโอกาสการเกิดครรภ์เป็นพิษมากกว่าปรกติ เพิ่มโอกาสแท้งบุตรมากกว่าปรกติ
เมื่อจบการตั้งครรภ์ ควรปรับยาให้กลับมาขนาดเดิมก่อนตั้งครรภ์ ดังนั้นหากควบคุมชักได้ก่อนตั้งครรภ์จะมีประโยชน์มากและไม่ยุ่งยาก การวางแผนครอบครัวสำหรับผู้ป่วยโรคลมชักจึงสำคัญ ยากันชักทุกตัวสามารถผ่านออกทางน้ำนมได้ แต่ไม่ต้องกังวลเพราะระดับยาที่ออกมาทางน้ำนมไม่ส่งผลต่อเด็กครับ
สุภาพสตรีที่รับประทานยากันชักจะมีความวุ่นวายในชีวิตเพิ่มขึ้นบ้าง แต่อย่างน้อยพวกเธอก็ปลอดภัยจากฉลาม เพราะเธอกิน ยา-กัน-ชาร์ค

14 มิถุนายน 2562

ข้าวกะเพรา แคลอรี่สูงนะ

เอาบทความและภาพของคุณพ่อครัวเคมีมาใช้ต่อ เคมีฟิสิกส์ของสิ่งทอ อาหาร และของรอบตัว จากโพสต์นี้
https://www.facebook.com/…/a.711374682234…/2502872093084543…
อยากบอกว่า กะเพราหมูหรือไก่ ใบกะเพราหอม ๆ ราดข้าวสวยร้อน ๆ โปะไข่ดาวสักฟอง มีน้ำปลาพริกสักถ้วย แล้วก็อ้ำ อร่อย
โดยเฉลี่ยได้พลังงาน 400-600 กิโลแคลอรี่ต่อจาน แล้วแต่ปริมาณน้ำมัน เนื้อและมัน นับว่าไม่น้อยนะครับ
เพราะฉะนั้น กินกะเพราไข่ดาวราดข้าวแล้ว ไม่ควรล้างปากด้วยของหวานอีก ควรล้างปากด้วยน้ำเปล่านี่แหละ ทั้งล้างทั้งดื่ม
บางคนสั่งกะเพราแล้วยังมี ช็อกโกแลตวิปครีม ชานมไข่เต่า หรือน้ำเมาสองป๋อง ยิ่งเพิ่มพลังงานอีก ยิ่งอ้วน
แล้วเราชอบกินกะเพรามื้อไหน ... มื้อกลางวัน กินแล้วเข้าออฟฟิศ ไม่ได้ออกแรง พลังงานเหลืออีก แป๊บ ๆ ก็เย็น ไปอัดชาบูอีก ก็จะอ้วน
ดังนั้น กินกะเพราไก่ไข่ดาวราดข้าว ลดข้าวลงนิดนึง และดื่มแต่น้ำเปล่าก็พอนะครับ มากสุดให้ฝรั่งอีกสองชิ้น ไม่ใช่สองลูก
ร่วม ดีต่อใจจัญไรต่อพุง โดย อายุรศาสตร์ ง่ายนิดเดียว

บทความที่ได้รับความนิยม