15 มีนาคม 2569

COBRRA การศึกษาเปรียบเทียบ “ความปลอดภัยที่น่ากังวล” ของยา

 COBRRA การศึกษาเปรียบเทียบ “ความปลอดภัยที่น่ากังวล” ของยา

การศึกษาที่ตีพิมพ์ที่มีในปัจจุบันเกือบทั้งหมดเป็นการศึกษาเพื่อวัดประสิทธิภาพประสิทธิผลของยา แต่ถ้ามียาหลาย ๆ ตัวเราจะเลือกตัวไหน
การตัดสินใจอีกอย่างคือตัวไหนอันตรายน้อยกว่า จริงอยู่ว่าในการศึกษาหลักเพื่อประเมินประสิทธิภาพ จะมีการวัดผล safety profile อยู่แล้ว แต่ไม่ได้เป็นผลการศึกษาหลัก เรามาดูการศึกษานี้กัน เขาวัดผล safety prolfile โดยตรง
NOACs หรือยากันเลือดแข็งที่ออกฤทธิ์จุดเดียว ทำให้ไม่มีข้างเคียงไม่พึงประสงค์ ต่างจากยากลุ่มเดิมคือ vitamin K antagonist ที่ออกฤทธิ์หลายตำแหน่ง ทำให้คาดเดาการทำงานได้ยากและเกิดเลือดออกได้บ่อย ในยุคปัจจุบันยา NOACs เป็นยามาตรฐานหลักแทน warfarin ในการรักษาโรคหลอดเลือดดำอุดตัน เพราะประสิทธิภาพไม่ต่างจากยา warfarin เดิม แต่พบเลือดออกน้อยกว่ามากมาย และไม่ต้องวัดค่า INR เพื่อปรับยาบ่อย ๆ อีกด้วย
ยา NOACs ที่ทำงานต้าน factor X ในปัจจุบันมีสามตัวคือ rivaroxaban, apixaban, edoxaban แต่ละตัวทำการศึกษาเทียบกับ warfarin ว่ารักษาได้ดีไม่ต่างกันแต่เลือดออกน้อยกว่า แล้วไอ้เลือดออกน้อยกว่าเนี่ย ตัวไหนจะเลือดออกน้อยกว่า จะเลือกตัวไหน ประเด็นคือ ทุกตัวเทียบกับ warfarin ไม่ได้เปรียบเทียบโดยตรง แต่ละการศึกษามีกลุ่มตัวอย่างที่ต่างกัน ย่อมมาเทียบกันไม่ได้
แต่การศึกษา COBRRA ศึกษาวัดผลความปลอดภัยคือเลือดออกจากยา เทียบกันโดยตรงระหว่างยา rivaroxaban และ apixaban ในผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดดำอุดตันทั้งที่ขาหรือหลุดไปอุดที่หลอดเลือดที่ปอดแล้ว นักวิจัยจากแคนาดา เปรียบเทียบกลุ่มที่ได้รับยา apixaban กับ rivaroxaban กลุ่มละ 1350 คนโดยประมาณเทียบกันโดยสองกลุ่มมีลักษณะพื้นฐานใกล้เคียงกัน ให้ยาสามเดือนและเปรียบเทียบว่ากลุ่มไหนเลือดออกมากกว่ากัน
เลือดออกที่ว่านี้คือ เลือดออกในตำแหน่งสำคัญ หรือ เลือดออกที่ต้องให้เลือดสองถุง
พบว่ากลุ่มที่ได้ rivaroxaban เกิดเลือดออก 96 ราย ส่วน apixaban เกิดเลือดออก 44 ราย เป็นแบบนี้ในทุก ๆ กลุ่มย่อย โดยที่อัตราการเกิดลิ่มเลือดดำอุดตันซ้ำนั้นไม่ต่างกัน
ความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิตินี้บอกเลยว่าถ้าเทียบตัวต่อตัวแล้ว apixaban เลือดออกน้อยกว่า rivaroxaban ในการรักษาลิ่มเลือดดำอุดตัน (ซึ่งเลือดออกน้อยกว่า warfarin มากมาย) แต่ก็มีข้อสังเกตอยู่สักหน่อยว่าตลอดการศึกษาวิจัยมีคนใช้ยา apixaban อย่างต่อเนื่องเคร่งครัดต่ำกว่ากลุ่มที่ได้ rivaroxaban (65.7% เทียบกับ 75.1%) อาจเป็นเพราะ rivaroxaban กินวันละครั้ง ใช้ง่ายกว่า
แต่โดยรวมแล้วก็ต้องบอกว่า apixaban มี safety profile ดีกว่าครับ
ไม่บ่อยที่เราจะเห็น head-to-head comparison และไม่บ่อยเช่นกันที่จะมีการศึกษาที่ออกแบบมาพิสูจน์ผลข้างเคียงและความปลอดภัยของยาโดยตรงแบบนี้ครับ
การศึกษาฉบับเต็มไม่ฟรี ใน NEJM เป็นที่กล่าวถึงมากมายในโลกวิชาการออนไลน์ครับ

10 มีนาคม 2569

ควันไฟจากการเผาไหม้โรงกลั่นน้ำมันในเตหะราน ส่งผลกระทบต่อชีวิต

 เกิดควันไฟจากการเผาไหม้โรงกลั่นน้ำมันในเตหะราน ส่งผลกระทบต่อชีวิตอย่างไร

ก๊าชซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ พวกนี้มีฤทธิ์เป็นกรด ระคายเคืองผิวหนัง เยื่อบุ และทางเดินหายใจ มีอาการแสบร้อน มีสารคัดหลังออกมามากมาย หายใจลำบาก ใครที่มีโรคหืดหรือถุงลมโป่งพองจะเกิดการกำเริบได้ง่ายมาก อันตรายมากการสูดดมโดยตรงและการปนเปื้อนในน้ำและอาหาร
คาร์บอนมอนอกไซด์ ทำให้ขาดออกซิเจน ใครที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดอันนี้อันตรายเลยครับ โรคอาจกำเริบได้
สารเผาไหม้จำพวกอาโรมาติกไฮโดรคาร์บอน เราเคยทราบกันดีว่าสารเหล่านี้ก่อมะเร็งและทำให้เกิดถุงลมโป่งพอง ก็คือสารที่พบจากการเผาไหม้บุหรี่ แต่นี่คือสารจำนวนมากมายมหาศาลที่จะเข้าสู่ปอดของคนเรือนสิบล้านจะมีปัญหาสุขภาพแน่นอนครับ
ข้อมูลการศึกษาเหล่านี้ไม่ได้เก็บมาง่ายนัก ข้อมูลที่มีการเก็บและวิเคราะห์อย่างชัดเจนมาจากการรั่วไหลและเผาไหม้ของท่อส่งน้ำมันสหรัฐในอ่าวเม็กซิโกเมื่อปี 2010 และจากการเผาบ่อน้ำมันที่คูเวตในสงครามอ่าวเปอร์เซียในปี 1990 ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยและทหารผ่านศึกนานาชาติที่ร่วมสงคราม
มีรายงานอาการแสบ ระคายเคือง ไอ ในระยะแรกและหากติดตามต่อมาพบว่ามีอุบัติการณ์ของโรคหืดและถุงลมโป่งพองมากกว่าปกติ ตรวจติดตามสมรรถภาพปอดพบว่าค่า FEV1 ลดลง กลุ่มทหารในสงครามอ่าวจะมีอาการทั้งระยะสั้นและระยะยาวที่มากกว่าเพราะปริมาณควันมากกว่า ไร้การควบคุม และไม่มีอุปกรณ์การป้องกันที่ดีพอ
ข้อมูลที่ได้จะมีความแปรปรวนสูง แน่นอนเพราะไม่ได้ตั้งใจเก็บและควบคุมตั้งแต่แรก ความแปรปรวนด้านเชื้อชาติ สุขภาพเดิมแต่ละคน ภาวะสูบบุหรี่ ย่อมส่งผลแปรปรวนออกไป จึงบอกได้แค่ว่าหลักฐานเชิงประจักษ์เกิดอะไรบ้าง
หลังจากสงครามนี้สิ้นสุดลง เราอาจได้ข้อมูลเกี่ยวกับความเจ็บป่วยต่อสุขภาพชาวอิหร่านเพื่อทราบกลไกและความเข้าใจมากขึ้น เพราะผู้ประสบภัยมีปริมาณมากเฉียบพลันและไม่มีอุปกรณ์การป้องกัน
เหนือสิ่งอื่นใดคือขอให้สงครามจบโดยเร็ว มีความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินน้อยที่สุด
Chen D, Lawrence KG, Sandler DP. Nontraditional Occupational Exposures to Crude Oil Combustion Disasters and Respiratory Disease Risk: A Narrative Review of Literature. Curr Allergy Asthma Rep. 2023 Jun;23(6):299-311. doi: 10.1007/s11882-023-01078-x. Epub 2023 May 11. PMID: 37166706; PMCID: PMC10330790.

08 มีนาคม 2569

a concise review of adult CPR

 


a concise review of adult CPR
งานดีมีคุณภาพจาก หนอนน้อยอ่านเปเปอร์มาแล้วครับท่าน
อาจารย์หนอนออกผลงามมาเป็นเล่มที่สาม แต่ละเล่มมีเอกลักษณ์ที่ภาพปก และสีพาสเทลสวยหวานในเล่ม
งานนี้อาจารย์มารวมรวมรีไรท์ CPR ในผู้ใหญ่จากแนวทางชั้นนำ ที่ไม่ใช่แค่การ CPR แต่รวบรวมทุกการช่วยเหลือภาวะวิกฤตในผู้ใหญ่
จุดเด่นสุดคือ ‘เอาไปใช้ได้เลย’ เขียนตามลำดับการช่วยเหลือ บอกวิธี ยา ขนาด การติดตาม การแก้ไข มาเป็นแผนภูมิ ตาราง ย่อหน้าสั้น ง่ายต่อการจดจำ เอาไปทำได้จริง เขียนไม่งง เพราะในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เขียนแบบนี้แหละ ฟันโช้ะ เป๊ะเป๊ะ ไม่ต้องแปล ไม่กำกวม
และจากที่อ่านจบ ผมยืนยันว่าใครจะไปสอบ CPR อ่านเล่มนี้ไป รับรองผ่านสอบตอบได้ ก่อนหน้านี้อาจารย์หนอนจะเขียนเชิง practical แต่คราวนี้เป็นเชิง academic เพิ่มขึ้น
ความหนา 90 หน้า 195 บาท พิมพ์สีทั้งเล่ม (สีพาสเทลสวยเชียว) แถมที่คั่นหนังสือไว้สะสมด้วย ท่านสามารถสั่งซื้อได้ผ่านเพจ หนอนน้อยอ่านเปเปอร์ อ่านเปเปอร์ ได้ครับ
เช่นเคย ไม่ได้มีสปอนเซอร์จากอาจารย์หนอนน้อย แต่ของดี ติดตามมาทุกเล่ม มาตรฐานไม่ตก ซื้อได้เลย บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนควรทราบ และควรมีติด ER, ICU ทุกที่

06 มีนาคม 2569

ยา quinolones กับกระเพาะปัสสาวะติดเชื้อไม่รุนแรง

 ยา quinolones กับกระเพาะปัสสาวะติดเชื้อไม่รุนแรง

อ่านมาเกือบทุกแนวทางแล้วล่ะ ล่าสุดก็แนวทางประเทศไทย โดยสมาคมโรคติดเชื้อ
โรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง (ท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ) ในกรณีสุภาพสตรี
ถ้าอาการไม่รุนแรง ยาที่ใช้คือ
nitrofuratoin ตัวนี้ยาหลัก
ทางเลือก
fosfomycin (หลายแนวทางอันนี้ก็ตัวหลัก)
3rd cephalosporins
amoxicillin/clavulanic
amimoglycoside
ส่วน quinolone ไม่ใช้นะครับ ยกเว้นผลเพาะเชื้อออกมาว่าไวต่อยา ซึ่งในความเป็นจริง กว่าผลเพาะเชื้อออกมา คนไข้ก็หายแล้วแหละ
สถานการณ์ดื้อยา quinolones สูงมาก ทั้ง ofloxacin ciprofloxacin levofloxacin
quinolones ใหม่ ๆ ก็ไม่ควรใช้กรณีนี้ เพราะอาจดื้อยาในอนาคตได้
และห้ามใช้ moxifloxacin เพราะมันไม่ออกมาทางปัสสาวะครับ

04 มีนาคม 2569

สัปเหร่อ 2 : ฟ้าผ่าตั้งไกล ทำไมยายจ่อยจึงเสียชีวิต

 สัปเหร่อ 2 : ฟ้าผ่าตั้งไกล ทำไมยายจ่อยจึงเสียชีวิต

ภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อ 2 เป็นเรื่องราวของคุณค่าแห่งการมีชีวิตอยู่ ดำเนินเรื่องโดยครอบครัวของลอด ยายจ่อยถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตแต่ฟื้นขึ้นมา และสอนว่าเราควรทำดีในขณะมีชีวิตอยู่ ฉากที่ยายจ่อยน่าจะไปเก็บมัน ถูกฟ้าผ่าในระยะห่างออกไป แต่เสียชีวิต
ฟ้าผ่าถือว่าเป็นการบาดเจ็บทางไฟฟ้าที่รุนแรงมากเพราะความต่างศักย์สูงมากและกระแสผ่านเยอะมาก แม้เวลาเพียงวินาทีก็รุนแรงมหาศาล ถ้าโดยฟ้าผ่าตรง ๆ ที่เจอน้อยมาก โอกาสรอดก็น้อยมากเช่นกัน ทั้งจากไฟฟ้า ความร้อน แรงกระแทก
ส่วนที่พบมากกว่าและอาจรอดได้คือผ่าไม่ตรงตัวและโดนทางอ้อม มีได้ทั้งไฟฟ้ากระโดดจากจุดผ่ามาที่ตัว (มันแรงมาก) ทั้งจากการผ่านวัตถุตัวนำมาที่ตัวหากสัมผัสวัตถุนััน หรือไฟฟ้าวิ่งผ่านดินมาที่ตัว
ในกรณียายจ่อย น่าจะเป็นแบบมาตามดิน
ไฟฟ้าแรงสูงแบบนั้นจะไปทำให้อวัยวะที่ใช้ไฟฟ้าควบคุมการทำงานเป็นหลัก คือ กล้ามเนื้อหัวใจ และระบบประสาท เกิดสภาพ depolarize พร้อมกัน ปกติแล้วไฟฟ้าต้องมีการไหลผ่านจุดต่าง ๆ เพื่อควบคุมโดยสลับกันบวกลบบวกลบ แต่หากเกิดทุกจุดเกิดถูกกระตุ้นเป็นศักย์ไฟฟ้าเดียวกัน ก็จะไม่มีการไหลของกระแส หยุดทำงานพร้อมกัน
หัวใจจะเกิดสภาพ asystole คือหยุดทำงานหยุดบีบ และเมื่อเริ่มฟื้นก็จะฟื้นแบบ fibrillation คือสั่นพริ้วพร้อมกัน ไม่มีจังหวะการบีบตัวที่ดี เป็น ventricular fibrillation เกือบ 40% เสียชีวิต
ที่รอดมาได้ก็จะเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง เกิดได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ในสารพัดรูปแบบเพราะเซลล์นำไฟฟ้าเสียหายมาก ยังไม่นับเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจที่เสียหายจนบีบตัวไม่ได้อีก เป็นสาเหตุการเสียชีวิตต่อมา
แต่มีผู้ป่วยบางส่วนสามารถฟื้นกลับมามีระบบไหลเวียนเลือดได้ ไม่ว่าจะเกิดเอง (spontaneous ROSC) หรือเกิดหลังจากการกู้ชีพ (Lazarus Heart) ในผู้ป่วยที่บาดเจ็บจากการถูกฟ้าผ่า แล้วมาที่ห้องฉุกเฉินจะมีคำสอนว่าอาจต้องทำ reverse triage คัดกรองสวนทาง
คือถ้าเจอคนเจ็บหัวใจหยุดเต้น ม่านตาขยาย ก็อาจถูกคัดกรองว่าสายเกินช่วยเหลือ จัดไปอยู่โซนช่วยไม่ทัน ในรายที่ฟ้าผ่า นอกจากหัวใจจะหยุดทำงานและอาจฟื้นเอง ระบบประสาททั้งหมดก็หยุดทำงานชั่วคราวได้ ม่านตาไม่ตอบสนอง การตอบสนองของก้านสมองลดลงจนเกือบหยุดนิ่ง ดังนั้นหากเจอคนเจ็บจากฟ้าผ่า แล้วหัวใจหยุดเต้น ม่านตาขยาย จะต้องช่วยเหลือเป็นอันดับต้น เร็วกว่าคนที่เดินมา นั่งรถเข็นมา
แต่ไม่ใช่ยายจ่อยนะ เพราะแกหมดลมไปหลายวันแล้ว ไอ้ที่ว่า spontaneous ROSC มันเพียงไม่กี่นาทีหรอกนะครับ
ใครที่ชอบสาบาน แล้วผิดคำสาบาน ต้องอ่านเอาไว้นะครับ

บทความที่ได้รับความนิยม