21 มีนาคม 2563

COVID-19 ปอดถูกทำลายถาวรไหม

คำถามจากทางบ้าน : ลุงหมอครับ มีภาพจากสังคมออนไลน์ว่า หากป่วยเป็นโรคปอดจากโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ปอดจะถูกทำลายขนาดนั้นเลยหรือครับ

ลุงหมอ : ภาพถ่ายเอ็กซเรย์ ไม่ได้บอกถึงความร้ายกาจของเชื้อเพียงอย่างเดียว ยังบ่งชี้ถึงปฏิกิริยาการตอบสนองของร่างกายเราด้วย หากเราตอบสนองมาก ภาพที่เห็นอาจรุนแรง และที่สำคัญ ภาพที่เห็นคือ สภาพของปอด ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไป ภาพและการทำลายอาจจะดีขึ้นก็ได้ครับ จึงต้องรอพิสูจน์หลังจากหายแล้วสักพัก ว่าการซ่อมแซมทำได้ดีไหม

หลายครั้งที่ปอดอักเสบถึงขั้น ARDS เรียกว่าเกือบตาย ปอดขาวโพลน แต่พอหายแล้วแทบเป็นปกติ หรือวัณโรคที่ปอดเป็นฝ้าแค่จุดเดียว แต่ทำลายถาวร เป็นจุดแผลเป็นจนวันตายก็มี

และที่สำคัญ ภาพที่เห็น ไม่ได้บอกทุกอย่าง เพราะไม่ได้บอกถึงสรีรวิทยาการหายใจที่บกพร่อง และเราก็มี reserve function ของปอดมากมายครับ จริง ๆ ตัดปอดไปหนึ่งข้าง เรายังมีชีวิตอยู่ได้เลยครับ

ติดตามคำถามน่าสนใจ ในตอนต่อไป

มุมมองของลุงหมอ เรื่องไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ตอนที่หนึ่ง : ชุดข้อมูลความรู้

มุมมองของลุงหมอ เรื่องไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ตอนที่หนึ่ง : ชุดข้อมูลความรู้

ต้องยอมรับว่าเรารู้จักโรคนี้มาไม่นาน เอาจริง ๆ คือไม่เกินห้าเดือน และข้อมูลต่าง ๆ ที่หลั่งไหลออกมาตอนนี้ก็เพราะว่าประเทศจีน แหล่งระบาดของโรคที่สำคัญที่สุด จำนวนผู้เจ็บป่วยมากสุด ได้ทำงานวิจัยสมบูรณ์ออกมาแล้ว 

ก่อนหน้านี้จะมีแต่รายงานเบื้องต้น ที่เรียกว่า preliminary report ที่แปรเปลี่ยนตามสถานการณ์ จะเห็นได้ว่าตัวเลขอัตราการเสียชีวิต (case fatality) จากสี่เปอร์เซนต์กว่า ๆ ลดมาเป็น 3.8 มาเป็น 3.2 มาเป็น 1.4 และล่าสุดที่ 0.8% 

แต่งานวิจัยตอนนี้เรียกว่า complete และ peer-review เรียบร้อยเลย เราได้เรียนรู้ว่าโรคมันไม่ได้รุนแรงมากนัก แม้จะแพร่กระจายเร็วก็ตาม เรารู้ถึงวิธีการต่อสู้ การควบคุมพื้นที่ระบาด การป้องกันตัวเอง การใช้ยา ข้อมูลทั้งหมดเป็น case series ทั้งสิ้น แต่ก็เป็นข้อมูลที่ดีที่สุดเท่าที่เรามี น่าเชื่อที่สุด ก็พอสรุปได้ว่า โรคโควิดนี้ มันมีความคล้ายคลึงโรคหวัดผสมโรคซารส์ การติดต่อเรียกว่าติดง่ายเท่า ๆ โรคหวัด หรือไข้หวัดใหญ่ โดยทางละอองไม่ฝอย ไม่ลอยในอากาศ ก่อโรคได้รุนแรงกว่าหวัด แต่ไม่ได้แรงเท่าซารส์ 

จึงเกิดปรากฏการณ์ติดง่ายหายเร็วเกิดขึ้น พวกที่รุนแรง ไม่ได้มากไปกว่าตัวเลขความรุนแรงจากโรคอื่น ๆ เลย อันนี้คือ fact จากงานวิจัยของจีน 

อีกไม่นานคงจะมี fact จากญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี อิตาลี อิหร่าน ออกมาอีก ซึ่งชุดความจริงเหล่านี้ก็จะเปลี่ยนแปลงตามรายละเอียดแต่ละประเทศ ด้วยเหตุต่าง ๆ ดังนี้

1. host คือ ตัวคน เรายังไม่รู้เลยว่า genetic susceptibility ของแต่ละเชื้อชาติ ต่อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นอย่างไร บางทีเชื้อชาติเอเชียตะวันออกอาจจะติดมากกว่า มีพันธุกรรมบางอย่างก็ได้ 

เรารู้ว่าเด็กติดน้อยกว่า ความรุนแรงน้อยกว่า เรารู้ว่าคนที่ไม่แข็งแรงมีโอกาสเกิดผลแทรกซ้อนได้มากกว่า ซึ่งแทบจะไม่ต่างจากสิ่งที่รู้มาเดิมสักเท่าไร 

2. organism คือเชื้อ SARs-CoV2 แน่นอนว่าจะต้องมีการกลายพันธุ์ การปรับตัวแน่นอน เชิ้อตัวแรก กับเชื้อตัวนี้อาจจะมีความรุนแรงและความสามารถในการแพร่เชื้อที่ต่างกัน มันจะเอามาเทียบกันได้ยาก เหมือนวัณโรคปรกติกับวัณโรคดื้อยา ย่อมมาเทียบกันและใช้วิธีการจัดการเหมือนกันไม่ได้ 

3.environment อัตราการแพร่เชื้อ อัตราการป่วย อัตราการตาย คงขึ้นกับนโยบายการรับมือของแต่ละประเทศ ที่มีบริบทสังคม เศรษฐกิจ ความเชื่อ ที่ต่างกัน เป็นตัวแปรที่ทำให้อัตราของแต่ละชาติไม่เหมือนกัน อย่าเอามาเทียบกัน

สภาพอากาศ ภูมิประเทศ การคมนาคม การย้ายที่อยู่ ก็ทำให้การแพร่กระจายต่างกันอีก

จะเห็นว่าชุดความรู้จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ นะครับ


ศูนย์รับฝากความเสียใจ

เพียงแค่จ้องเธอ ใจก็หวั่นไหว
เงินที่ควักไป ใจบังคับมา
อยากให้เธอได้รู้ไว้
ว่าทุกบาทที่จ่ายไป
หมดไปเท่าไร
จากไปกับสายลมมมม
ในที่สุด ผมก็ติด... มันติดมาจากนอกบ้าน
ไม่ใช่โควิด แต่เป็นหนังสือเล่มนี้
ดังเหลือเกิน กับ "ศูนย์รับฝากความเสียใจ" โดย ซื่ออี นักเขียนไต้หวัน แปลไทยโดย รักสิริ จากแพรวสำนักพิมพ์ ราคาปก 245 บาท (และค่ากาแฟกับสโคนอีกมากมาย 😭😭)
เขาบอกว่าเหมือนปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ หลายเสียงร่่ำลือ ของมันต้องมี โอย.. ทำไมฉันใจง่ายแบบนี้
อ่านแล้วเดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟัง

การคัดกรองมะเร็งปอดในผู้สูบบุหรี่ ความจริงจาก NELSON trials

ความจริงที่ซ่อนเร้นจากการคัดกรองมะเร็งปอด

มะเร็งปอดถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหมายเลขหนึ่งของมะเร็งทั้งหมด การรักษาในระยะแรกนั้นมีประสิทธิภาพดีมาก แตกต่างจากการรักษาในระยะลุกลามอย่างชัดเจน การตรวจเพื่อคัดกรองหาผู้ป่วยระยะแรก ๆ จึงน่าสนใจอย่างยิ่ง

แต่เสียดายมากว่าแม้เทคโนโลยีเราจะก้าวหน้าไปเพียงใด เรายังตรวจคัดกรองได้น้อยและอัตราการเสียชีวิตไม่ลดลงเท่าไร ก่อนหน้านี้เรามีการศึกษาขนาดใหญ่ในอเมริกาชื่อ NSCT เพื่อคัดกรองมะเร็งปอด  จนเป็นที่มาของคำแนะนำว่าคัดกรองในอายุ 55-80 ปี ในคนที่สูบบุหรี่มามากกว่า 30 ซองปี ที่ยังไม่เลิกหรือเลิกมาไม่เกิน 15 ปี ด้วยการทำเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอกชนิด low dose CT คือไม่ได้ฉีดสารทึบรังสีและไม่ได้ใช้รังสีและการสแกนที่มากเท่าปรกติ ด้วยความถี่การทำปีละครั้ง

ฟากฝั่งยุโรปก็ได้ทำการศึกษาออกมาบ้างชื่อการศึกษา NELSON พิมพ์ใน NEJM วันที่ 27 มกราคม 2020ที่ผ่านมา การศึกษาทำในเนเธอร์แลนด์และเบลเยี่ยม โดยใช้การคัดกรองด้วย low dose CT เหมือนกัน และคราวนี้ติดตามอย่างน้อย 10 ปีเลย ในคนที่สูบบุหรี่จัด สูบมานาน อายุพอ ๆ กัน 55-70 ปี แต่ใช้พื้นฐานการคำนวณตรวจจับก้อนต่างกันเล็กน้อย (อันนี้คำนวณปริมาตร NCST จะคำนวณเส้นผ่านศูนย์กลาง) ในคนที่เข้าร่วมมีอัตราการติดตามสูงมาก ผลปรากฏว่าสามารถตรวจจับมะเร็งได้มากกว่ากลุ่มที่ไม่คัดกรอง และมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งน้อยลงกว่า 25% 

ด้วยการศึกษานี้ทำให้แทบไม่มีข้อกังขาการคัดกรองมะเร็งปอดในคนอายุตั้งแต่ 55 ปีที่สูบบุหรี่จัดมาตลอด แต่หากใครอ่านดี ๆ ทั้งสองการศึกษาจะพบความจริงที่เร้นอยู่บ้างดังนี้ (จริง ๆ มีข้อที่เรารู้จากการศึกษานี้เยอะเลย)

  1. อัตราการเสียชีวิตที่ลดลงนี้ ต้องขึ้นอยู่กับว่า หากตรวจพบแล้วจะต้องเข้ารับการรักษาด้วย อย่างในการศึกษานี้ คนที่ตรวจพบได้รักษาและตรวจชิ้นเนื้อยืนยันต่อเนื่อง จึงแสดงผลลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอด ขนาดว่าการติดตามจากตรวจพบไปจนถึงรักษานั้นยังไม่สูงมากเท่าไร ก็ยังแสดงให้เห็นประโยชน์  
  2. ส่วนหนึ่งที่ลดอัตราการเสียชีวิตได้เพราะตรวจพบมะเร็งระยะแรกได้เร็วกว่า มีการรักษาที่ประสิทธิภาพสูงกว่า ในเงื่อนไขที่ต้องเป็นกลุ่มที่ "ตรวจพบ" เท่านั้น มีจำนวน 204 รายจาก การคัดกรองทั้งสิ้น 6538 ราย
  3. แต่ว่าอีกเกือบส่วนหนึ่ง 141 รายจาก 6583 รายที่เข้ารับการคัดกรองแล้วตรวจแต่ "ไม่พบ" แล้วสุดท้ายเป็นมะเร็ง (คือผลลบปลอม) ที่ร้ายกว่าคือ ในบรรดาคนที่คัดกรองแต่ตรวจไม่พบนี้ เป็นมะเร็งระยะ 4 ถึง 51.8% นั่นคือวิธีที่ว่าดีที่สุดนี้ ก็ยังหลุดได้พอควร ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดของการตรวจ หรือเป็นเพราะมะเร็งที่หลุดจากการตรวจมันก็ร้ายแรงจริง ขนาดตรวจถี่ยังโตเร็วกว่าที่จะตรวจได้
แสดงว่า เราต้องคิดก่อนว่าจะไปตรวจ หรือหมอจะส่งตรวจแล้ว จะต้องตรวจซ้ำไปอีกหากคนที่เข้าตรวจยังเสี่ยง ไม่ใช่ครั้งเดียวเลิกหรือนาน ๆ ปีค่อยตรวจ ไม่ตรงตามกำหนดอันนี้ก็จะสูญเปล่า หากตรวจแล้วไม่สามารถวางแผนรักษาได้ดีหากตรวจพบ ไม่ว่าการผ่าตัด ฉายแสง ให้ยา การตรวจก็ดูจะไม่เกิดประโยชน์เช่นกัน ที่สำคัญคืออย่าเข้าใจว่าพอเอ็กซเรย์ไม่พบแล้วจะสบายใจ กลับไปสูบบุหรี่รับความเสี่ยงตามเดิมได้ เพราะตรวจไม่เจอได้เหมือนกันนะ

และหากไปติดตามสาเหตุการเสียชีวิตจากกลุ่มที่ศึกษา สูบบุหรี่กันมาประมาณ 40 มวนปี ส่วนมากก็ยังสูบอยู่ สูบตั้งแต่วัยรุ่น เราคิดว่าคงตายเพราะมะเร็งปอดกันแน่ ๆ ใช่ไหมครับ ปรากฏว่าตายเพราะมะเร็งปอดแค่ 21.4% เท่านั้น !!!
  • พบมะเร็งอื่นถึง 35%
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด 21.4% เท่ามะเร็งปอดเลย
และสาเหตุเกินครึ่งที่ไม่ได้เกิดจากมะเร็งปอดนี้ ก็ยังไม่มีวิธีใดคัดกรองได้เสียด้วย ดังนั้น วิธีที่ดีกว่าคือ การเลิกสูบบุหรี่ เป็นการลดความเสี่ยงที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดนั่นเอง !!


20 มีนาคม 2563

น้ำเต้าหู้

น้ำเต้าหู้สักแก้วไหม ??
เช้า ๆ แบบนี้น้ำเต้าหู้ร้อน ๆ ไข่ลวกและปาท่องโก๋ คือสุดยอดอาหารเลยครับ น้ำเต้าหู้ก็เป็นอาหารยอดนิยมอันหนึ่ง ราคาไม่แพง โปรตีนสูง อร่อย ดื่มง่ายโดยเฉพาะผู้สูงวัยที่ดื่มนมวัวไม่ค่อยได้
น้ำเต้าหู้ที่มาจากธรรมชาติคือนมถั่วเหลืองที่ไม่ผ่านกรรมวิธีเติมแคลเซียม จะมีแคลเซียมธรรมชาติน้อยมาก หากจะดื่มน้ำเต้าหู้เพื่อเสริมแคลเซียมคงได้ไม่มาก แต่ถ้านมถั่วเหลืองที่ผ่านกรรมวิธีมาแล้วจะมีมากกว่า เช่น พวกบรรจุกล่องต่าง ๆ
น้ำเต้าหู้มีโคเลสเตอรอลต่ำมาก เพราะมาจากพืช และมีไฟโตสเตอรอลที่ช่วยลดการดูดซึมโคเลสเตอรอลอีกด้วย
ในเต้าหู้จะมีสาร ไฟโตเอสโตรเจน มีการพูดกันปากต่อปากว่า ระวังมีเอสโตรเจนสูงจะทำให้เกิดมะเร็งเต้านม อันนี้ก็ยังไม่จริงนะครับ มีผลการศึกษาและประกาศใน American Cancer Society ว่าไฟโตเอสโตรเจนในเต้าหู้ ไม่ว่าจะเป็นเต้าหู้ น้ำเต้าหู้ ซุปมิโสะ ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อมะเร็งเต้านม ไม่เพิ่ม ไม่ลด แต่อย่างใด
"ดื่มนมถั่วเหลืองได้เต้าหู้ ดื่มนมผิดคู่คือ..ได้เลือด"

บทความที่ได้รับความนิยม